[CR] รีวิว ♥ Autume in เกาหลีใต้ ♥ 5 วัน 3 คืน ไปกับครอบครัวทัวร์ยกแก๊ง :) EP.2.4


วันที่ 29 ตุลาคม 59



เช้าวันเสาร์ที่แสนสดใส ด้วยอุณหภูมิเลขตัวเดียวที่เกิดมายังไม่เคยเจอ 8 องศาค่ะ
ทานข้าวเช้า ลากกระเป๋ามารอรถที่ล็อบบี้ เดินเล่นหน้าโรงแรมค่ะ กรี๊ดค่ะ หนาวมากกกกกก ปากสั่นกึกๆ เม่าผิงไฟ
ออกเดินทางวันสุดท้ายด้วยการเยี่ยมชม ศูนย์สมุนไพรฮ็อกเก็ตนามู (ต้นไม้ชนิดนี้อยู่ในป่าลึกปราศจากมลภาวะ เมล็ดของพันธุ์ ชาวเกาหลีนิยมรับประทานเพื่อช่วยดูแลตับ ป้องกันโรคตับแข็งค่ะ  หลังจากนั้นเราไป ร้านเครื่องนอน ที่มีกรรมวิธีผลิตเส้นใยกันไรฝุ่นอย่างดีเยี่ยม (และก็ไม่ได้ถ่ายรูปอีกเช่นเคย)


หลังจากนั้น ไกด์พาเราไปปล่อยที่ Trick Eye Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะสามมิติ และ Ice Museum อุณหภูมิ -6องศา





พร้อมทั้งเดินช้อปที่ตลาดฮงแด ย่านหน้ามหาวิทยาลัยฮงอิก

ระหว่างทางจขกท.ซัดไก่ทอดราดซอส รสชาติหวานเผ็ด เอาขนาดกลางมาค่ะ ราคาประมาณ 4000วอน ถ้าจำไม่ผิด

อย่าลืมไอศกรีมจะมีให้เลือก 3 รส วนิลา, วนิลา/ช็อค, ช็อคโกแลต ราคา 2000วอน

จขกท.กินไม่หมดเพราะอากาศหนาว ก็บ้าจี้กินไอติมอีก กินได้ครึ่งอันก็ทิ้งค่ะ เสียดายก็เสียดาย ปากแข็งไปหมดแล้ว เม่าเป็นลม

เที่ยง เดินทางไปทานอาหารใกล้ๆร้านละลายเงินวอน อาหารวันนี้คือ โอซัมบลูกิ รสชาติเหมือนแกงส้มผสมแกงพริกหมูบ้านเรา เนื้อหมูเค้าจะหั่นบางๆ มีเครื่องแกงติดอยู่บนหมู ข้างในน้ำแกงจะมีกะหล่ำปลี เห็ดเข็มทอง ปลาหมึก รสชาติเผ็ดกำลังดี จขกท.ชอบเลยแหละ ทานกับข้าวสวย โดนข้าวไป 3 ถ้วยค่ะ กินหนักนิดนึง เดี๋ยวเราจะขึ้นเครื่องแล้ว

ทานเสร็จก็ตามด้วยละลายเงินวอน ซื้อของฝาก หากซื้อยอดรวมเกิน 50,000 วอน จะแพ็คลงลังให้อย่างดีค่ะ เราสามารถไปรื้อเอาของที่กลัวแตก กลัวหก ไหล พวกครีมไรงี้ มาแพ็ครวมๆกับของเค้าได้ค่ะ โหลดใต้เครื่องโลดดด


เดินทางไปสนามบินอินชอน ด้วยความใจหาย เร็วมากเลย กระพริบตา 3 ที ผ่านไป 3 วันและ ไม่ค่อยมีใครอยากกลับ อิอิ ยังมีความสุขกับอากาศ ความสะดวกสบายในระบบขนส่ง และแหล่งช้อปที่ยังไม่จุใจ เม่าร้องไห้

มาถึงสนามบิน ก็เช็คอิน วิ่งรับน้ำหอมที่ SM Duty Free ชั้น 2 ค่ะ (เค้าให้มารับของที่สนามบิน) และวิ่งทำ Tax Refund ชั้นล่างเสร็จ ก็นำใบจากชั้นล่าง ขึ้นไปรับเงินสดที่ Tax Refund ชั้น 2 ค่ะ
ขณะรอเวลาก็แวะร้านขนมปังที่เค้าว่ากันว่าอร่อยในสนามบินค่ะ รสชาติปกติค่ะ เหมือนกับร้านทั่วๆไป (จขกท.ลิ้นจระเข้รึเปล่าไม่รู้นะ)


จริงๆ จขกท.อยากให้ตามหาคนๆนึงแหละ อยู่ในกรุ๊ปจขกท.เอง ทั้งทริป
ผู้หญิง อายุประมาณ 23-29ปี สูงประมาณ 155-160ซม.มัดจุก ผมสั้นประมาณบ่า สีผมบรอนทองเหลือบเทา
จขกท.พูดกับเค้า 1 ประโยคตอนจะเดินข้ามถนนไปดูการแสดง Drum Cat ว่า...

"กระเป๋าไม่ได้รูดซิปค่ะ"

แค่อยากจะบอกว่า ชอบเค้า น่ารักดี แค่นั้นค่ะ อมยิ้ม07

เม่าโศก ช่วงเวลาที่มีความสุขมักจะผ่านไปเร็วค่ะ กลับมาเผชิญชีวิตจริง เพื่อพัฒนาตัวเอง บริษัทฯ และประเทศชาติต่อไป ว่าไปนั่น ถึงเวลาก็เก็บเงิน วางแผนเที่ยวที่ต่อไปค่ะ  
เป้าหมายต่อไปคือ ญี่ปุ่นในปี 2561 ค่ะ ไม่อยากไปทัวร์ ทัวร์สะดวกก็จริง แต่เวลาเที่ยวน้อยแบบชะโงกทัวร์ ขอเวลาเก็บเงินและวางแผนเที่ยวแบบ Back pack ก่อน จขกท.จะไป Universal Studio Japan เพื่อไปถ่ายรูปโลกพ่อมดแม่มดของ Harry Potter โดยเฉพาะค่ะ ทำทัวร์ให้ลูกค้ามาบ้าง รู้สึกอิจและอยากไป คนเราต้องมีเป้าหมายค่ะ แบ่งใช้ แบ่งเก็บ แบ่งเที่ยว ชีวิตมันสั้น โลกยังอีกกว้าง เราต้องไปเรียนรู้ เก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆ ก่อนที่จะไม่มีเวลา ไม่มีแรง  หลังจากญี่ปุ่นประมาณ 3 ปีจะไปยุโรปค่ะ ไม่รู้ทุกคนจะรออ่านของ จขกท.หรือเปล่าน้า เม่าออม

ว่าด้วยเรื่องสุดท้าย...สิ่งที่รู้สึก มองเห็น และสัมผัสได้ของคนเกาหลี และประเทศเกาหลี เพี้ยนแช๊ะ

> ประเทศเกาหลีมีขนาดเท่ากับภาคอีสานบ้านเรา แต่กลับมีประชากรอาศัยรวม 50ล้านคน
> เนื่องจากเป็นประเทศที่ประชากรมาก ทำให้การแข่งขันสูง คนเกาหลีจะค่อนข้างเครียดและจริงจังกับชีวิต
> เนื่องจากเป็นประเทศมีพื้นที่จำกัด จึงพบเห็นคอนโดเป็นจำนวนมาก
> เนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะ การขยายประเทศจะต้องอาศัยการถมทะเลให้เป็นแผ่นดิน
> เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสูง ภูเขา การวางผังเมืองและสิ่งปลูกสร้าง ถือว่าทำได้อย่างดีเยี่ยม (เก่งเรื่องขุดเจาะ)
> บ้านเมืองค่อนข้างเป็นระบบ ระเบียบ เรียบร้อย เสาไฟฟ้าไม่ค่อยมี
> บ้านเรือนส่วนใหญ่จะเล็กๆ น่ารักๆ ต้นไม้เยอะ
> เกือบทุกแยกและทุกซอย มีกล้อง CCTV
> ทางม้าลายส่วนใหญ่ มีเสาให้กดปุ่มสัญญาณไฟ เพื่อรอข้ามถนน
> ทางม้าลายค่อนข้างใหญ่ บางที่มีช่องพิเศษไว้ข้างๆ เพื่อเป็นช่องสำหรับจักรยาน (จะได้ไม่ปั่นรวมกันคนข้าม)
> ถนนสายหลักใหญ่ๆที่จะวิ่งเข้าในเมือง จะมีเลนสีฟ้า เป็นเลนเพื่อให้รถที่มีที่นั่งเกิน 6-7 ที่นั่ง วิ่งโดยเฉพาะ
> ถนนสายหลักใหญ่ๆ จะมีกำแพงกั้นเสียง เพื่อป้องกันมลภาวะทางเสียงไปรบกวนผู้คน และอาคารบ้านเรือน
> ฟุตบาทค่อนข้างใหญ่ โล่ง กว้าง สะอาดและเรียบร้อย
> แทบจะทุกพื้นที่ที่ว่าง รัฐได้เปลี่ยนให้เป็นสวนสาธารณะ ทำทางเดิน ม้านั่ง เพื่อเดิน วิ่ง พักผ่อน
> ร้านริมทางบนฟุตบาท แทบจะไม่มีให้เห็น
> ถ้าคุณยืนขวางทางเดิน ไม่ใช่คนเกาหลีทุกคนที่จะเดินชนคุณ บางคนก็หลบ บางคนก็ขอทาง บางคนก็ชน (เฉพาะเวลาเร่งรีบหรือพื้นที่แออัดจริงๆ)
> เทรนอะไรที่ฮิต จะทำตามกันทั้งเมือง เช่น ผมยาวประบ่า ปากแดง สาวเกาหลีแทบทุกคนจะทำตาม เริ่มตั้งแต่มัธยม
> 90% ของวัยรุ่นเกาหลี ใส่รองเท้าผ้าใบ และส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์เนม
> ค่าเงินต่ำกว่าไทย 1000วอน(31บาท) แต่ค่าครองชีพสูงกว่า เช่น ไอศกรีมโคนราคา 2000วอน (62บาท)
> เป็นชาตินิยม ไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษ อนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีและสถาปัตยกรรมไว้อย่างดี
> ถนนที่จะมีขยะ จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีของกินขาย จะเป็นเศษเล็กๆ ไม่ค่อยเห็นขยะถุงใหญ่ๆ
> ถ้าคุณเป็นคนขี้เหงา ขี้อิจฉาและโสด เกาหลีเป็นประเทศที่ฆ่าคุณทางความรู้สึกได้ เพราะส่วนใหญ่จะเดินเป็นคู่และสวีทกันสุดๆ เดี๋ยวกอด เดี๋ยวหอม
> ดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดงของเกาหลี ถือว่าเป็นที่รู้จัก ทำอะไรเป็นเงินเป็นทอง เป็นข่าว แฟนคลับจะเยอะมาก น้อยมากที่เราจะเห็นบุคคลเหล่านี้เดินเล่นตามสถานที่ทั่วไป (ต้องปิดหน้าปิดตาหรือให้ผู้จัดการส่วนตัวจัดการให้หากอยากได้อะไร)
> สาวเกาหลีส่วนใหญ่จะห้าว ถึก ลุยๆ เสียงดัง แต่พอมีแฟนจะเปลี่ยนเป็นคนละคน (ไกด์บอก)
> คนเกาหลีจะเดินทางด้วย รถส่วนตัว รถประจำทาง รถไฟบนดิน-ใต้ดิน และจักรยาน (มอเตอร์ไซต์น้อยมากๆ)
> คนเกาหลีที่มีอายุ ส่วนใหญ่จะสุขภาพดี แข็งแรง เดินขึ้นเขาหรือเนินชันๆได้สบาย
> คนเกาหลีส่วนใหญ่หุ่นดีหรือหุ่นระดับกลางๆ ไม่ค่อยมีคนผอมมากหรืออ้วนมาก
> คนเกาหลียังไม่ค่อยเปิดรับเพศที่ 3 จึงไม่พบเก้ง กวาง ทอม ดี้ เลส เลย!! (อาจจะปรากฏตัวพื้นที่เฉพาะ)
> คนเกาหลีเวลาพูดจะเสียงดังพอๆกับคนจีน แต่ไม่ค่อยโหวกเหวกโวยวายสักเท่าไหร่
> คนเกาหลีจะใช้วันหยุดกับการออกนอกบ้าน ช้อปปิ้ง ทานข้าว ปิ๊กนิ๊กกับครอบครัวและคนรัก
> คนเกาหลีค่อนข้างใจร้อน ไม่ค่อยยอมกันในเรื่องขับรถ หากมีเรื่องจะไม่ต่อยกัน เพราะใครเริ่มก่อน คนนั้นโดนปรับหนัก (ไกด์บอก)(คนขับรถทัวร์ซิ่งมากค่ะ ขนาดเป็นทางบนภูเขา เฮียเค้ายังไม่ค่อยแตะเบรคเลย T^T)
> คนเกาหลีส่วนใหญ่จะหน้าใส น้อยมากๆที่จะเป็นสิว
> คนเกาลีส่วนใหญ่จะใช้ของที่ผลิตภายในประเทศ นอกจากคุณภาพจะดี ราคายังถูกอีกด้วย
> นักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลี เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 70000บาทไทยขึ้นไป (ไกด์บอก)
> คนเกาหลีให้ความสำคัญคน 2 รุ่นคือ เด็ก และคนแก่
1.เด็ก คือผู้ที่จะขึ้นมาพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศในอนาคต
2.คนแก่ คือผู้ที่ปูทางประเทศ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (เค้าจะไม่ค่อยถือกัน หากคนแก่แซงคิว)
> จากข้อที่กล่าวไปด้านบน อาชีพครูจึงสำคัญ เป็นที่ต้องการ รายได้ค่อนข้างสูงและเป็นที่เคารพ เพราะครูจะสอนเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาล เพื่อโตมาเป็นคนที่มีคุณภาพในภายภาคหน้า
> เนื่องจากเกาหลีได้ผ่านเรื่องร้ายๆมาเยอะและยาวนาน ทำให้หวั่นต่อการโดนทำลายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จึงมีการสร้างแคปซูลกาลเวลาไว้เพื่อใส่ทุกๆอย่างที่เป็นเกาหลีลงไป หาเกิดเหตุการณ์ใดในอนาคต คนรุ่นหลังจะได้ทราบข้อมูลจากแคปซูลนี้ (ฝังอยู่บริเวณโซลทาวเวอร์)
> เกาหลีเป็นประเทศที่เมื่อหลายปีก่อนแทบจะไม่มีคนรู้จัก ล้าหลัง ล้าสมัย ปัจจุบันฟื้นฟูก้าวหน้าพัฒนาคน พัฒนาประเทศ การศึกษา อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีทัดเทียมอารยประเทศชั้นแนวหน้าของโลก
> ตอนแรกเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในลิส "ประเทศที่ต้องไปในชีวิตนี้" แต่เมื่อไปแล้ว ก็อยากจะกลับไปเก็บทุกรายละเอียดอีกครั้ง ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ ยิ้ม

ขอบคุณทุกท่านทีเสียสละเวลาอ่านจนถึงกระทู้นี้ จขกท.ขอลาไปเท่านี้ อันยอง ฮี คา เซ โย แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ  พาพันชอบ
ชื่อสินค้า:   [นามิ / โซรัค / โซล]
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่