ความอดทนมาจากคําวาขันติ หมายถึงการรักษาปกติภาวะของตนไวได ไมว่าจะถูกกระทบกระทั่ง
ด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือไมพึงปรารถนาก็ตาม มีความมั่นคงหนักแน่น เหมือนแผ่นดิน
ซึ่งไมหวั่นไหวไมว่าจะมีคนเทอะไรลงไปของเสียของหอมของสกปรกหรือ ของดีงามก็ตาม
งานทุกชิ้นในโลกไมว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญที่สําเร็จขึ้นมาได นอกจากจะอาศัยปัญญาเป็นตัวนําแล้ว
ล้วนต้องอาศัยคุณธรรมอันหนึ่งเป็นพื้นฐานจึงจะสําเร็จได คุณธรรมอันนั้นคือ ขันติ
ถ้าขาดขันติเสียแล้วจะไมมีงานชิ้นใดเลยสําเร็จไดเพราะขันติเป็นคุณธรรม
สำหรับต่อต้านความถ้อถอยหดหูขับเคลื่อนเร่งเร้าใหเกิดความขยันและทําใหเห็นอุปสรรคต่างๆ
เป็นเครื่องท้าทายความสามารถ ดังนั้นอาจกล่าวไดว่าความสําเร็จของงานทุกชิ้น ทั้งทางโลกและทาง
ธรรมคืออนุสาวรียของขันติทั้งสิ้น
ลักษณะของความอดทน(ขันติ)
๑. มีความอดกลั้น คือเมื่อถูกคนพาลด่าก็ทําราวกับว่าไมไดยิน ทําหูเหมือนหูกระทะ
เมื่อเห็นอาการยั่วยุก็ทําราวกับว่าไม่ไดเห็น ทําตาเหมือนตาไม้ไผ ไมสนใจใยดี ไมปล่อยใจให
เศร้าหมองไปด้วย ใส่ใจสนใจแตในเรื่องที่จะทําความเจริญใหแกตนเอง เช่นเจริญศีล สมาธิ
ปัญญา ให้ยิ่งๆขึ้นไป
๒. เป็นผู้ไม่ดุร้าย คือสามารถข่มความโกรธไว้ได้ไม่โกรธไม่ทําร้ายทําอันตรายด้วย
อํานาจแห่งความโกรธนั้น ผูที่โกรธง่ายแสดงว่ายังขาดความอดทน
๓. ไม่ปลูกน้ำตาให้แก่ใครๆคือไมก่อทุกขใหแกผูอื่นไมทําใหผู้อื่นเดือดร้อนหรือเจ็บ
แค้นใจจนนํ้าตาไหลด้วยอํานาจความเกรี้ยวกราดของเรา
๔. มีใจเบิกบานแจ่มใสอยูเป็นนิจ คือมีปกติอิ่มเอิบใจอยู่เสมอไม่พยาบาทไม่โทษฟ้าโทษ
ฝนโทษเทวดาโทษโชคชะตาหรือโทษใครๆพยายามอดทนทํางานทุกอย่างด้วยใจเบิกบาน
ประเภทของความอดทน
๑. อดทนต่อความลําบากตรากตรํา เป็นการอดทนต่อสภาพธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศ
ความหนาวความร้อนฝนตกแดดออก
๒. อดทนต่อทุกขเวทนาเป็นการอดทนต่อการเจ็บไขไดป่วย ความไมสบายกายความ
ปวดความเมื่อยผู้ที่ขาดความอดทนประเภทนี้ เวลาเจ็บป่วยจะร้องครวญคราง พรํ่าเพ้อรําพัน
หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย
๓. อดทนต่อความเจ็บใจ เป็นการอดทนต่อความโกรธ ความไมพอใจ ความขัดใจ
อันเกิดจากคําพูดที่ไมชอบใจ กิิรยามารยาทที่ไม่งาม การบีบคั้นทั้งจากผู้บังคับบัญชา และ
ลูกน้องความอยุติธรรมต่างๆในสังคมระบบงานต่างๆที่ไมคล่องตัว
๔. อดทนต่ออํานาจกิเลศเป็นการอดทนต่ออารมณอันน่าใครน่าเพลิดเพลินใจอดทนต่อ
สิ่งที่เราอยากทําแตไม่สมควรทําเช่น อดทนไม่เที่ยวเตร ไม่เล่นการพนันไม่เสพสิ่งเสพยติด
ไม่รับสินบนไม่คอรัปชั่นไม่ผิดลูกผิดเมียเขาไม่บ้าอํานาจไม่ีขี้โอ
วิธีฝึกความอดทน
๑. ต้องคํานึงถึงหิริโอตัปปะให้มาก เมื่อมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปอย่างเต็มที่
ความอดทนก็จะเกิดขึ้น
๒. ต้องรู้จักเชิดอารมณที่มากระทบใหสูงขึ้น คือนึกเสียว่าที่เขาทําแกเราอย่างนั้นดีแล้ว เช่น
เขาด่าก็นึกเสียว่าเขาดี เขาตีก็นึกเสียว่าดีกว่าเขาฆ่า เมียที่มีชูก็ยังดีกว่าเมียที่ฆ่าผัว ผัวมีเมียน้อยก็
ยังดีกว่าผัวที่ฆ่าเมียเพราะเห็นแกผู้หญิงอื่น
๓. ต้องฝึกสมาธิให้มากๆเพราะขันติและสมาธิเป็นคุณธรรมที่เกื้อหนุนกัน ขันติจะหนักแน่น
ก็ต้องมีสมาธิมารองรับ สมาธิจะก้าวหน้าก็ต้องมีขันติเป็นพื้นฐาน ขันติอุปมาเหมือนมือซ้าย
สมาธิอุปมาเหมือนมือขวาจะล้างมือทั้งสองข้างจะต้องช่วยกันล้างจึงจะสะอาดดี
อานิสงสการมีความอดทน
๑. ทําใหกุศลธรรมทุกชนิดเจริญขึ้นได
๒. ทําใหเป็นคนมีเสน่ห เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
๓. ทําใหตัดรากเหง้าแห่งความชั่วทั้งหลายได
๔. ทําใหอยูเย็นเป็นสุขทุกอริยาบท
๕. เชื่อว่าไดเครื่องประดับอันประเสริฐของนักปราชญ
๖. ทําใหศิลและสมาธิตั้งมั่น
“บุคคลอดทนต่อคําของผูสูงกว่าไดเพราะความกลัว
อดทนต่อถ้อยคําของผู้เสมอกันได เพราะเหตุแห่งความดี
ส่วนผู้ใดในโลกนี้ อดทนต่อคําขอของคนเลวกว่าได
สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวว่าความอดทนนั้นสูงสุด”
อดทนตอคําขอของคนเลวกวาได้ สัตบุรุษทั้งหลายกลาววาคือความอดทนนั้นสูงสุด
ด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือไมพึงปรารถนาก็ตาม มีความมั่นคงหนักแน่น เหมือนแผ่นดิน
ซึ่งไมหวั่นไหวไมว่าจะมีคนเทอะไรลงไปของเสียของหอมของสกปรกหรือ ของดีงามก็ตาม
งานทุกชิ้นในโลกไมว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญที่สําเร็จขึ้นมาได นอกจากจะอาศัยปัญญาเป็นตัวนําแล้ว
ล้วนต้องอาศัยคุณธรรมอันหนึ่งเป็นพื้นฐานจึงจะสําเร็จได คุณธรรมอันนั้นคือ ขันติ
ถ้าขาดขันติเสียแล้วจะไมมีงานชิ้นใดเลยสําเร็จไดเพราะขันติเป็นคุณธรรม
สำหรับต่อต้านความถ้อถอยหดหูขับเคลื่อนเร่งเร้าใหเกิดความขยันและทําใหเห็นอุปสรรคต่างๆ
เป็นเครื่องท้าทายความสามารถ ดังนั้นอาจกล่าวไดว่าความสําเร็จของงานทุกชิ้น ทั้งทางโลกและทาง
ธรรมคืออนุสาวรียของขันติทั้งสิ้น
ลักษณะของความอดทน(ขันติ)
๑. มีความอดกลั้น คือเมื่อถูกคนพาลด่าก็ทําราวกับว่าไมไดยิน ทําหูเหมือนหูกระทะ
เมื่อเห็นอาการยั่วยุก็ทําราวกับว่าไม่ไดเห็น ทําตาเหมือนตาไม้ไผ ไมสนใจใยดี ไมปล่อยใจให
เศร้าหมองไปด้วย ใส่ใจสนใจแตในเรื่องที่จะทําความเจริญใหแกตนเอง เช่นเจริญศีล สมาธิ
ปัญญา ให้ยิ่งๆขึ้นไป
๒. เป็นผู้ไม่ดุร้าย คือสามารถข่มความโกรธไว้ได้ไม่โกรธไม่ทําร้ายทําอันตรายด้วย
อํานาจแห่งความโกรธนั้น ผูที่โกรธง่ายแสดงว่ายังขาดความอดทน
๓. ไม่ปลูกน้ำตาให้แก่ใครๆคือไมก่อทุกขใหแกผูอื่นไมทําใหผู้อื่นเดือดร้อนหรือเจ็บ
แค้นใจจนนํ้าตาไหลด้วยอํานาจความเกรี้ยวกราดของเรา
๔. มีใจเบิกบานแจ่มใสอยูเป็นนิจ คือมีปกติอิ่มเอิบใจอยู่เสมอไม่พยาบาทไม่โทษฟ้าโทษ
ฝนโทษเทวดาโทษโชคชะตาหรือโทษใครๆพยายามอดทนทํางานทุกอย่างด้วยใจเบิกบาน
ประเภทของความอดทน
๑. อดทนต่อความลําบากตรากตรํา เป็นการอดทนต่อสภาพธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศ
ความหนาวความร้อนฝนตกแดดออก
๒. อดทนต่อทุกขเวทนาเป็นการอดทนต่อการเจ็บไขไดป่วย ความไมสบายกายความ
ปวดความเมื่อยผู้ที่ขาดความอดทนประเภทนี้ เวลาเจ็บป่วยจะร้องครวญคราง พรํ่าเพ้อรําพัน
หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย
๓. อดทนต่อความเจ็บใจ เป็นการอดทนต่อความโกรธ ความไมพอใจ ความขัดใจ
อันเกิดจากคําพูดที่ไมชอบใจ กิิรยามารยาทที่ไม่งาม การบีบคั้นทั้งจากผู้บังคับบัญชา และ
ลูกน้องความอยุติธรรมต่างๆในสังคมระบบงานต่างๆที่ไมคล่องตัว
๔. อดทนต่ออํานาจกิเลศเป็นการอดทนต่ออารมณอันน่าใครน่าเพลิดเพลินใจอดทนต่อ
สิ่งที่เราอยากทําแตไม่สมควรทําเช่น อดทนไม่เที่ยวเตร ไม่เล่นการพนันไม่เสพสิ่งเสพยติด
ไม่รับสินบนไม่คอรัปชั่นไม่ผิดลูกผิดเมียเขาไม่บ้าอํานาจไม่ีขี้โอ
วิธีฝึกความอดทน
๑. ต้องคํานึงถึงหิริโอตัปปะให้มาก เมื่อมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปอย่างเต็มที่
ความอดทนก็จะเกิดขึ้น
๒. ต้องรู้จักเชิดอารมณที่มากระทบใหสูงขึ้น คือนึกเสียว่าที่เขาทําแกเราอย่างนั้นดีแล้ว เช่น
เขาด่าก็นึกเสียว่าเขาดี เขาตีก็นึกเสียว่าดีกว่าเขาฆ่า เมียที่มีชูก็ยังดีกว่าเมียที่ฆ่าผัว ผัวมีเมียน้อยก็
ยังดีกว่าผัวที่ฆ่าเมียเพราะเห็นแกผู้หญิงอื่น
๓. ต้องฝึกสมาธิให้มากๆเพราะขันติและสมาธิเป็นคุณธรรมที่เกื้อหนุนกัน ขันติจะหนักแน่น
ก็ต้องมีสมาธิมารองรับ สมาธิจะก้าวหน้าก็ต้องมีขันติเป็นพื้นฐาน ขันติอุปมาเหมือนมือซ้าย
สมาธิอุปมาเหมือนมือขวาจะล้างมือทั้งสองข้างจะต้องช่วยกันล้างจึงจะสะอาดดี
อานิสงสการมีความอดทน
๑. ทําใหกุศลธรรมทุกชนิดเจริญขึ้นได
๒. ทําใหเป็นคนมีเสน่ห เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
๓. ทําใหตัดรากเหง้าแห่งความชั่วทั้งหลายได
๔. ทําใหอยูเย็นเป็นสุขทุกอริยาบท
๕. เชื่อว่าไดเครื่องประดับอันประเสริฐของนักปราชญ
๖. ทําใหศิลและสมาธิตั้งมั่น
“บุคคลอดทนต่อคําของผูสูงกว่าไดเพราะความกลัว
อดทนต่อถ้อยคําของผู้เสมอกันได เพราะเหตุแห่งความดี
ส่วนผู้ใดในโลกนี้ อดทนต่อคําขอของคนเลวกว่าได
สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวว่าความอดทนนั้นสูงสุด”