ในโลกที่เต็มไปด้วยถ้อยคำทิ่มแทงและการกล่าวร้าย ปรากฏการณ์ใน "วุฏฐิสูตร"
คือบทเรียนที่ล้ำค่าที่สุด เมื่อ พระสารีบุตรเถระ พระธรรมเสนาบดีผู้เป็นเลิศด้วยปัญญา
ถูกภิกษุรูปหนึ่งกล่าวหาด้วยความเท็จว่าท่านกระทบกระทั่งแล้วเดินจากไปโดยไม่ขอโทษ
💎 ส่วนที่ 1: ผลแห่งสภาวะธรรม (วุฏฐิสูตร)
แทนที่จะปฏิเสธด้วยความขุ่นเคือง พระสารีบุตรกลับบันลือสีหนาทแสดง "สภาวะภายใน"
ที่ขัดเกลามาอย่างดีเยี่ยม ท่านประกาศว่าภิกษุผู้มีกายคตาสติมั่นคง ย่อมมีใจเป็นดั่ง:
- ธาตุธรรมชาติ: เป็นดั่งแผ่นดิน น้ำ ไฟ และลม ที่รองรับได้ทั้งของสะอาดและสกปรกโดยไม่นึกรังเกียจหรือลำพอง
- ความนอบน้อม: เป็นดั่งเด็กจัณฑาลผู้ถือตะกร้าผ้าเก่า หรือโคเขาขาดที่สงบเสงี่ยม ไม่คิดเอาเท้าหรือเขาไปกระทบใคร
- การมองเห็นความจริง: มองกายตนเป็นประดุจซากศพเน่าเปื่อยที่แขวนคออยู่
หรือเหมือนประคองหม้อน้ำมันที่มีรูรั่วรอบตัว ทำให้ท่านไม่มีช่องว่างให้มานะหรือโทสะเข้าครอบงำ
📜 กลอนบูชาพระธรรมเสนาบดี (วุฏฐิสูตร)
น้อมอภิวาท พระธรรม เสนาบดี
ผู้เปี่ยมล้น คุณธรรม อันผ่องใส
แม้นถูกกล่าว ตู่ความเท็จ อเนกไป
มิหวั่นไหว ดั่งพสุธา ที่อาจอง
ใจเสมอ ดั่งแผ่นดิน น้ำไฟลม
มิขื่นขม รับของเน่า มิไหลหลง
ดั่งเด็กจัณฑาล นอบน้อม ใจมั่นคง
โคเขาขาด เดินตรง ไม่ราวี
กายคตาสติ ตั้งไว้ เป็นหลักชัย
คุมกายใจ มิให้ใคร ต้องบัดสี
ประกาศธรรม สีหนาท บารมี
จริตนี้ คือแบบอย่าง ทางนิพพาน
น้อมขมา ต่อท่าน ผู้ทรงคุณ
เป็นผลบุญ หนุนส่ง ในสงสาร
เห็นโทษโดย ความเป็นโทษ พ้นภัยพาล
น้อมสืบสาน อริยธรรม คู่กรรม์เอย
--------------------------
🌿 ส่วนที่ 2: เหตุแห่งสภาวะ (กกจูปมสูตร)
เหตุที่พระสารีบุตรทรงสภาวะอันอัศจรรย์เช่นนี้ได้
เพราะท่านเป็นศิษย์ผู้ยอดเยี่ยมที่ตั้งมั่นใน "กกจูปมโอวาท" (โอวาทอุปมาด้วยเลื่อย)
ที่พระพุทธองค์ทรงพร่ำสอนว่า:
"แม้โจรจะเอาเลื่อยที่มีที่จับทั้งสองข้าง มาเลื่อยอวัยวะใหญ่น้อยของพวกเธอ
หากใครมีใจประทุษร้ายต่อโจรนั้น ผู้นั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้ทำตามคำสั่งสอนของเรา"
ท่านทรงจำและฝึกฝนจนใจ "ไม่แปรปรวน" ไม่ว่าจะถูกกระทบด้วยถ้อยคำ 5 ประการ
(ผิดกาล, เท็จ, หยาบคาย, ไร้ประโยชน์, ใจดำ) แต่ท่านกลับเลือกแผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์ ใหญ่ยิ่ง
หาประมาณมิได้ ให้เสมอด้วย แผ่นดิน อากาศ และแม่น้ำคงคา ที่ใครก็มิอาจทำลายหรือเผาให้มอดไหม้ได้ด้วยกิเลสอันน้อยนิด
📜 กลอนพรรณา: ขันติธรรมเหนือศาสตรา
แม้นโจรชั่ว ถือเลื่อย เข้าตัดกาย
จนชีพวาย ร่างแหลก เป็นผุยผง
หากจิตขุ่น เคืองแค้น ไม่มั่นคง
ไม่ชื่อองค์ ศิษย์พุทธ ผู้อาจอง
ถ้อยคำคน ห้าทาง วางมาทด
จะเลี้ยวลด เท็จจริง หรือหม่นหมอง
จะหยาบคาย ไร้ประโยชน์ ไม่น่ามอง
จิตต้องครอง เมตตา เป็นอารมณ์
ให้ใจกว้าง ดั่งดิน และอากาศ
มิพินาศ ตามไฟ ที่ขื่นขม
ดั่งคงคา เย็นล้ำ ไม่ระงม
น้อมอบรม ตามโอวาท ศาสดา
--------------------------
วุฏฐิสูตร
https://84000.org/tipitaka/read/?23/215
กกจูปมสูตร
https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=12&A=4208&Z=4442
🦁 สีหนาทแห่งความว่าง: เมื่อ "เลื่อย" มิอาจตัด "ใจที่กว้างดั่งพสุธา"
คือบทเรียนที่ล้ำค่าที่สุด เมื่อ พระสารีบุตรเถระ พระธรรมเสนาบดีผู้เป็นเลิศด้วยปัญญา
ถูกภิกษุรูปหนึ่งกล่าวหาด้วยความเท็จว่าท่านกระทบกระทั่งแล้วเดินจากไปโดยไม่ขอโทษ
💎 ส่วนที่ 1: ผลแห่งสภาวะธรรม (วุฏฐิสูตร)
แทนที่จะปฏิเสธด้วยความขุ่นเคือง พระสารีบุตรกลับบันลือสีหนาทแสดง "สภาวะภายใน"
ที่ขัดเกลามาอย่างดีเยี่ยม ท่านประกาศว่าภิกษุผู้มีกายคตาสติมั่นคง ย่อมมีใจเป็นดั่ง:
- ธาตุธรรมชาติ: เป็นดั่งแผ่นดิน น้ำ ไฟ และลม ที่รองรับได้ทั้งของสะอาดและสกปรกโดยไม่นึกรังเกียจหรือลำพอง
- ความนอบน้อม: เป็นดั่งเด็กจัณฑาลผู้ถือตะกร้าผ้าเก่า หรือโคเขาขาดที่สงบเสงี่ยม ไม่คิดเอาเท้าหรือเขาไปกระทบใคร
- การมองเห็นความจริง: มองกายตนเป็นประดุจซากศพเน่าเปื่อยที่แขวนคออยู่
หรือเหมือนประคองหม้อน้ำมันที่มีรูรั่วรอบตัว ทำให้ท่านไม่มีช่องว่างให้มานะหรือโทสะเข้าครอบงำ
📜 กลอนบูชาพระธรรมเสนาบดี (วุฏฐิสูตร)
น้อมอภิวาท พระธรรม เสนาบดี
ผู้เปี่ยมล้น คุณธรรม อันผ่องใส
แม้นถูกกล่าว ตู่ความเท็จ อเนกไป
มิหวั่นไหว ดั่งพสุธา ที่อาจอง
ใจเสมอ ดั่งแผ่นดิน น้ำไฟลม
มิขื่นขม รับของเน่า มิไหลหลง
ดั่งเด็กจัณฑาล นอบน้อม ใจมั่นคง
โคเขาขาด เดินตรง ไม่ราวี
กายคตาสติ ตั้งไว้ เป็นหลักชัย
คุมกายใจ มิให้ใคร ต้องบัดสี
ประกาศธรรม สีหนาท บารมี
จริตนี้ คือแบบอย่าง ทางนิพพาน
น้อมขมา ต่อท่าน ผู้ทรงคุณ
เป็นผลบุญ หนุนส่ง ในสงสาร
เห็นโทษโดย ความเป็นโทษ พ้นภัยพาล
น้อมสืบสาน อริยธรรม คู่กรรม์เอย
--------------------------
🌿 ส่วนที่ 2: เหตุแห่งสภาวะ (กกจูปมสูตร)
เหตุที่พระสารีบุตรทรงสภาวะอันอัศจรรย์เช่นนี้ได้
เพราะท่านเป็นศิษย์ผู้ยอดเยี่ยมที่ตั้งมั่นใน "กกจูปมโอวาท" (โอวาทอุปมาด้วยเลื่อย)
ที่พระพุทธองค์ทรงพร่ำสอนว่า:
"แม้โจรจะเอาเลื่อยที่มีที่จับทั้งสองข้าง มาเลื่อยอวัยวะใหญ่น้อยของพวกเธอ
หากใครมีใจประทุษร้ายต่อโจรนั้น ผู้นั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้ทำตามคำสั่งสอนของเรา"
ท่านทรงจำและฝึกฝนจนใจ "ไม่แปรปรวน" ไม่ว่าจะถูกกระทบด้วยถ้อยคำ 5 ประการ
(ผิดกาล, เท็จ, หยาบคาย, ไร้ประโยชน์, ใจดำ) แต่ท่านกลับเลือกแผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์ ใหญ่ยิ่ง
หาประมาณมิได้ ให้เสมอด้วย แผ่นดิน อากาศ และแม่น้ำคงคา ที่ใครก็มิอาจทำลายหรือเผาให้มอดไหม้ได้ด้วยกิเลสอันน้อยนิด
📜 กลอนพรรณา: ขันติธรรมเหนือศาสตรา
แม้นโจรชั่ว ถือเลื่อย เข้าตัดกาย
จนชีพวาย ร่างแหลก เป็นผุยผง
หากจิตขุ่น เคืองแค้น ไม่มั่นคง
ไม่ชื่อองค์ ศิษย์พุทธ ผู้อาจอง
ถ้อยคำคน ห้าทาง วางมาทด
จะเลี้ยวลด เท็จจริง หรือหม่นหมอง
จะหยาบคาย ไร้ประโยชน์ ไม่น่ามอง
จิตต้องครอง เมตตา เป็นอารมณ์
ให้ใจกว้าง ดั่งดิน และอากาศ
มิพินาศ ตามไฟ ที่ขื่นขม
ดั่งคงคา เย็นล้ำ ไม่ระงม
น้อมอบรม ตามโอวาท ศาสดา
--------------------------
วุฏฐิสูตร
https://84000.org/tipitaka/read/?23/215
กกจูปมสูตร
https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=12&A=4208&Z=4442