เคยอ่านมาก็เยอะนะคะ สำหรับคนที่มักจะโดนเหลือบไรที่ใส่สูทผูกไทนั่งอยู่ในธนาคารหว่านล้อมต่างๆนานาให้ทำประกัน โดยอ้างว่าไม่ใช่ประกันบ้าง เป็นเงินออมแบบมีประกันแถมให้บ้าง พอตกลงทำลงไปกลับพบว่าสิ่งที่เราเข้าใจกับสิ่งที่เป็นนั้นมันคนละแบบกัน
ส่วนใหญ่แล้วคนที่รู้ก็มักจะไม่ตกหลุมพรางนี้ง่ายๆ แต่มีอีกกี่คนที่ไม่รู้ ตาสีตาสา คนหาเช้ากินค่ำ คนที่ความรู้น้อย ส่วนใหญ่แล้ว คนแบบนี้แหละที่จะตกเป็นเหยื่อให้กับคนที่เรียนจบสูงๆ แล้วมาทำนาบนหลังคน เพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ หรือทำให้ชีวิตตัวเองสบายขึ้นโดยที่ไม่ได้รู้สึกเลยว่าคนอื่นเค้าจะเดือดร้อนแค่ไหน
ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงตัวเองจะได้มานั่งโพสเรื่องแบบนี้เพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่น เราเองได้อ่านเรื่องแบบนี้มาเยอะ แต่คนที่บ้านเราหล่ะคะ คุณพ่อ คุณแม่ ที่ไม่ได้นั่งเล่นคอมได้รับรู้เรื่องราวของเหลือบไรเหล่านี้ล่ะ นี่แหละ เป็นสาเหตุให้ท่านโดนหลอกโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และกว่าเราจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว
เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อสิงหาคม ปี 2554 คุณแม่เราไปฝากเงินที่ธนาคารสีม่วงแถวถนนนวมินทร์ เพื่อจะเอาเงินไปผ่านบัญชีเฉยๆ โดยที่ท่านก็ไม่รู้ว่าสามารถฝากผ่านตู้ได้เลย โดยไม่ต้องไปเจอพวกทำนาบนหลังคนแบบนี้
พอเข้าไป พนักงานก็เข้ามาต้อนรับอย่างดีคุยนู่นคุยนี่ให้คนแก่รู้สึกไว้ใจ จนพาไปนั่งที่โต๊ะได้ แล้วก็เริ่มอธิบายถึง "การออมเงิน" แบบหนึ่ง ที่มาในรูปแบบประกัน ออมเพียง 6 ปีเท่านั้น ก็สามารถถอนเงินคืนได้ แต่ถ้าไม่ถอนปล่อยให้กรมธรรม์คุ้มครองไปเรื่อยๆก็จะคุ้มครองได้ถึง 14 ปี
โดยสามารถเลือกจ่ายได้ จะจ่ายเป็นรายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน หรือรายเดือนก็ได้
คุณแม่เราก็สนใจทันที เพราะท่านก็อยากจะเก็บเงินอยู่แล้ว และคิดว่านี่คือการเก็บเงินแบบนึง สุดท้ายพอครบ 6 ปีก็คงจะได้เงินคืนทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยด้วย
ท่านก็ย้ำกับพนักงานว่า 6 ปีแล้วได้เงินคืนแน่นะ พนักงานก็บอกใช่ค่ะพี่ สุดท้ายแม่เราก็ตัดสินใจทำไป
กลับมาบ้านก็ยังมาคุยโวกับเรานะ ว่าแม่ไปทำประกันมา เค้าบอกว่าจ่ายเงินไป 6 ปี เดี๋ยวก็ได้คืน เราก็แย้งว่าไม่ใช่นะ เค้าก็ไม่เชื่อ จนเราก็ไม่ได้สนใจปล่อยๆไป เพราะคิดว่าแม่คงคุยกับเค้าแบบนี้แล้วเค้าก็คงไม่หลอกหรอกมั้ง
แม่เราก็ส่งเงินมาเรื่อยๆ ซึ่งท่านเองก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ หนี้สินส่วนตัวเองก็เยอะอยู่แล้ว เลยหวังว่าจะได้เก็บเงินไว้ใช้ตอนอายุมากกว่านี้ จะได้สบายๆหน่อย
แม่เราส่งเงินมาประมาณปีกว่าก็มาเริ่มเอะใจ เพราะแม่เราไปคุยกับเพื่อนหลายๆคนว่าเค้าเก็บเงินอยู่ เดี๋ยวอีก 6 ปีก็จะได้เงินก้อนแล้ว แถมยังจะไปชวนคนอื่นให้มาทำด้วยกันอีก แต่เพื่อนแม่หลายๆคนก็ทำงานอยู่ยังไม่เกษียณ เพราะฉะนั้น เค้าเองก็พอจะรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง เลยเตือนแม่ว่ามันไม่ใช่นะ
แม่เราเลยกลับไปที่ธนาคารอีกรอบเพื่อถามถึงความชัดเจน ก็ได้เจอกับพนักงานคนเดิมแต่แม่เราจำไม่ได้ เค้าก็อธิบายอีกแบบว่า ต้องรอให้ครบ 14 ปีตามอายุสัญญาถึงจะได้เงินคืนทั้งหมด
แม่เราเลยโวยวายว่าทำไมต้องมาหลอกกันด้วย คงโวยวายว่าเค้าไปเยอะ แต่ไม่หยาบนะคะ อยู่ๆพนักงานคนนี้ก็เดินหนีไปเลย ปล่อยให้แม่เรานั่งรอที่โต๊ะ
จนมีพนักงานอีก 2 คนที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาหาแม่เรา แล้วบอกว่าคนนั้นแหละที่เป็นคนทำประกันให้แม่เรา 2 คนนี้ก็บอกกับแม่เราว่า ถ้าเอาคืนตอนนี้จะได้ไม่คุ้มนะ เพราะเงินเวนคืนกรมธรรม์แค่ 5 พันกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งแม่เราส่งไปเป็นเงิน 4 หมื่นกว่าได้แล้ว
แม่เราก็งง งง ที่ทำอะไรไม่ได้เลยเดินออกมาจากธนาคาร แต่ก็ยังเสียดายเงินอยู่ เลยโทรไป Call Center เค้าก็ให้เบอร์พนักงานผู้รับเรื่องร้องเรียนมา เป็นคนของสำนักงานใหญ่
เค้าก็ให้คำแนะนำให้เขียนคำร้องเข้ามา แม่เราก็ทำตาม Process ทุกอย่าง แต่เค้าก็บอกแม่เราไว้แล้วว่า ขอเงินคืนค่อนข้างยากนะ เพราะเอกสารทุกอย่างมันถูกต้องหมด และคงไม่มีพนักงานคนไหนที่จะยอมบอกว่าตัวเองพูดไม่หมด ปิดบังข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าทำประกันหรอก
และสุดท้ายผลก็ออกมาว่าไม่สามารถขอเงินคืนได้ ตามที่พนักงานจากสำนักงานใหญ่พูดจริงๆด้วย
ซึ่งหากไปฟ้องร้องที่ คปภ. หรือ สคบ. ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะเราไม่มีหลักฐานใดๆเลยที่จะชี้ให้เห็นว่าพนักงานพูดอย่างไรตอนที่ขายประกันให้แม่เรา
หลังจากที่เรากลับมาดูกรมธรรม์อย่างละเอียดแล้วพบว่า พนักงานไม่ได้โกหกเลย
แต่พนักงานพูดไม่หมด ปิดบังข้อมูลทำให้คนแก่ที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้เข้าใจผิดและหลงทำประกันไป
คือ พนักงานบอกว่า 6 ปีคืนเงินนั้น เป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อเราจ่ายเงินครบ 6 ปีแล้ว เราสามารถยกเลิกประกัน แล้วขอเงินเวนคืนกรมธรรม์ได้ ซึ่งเงินที่จ่ายไปทั้งหมด ประมาณ 2 แสนนั้น จะได้เวนคืนอยู่ที่ 1 แสน 4 หรือ 1 แสน 5 ไม่เกินนี้
แต่พนักงานทำให้เข้าใจว่าจะได้เงินคืนทั้งหมดเลย 2 แสน พร้อมเงินปันผลที่จะได้ในแต่ละ 2 ปีด้วย
ซึ่งมาถึงตอนนี้ทำให้ไม่สามารถเอาผิดอะไรพนักงานได้เลย ทำให้แม่เรานั่งเสียใจอยู่คนเดียวว่าเป็นเพราะเค้าโง่เอง เลยต้องมาโดนพวกคนที่เรียนสูงๆแบบนี้หลอกเอาได้
เราจึงอยากจะให้เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์กับคนหลายๆคนที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้และอาจจะโดนหลอกได้
ซึ่งหากรู้ตัวเร็วกว่านี้ก็จะสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ ภายใน 30 วัน แต่ของเราเรื่องมันล่วงเลยมาเป็นปีแล้ว จึงไม่สามารถขอเงินคืนได้เลย
หากมีคนที่หลงเชื่อแบบนี้ซัก 100 คน ธนาคารก็จะได้เงินไปฟรีๆแล้ว 3 ล้านบาท แต่คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่า บางคนกว่าจะหาเงินพัน เงินหมื่นได้ มันยากลำบากขนาดไหน
หัวใจคุณทำด้วยอะไรถึงไม่มีความเป็นคนอยู่เลย หลอกได้กระทั่งคนแก่ที่ไม่รู้เรื่อง หรือในบางครั้งที่เคยได้ยินมาหลอกคนที่เค้าเก็บเงินมาทั้งชีวิต
พนักงานพวกนี้นั้น ไม่ได้ต่างอะไรกับแก๊งคอลเซนเตอร์เลย เพียงแต่แต่งตัวดี และหลอกกันซึ่งๆหน้า
สำหรับเรื่องนี้ดิฉันจะไม่ขออโหสิกรรมใดๆทั้งสิ้นให้กับบุคคลที่หลอกแม่ดิฉัน แต่จะขอให้ครอบครัวของพนักงานคนนั้นโดนพนักงานธนาคารเช่นคุณหลอกให้ทำประกันด้วยวงเงินสูงๆบ้าง หรือให้โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเอาเงินไปบ้าง คุณจะได้เข้าใจว่าสิ่งที่คุณทำนั้น มันสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับคนอื่นบ้าง
ใจจริงนั้น เราอยากให้เรื่องนี้มันถูกขุดคุ้ยออกมาเป็นประเด็นที่คนทั้งประเทศจับตามองบ้าง เพราะการกระทำเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนจนทุกหย่อมหญ้าจริงๆ หากมีผู้ใหญ่ลงมาดูแลเรื่องนี้ได้บ้าง ให้คนพวกนี้ได้รับโทษบ้างก็คงจะดีไม่น้อย
ไม่ใช่ให้เค้าใช้ช่องโหว่ของกฎหมายมาคอยหลอกคนแล้วยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้โดยที่เหมือนจะไม่มีความผิด
แต่ที่แน่ๆ เราเชื่อว่าเค้าผิดในแง่ของศีลธรรมแน่นอน และสุดท้ายคนที่ทำแบบนี้จะต้องโดนกฎแห่งกรรมเล่นงานแน่ เราเชื่ออย่างนั้น
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน รบกวนช่วยโหวตช่วยแชร์ หรือแม้กระทั่งปริ้นท์ให้คุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้องที่ไม่ได้รับข่าวสารรวดเร็วแบบนี้ได้อ่านกันด้วยนะคะ ก่อนจะมานั่งเจ็บใจเพราะทำอะไรไม่ได้แบบเรา ขอบคุณค่ะ
อุทธาหรณ์สำหรับคนที่ตัดสินใจทำประกันกับธนาคารสีม่วง แล้วมารู้ทีหลังว่าจนท.พูดไม่หมด รบกวนช่วยโหวตด้วยค่ะ
ส่วนใหญ่แล้วคนที่รู้ก็มักจะไม่ตกหลุมพรางนี้ง่ายๆ แต่มีอีกกี่คนที่ไม่รู้ ตาสีตาสา คนหาเช้ากินค่ำ คนที่ความรู้น้อย ส่วนใหญ่แล้ว คนแบบนี้แหละที่จะตกเป็นเหยื่อให้กับคนที่เรียนจบสูงๆ แล้วมาทำนาบนหลังคน เพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ หรือทำให้ชีวิตตัวเองสบายขึ้นโดยที่ไม่ได้รู้สึกเลยว่าคนอื่นเค้าจะเดือดร้อนแค่ไหน
ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงตัวเองจะได้มานั่งโพสเรื่องแบบนี้เพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่น เราเองได้อ่านเรื่องแบบนี้มาเยอะ แต่คนที่บ้านเราหล่ะคะ คุณพ่อ คุณแม่ ที่ไม่ได้นั่งเล่นคอมได้รับรู้เรื่องราวของเหลือบไรเหล่านี้ล่ะ นี่แหละ เป็นสาเหตุให้ท่านโดนหลอกโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และกว่าเราจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว
เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อสิงหาคม ปี 2554 คุณแม่เราไปฝากเงินที่ธนาคารสีม่วงแถวถนนนวมินทร์ เพื่อจะเอาเงินไปผ่านบัญชีเฉยๆ โดยที่ท่านก็ไม่รู้ว่าสามารถฝากผ่านตู้ได้เลย โดยไม่ต้องไปเจอพวกทำนาบนหลังคนแบบนี้
พอเข้าไป พนักงานก็เข้ามาต้อนรับอย่างดีคุยนู่นคุยนี่ให้คนแก่รู้สึกไว้ใจ จนพาไปนั่งที่โต๊ะได้ แล้วก็เริ่มอธิบายถึง "การออมเงิน" แบบหนึ่ง ที่มาในรูปแบบประกัน ออมเพียง 6 ปีเท่านั้น ก็สามารถถอนเงินคืนได้ แต่ถ้าไม่ถอนปล่อยให้กรมธรรม์คุ้มครองไปเรื่อยๆก็จะคุ้มครองได้ถึง 14 ปี
โดยสามารถเลือกจ่ายได้ จะจ่ายเป็นรายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน หรือรายเดือนก็ได้
คุณแม่เราก็สนใจทันที เพราะท่านก็อยากจะเก็บเงินอยู่แล้ว และคิดว่านี่คือการเก็บเงินแบบนึง สุดท้ายพอครบ 6 ปีก็คงจะได้เงินคืนทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยด้วย
ท่านก็ย้ำกับพนักงานว่า 6 ปีแล้วได้เงินคืนแน่นะ พนักงานก็บอกใช่ค่ะพี่ สุดท้ายแม่เราก็ตัดสินใจทำไป
กลับมาบ้านก็ยังมาคุยโวกับเรานะ ว่าแม่ไปทำประกันมา เค้าบอกว่าจ่ายเงินไป 6 ปี เดี๋ยวก็ได้คืน เราก็แย้งว่าไม่ใช่นะ เค้าก็ไม่เชื่อ จนเราก็ไม่ได้สนใจปล่อยๆไป เพราะคิดว่าแม่คงคุยกับเค้าแบบนี้แล้วเค้าก็คงไม่หลอกหรอกมั้ง
แม่เราก็ส่งเงินมาเรื่อยๆ ซึ่งท่านเองก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ หนี้สินส่วนตัวเองก็เยอะอยู่แล้ว เลยหวังว่าจะได้เก็บเงินไว้ใช้ตอนอายุมากกว่านี้ จะได้สบายๆหน่อย
แม่เราส่งเงินมาประมาณปีกว่าก็มาเริ่มเอะใจ เพราะแม่เราไปคุยกับเพื่อนหลายๆคนว่าเค้าเก็บเงินอยู่ เดี๋ยวอีก 6 ปีก็จะได้เงินก้อนแล้ว แถมยังจะไปชวนคนอื่นให้มาทำด้วยกันอีก แต่เพื่อนแม่หลายๆคนก็ทำงานอยู่ยังไม่เกษียณ เพราะฉะนั้น เค้าเองก็พอจะรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง เลยเตือนแม่ว่ามันไม่ใช่นะ
แม่เราเลยกลับไปที่ธนาคารอีกรอบเพื่อถามถึงความชัดเจน ก็ได้เจอกับพนักงานคนเดิมแต่แม่เราจำไม่ได้ เค้าก็อธิบายอีกแบบว่า ต้องรอให้ครบ 14 ปีตามอายุสัญญาถึงจะได้เงินคืนทั้งหมด
แม่เราเลยโวยวายว่าทำไมต้องมาหลอกกันด้วย คงโวยวายว่าเค้าไปเยอะ แต่ไม่หยาบนะคะ อยู่ๆพนักงานคนนี้ก็เดินหนีไปเลย ปล่อยให้แม่เรานั่งรอที่โต๊ะ
จนมีพนักงานอีก 2 คนที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาหาแม่เรา แล้วบอกว่าคนนั้นแหละที่เป็นคนทำประกันให้แม่เรา 2 คนนี้ก็บอกกับแม่เราว่า ถ้าเอาคืนตอนนี้จะได้ไม่คุ้มนะ เพราะเงินเวนคืนกรมธรรม์แค่ 5 พันกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งแม่เราส่งไปเป็นเงิน 4 หมื่นกว่าได้แล้ว
แม่เราก็งง งง ที่ทำอะไรไม่ได้เลยเดินออกมาจากธนาคาร แต่ก็ยังเสียดายเงินอยู่ เลยโทรไป Call Center เค้าก็ให้เบอร์พนักงานผู้รับเรื่องร้องเรียนมา เป็นคนของสำนักงานใหญ่
เค้าก็ให้คำแนะนำให้เขียนคำร้องเข้ามา แม่เราก็ทำตาม Process ทุกอย่าง แต่เค้าก็บอกแม่เราไว้แล้วว่า ขอเงินคืนค่อนข้างยากนะ เพราะเอกสารทุกอย่างมันถูกต้องหมด และคงไม่มีพนักงานคนไหนที่จะยอมบอกว่าตัวเองพูดไม่หมด ปิดบังข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าทำประกันหรอก
และสุดท้ายผลก็ออกมาว่าไม่สามารถขอเงินคืนได้ ตามที่พนักงานจากสำนักงานใหญ่พูดจริงๆด้วย
ซึ่งหากไปฟ้องร้องที่ คปภ. หรือ สคบ. ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะเราไม่มีหลักฐานใดๆเลยที่จะชี้ให้เห็นว่าพนักงานพูดอย่างไรตอนที่ขายประกันให้แม่เรา
หลังจากที่เรากลับมาดูกรมธรรม์อย่างละเอียดแล้วพบว่า พนักงานไม่ได้โกหกเลย
แต่พนักงานพูดไม่หมด ปิดบังข้อมูลทำให้คนแก่ที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้เข้าใจผิดและหลงทำประกันไป
คือ พนักงานบอกว่า 6 ปีคืนเงินนั้น เป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อเราจ่ายเงินครบ 6 ปีแล้ว เราสามารถยกเลิกประกัน แล้วขอเงินเวนคืนกรมธรรม์ได้ ซึ่งเงินที่จ่ายไปทั้งหมด ประมาณ 2 แสนนั้น จะได้เวนคืนอยู่ที่ 1 แสน 4 หรือ 1 แสน 5 ไม่เกินนี้
แต่พนักงานทำให้เข้าใจว่าจะได้เงินคืนทั้งหมดเลย 2 แสน พร้อมเงินปันผลที่จะได้ในแต่ละ 2 ปีด้วย
ซึ่งมาถึงตอนนี้ทำให้ไม่สามารถเอาผิดอะไรพนักงานได้เลย ทำให้แม่เรานั่งเสียใจอยู่คนเดียวว่าเป็นเพราะเค้าโง่เอง เลยต้องมาโดนพวกคนที่เรียนสูงๆแบบนี้หลอกเอาได้
เราจึงอยากจะให้เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์กับคนหลายๆคนที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้และอาจจะโดนหลอกได้
ซึ่งหากรู้ตัวเร็วกว่านี้ก็จะสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ ภายใน 30 วัน แต่ของเราเรื่องมันล่วงเลยมาเป็นปีแล้ว จึงไม่สามารถขอเงินคืนได้เลย
หากมีคนที่หลงเชื่อแบบนี้ซัก 100 คน ธนาคารก็จะได้เงินไปฟรีๆแล้ว 3 ล้านบาท แต่คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่า บางคนกว่าจะหาเงินพัน เงินหมื่นได้ มันยากลำบากขนาดไหน
หัวใจคุณทำด้วยอะไรถึงไม่มีความเป็นคนอยู่เลย หลอกได้กระทั่งคนแก่ที่ไม่รู้เรื่อง หรือในบางครั้งที่เคยได้ยินมาหลอกคนที่เค้าเก็บเงินมาทั้งชีวิต
พนักงานพวกนี้นั้น ไม่ได้ต่างอะไรกับแก๊งคอลเซนเตอร์เลย เพียงแต่แต่งตัวดี และหลอกกันซึ่งๆหน้า
สำหรับเรื่องนี้ดิฉันจะไม่ขออโหสิกรรมใดๆทั้งสิ้นให้กับบุคคลที่หลอกแม่ดิฉัน แต่จะขอให้ครอบครัวของพนักงานคนนั้นโดนพนักงานธนาคารเช่นคุณหลอกให้ทำประกันด้วยวงเงินสูงๆบ้าง หรือให้โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเอาเงินไปบ้าง คุณจะได้เข้าใจว่าสิ่งที่คุณทำนั้น มันสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับคนอื่นบ้าง
ใจจริงนั้น เราอยากให้เรื่องนี้มันถูกขุดคุ้ยออกมาเป็นประเด็นที่คนทั้งประเทศจับตามองบ้าง เพราะการกระทำเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนจนทุกหย่อมหญ้าจริงๆ หากมีผู้ใหญ่ลงมาดูแลเรื่องนี้ได้บ้าง ให้คนพวกนี้ได้รับโทษบ้างก็คงจะดีไม่น้อย
ไม่ใช่ให้เค้าใช้ช่องโหว่ของกฎหมายมาคอยหลอกคนแล้วยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้โดยที่เหมือนจะไม่มีความผิด
แต่ที่แน่ๆ เราเชื่อว่าเค้าผิดในแง่ของศีลธรรมแน่นอน และสุดท้ายคนที่ทำแบบนี้จะต้องโดนกฎแห่งกรรมเล่นงานแน่ เราเชื่ออย่างนั้น
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน รบกวนช่วยโหวตช่วยแชร์ หรือแม้กระทั่งปริ้นท์ให้คุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้องที่ไม่ได้รับข่าวสารรวดเร็วแบบนี้ได้อ่านกันด้วยนะคะ ก่อนจะมานั่งเจ็บใจเพราะทำอะไรไม่ได้แบบเรา ขอบคุณค่ะ