บทนำ
ภาคินผลักแฟ้มเอกสารตรงหน้าออกห่างตัว แสดงสีหน้าเหนื่อยระอากับคำสั่งล่าสุดแบบไม่เกรงใจ
“มีปัญหารึคะคุณภาคิน”
พออีกฝ่ายลงท้ายด้วยคำสุภาพ แถมเอ่ยชื่อเต็มยศขนาดนี้ เขาก็ทำเป็นยกคิ้วใส่
“แปลว่ามี!”
เสียงนี้เข้มขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงปลดแว่นออกเพื่อจ้องหน้าเขาตรงๆ
“ต้องอย่างนี้สิ ปัญหาเราหายไปเรื่องหนึ่งละ”
“อย่ามารุ่มร่ามกับดิฉัน นี้คือเวลางาน”
“งั้นคืนนี้...”
ชายหนุ่มส่งสายตาแพรวพราว หมายจะให้สุภาพสตรีตรงหน้าได้สะกิดใจนึกหวนถึงความหลัง เมื่อเร็วๆ นี้
แต่หัวหน้างานของเขาจริงจังเหลือเกิน ไสแฟ้มปึกหนากลับคืนมา เป็นอันยืนยันว่า เรื่องงานต้องมาก่อน
“หัวหน้าครับ...” เขาเปลี่ยนแววตาเป็นจริงจังบ้าง น้ำเสียงก็เข้มขรึมลงทันที “ถ้าจะกรุณา... ช่วยปลดดุมเสื้อลงสักสองเม็ด แล้วเราค่อยเริ่มคุยกัน ได้ไหมครับ”
คนถูกร้องขอ ระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ใจนั้นเริ่มเต้นระรัวขึ้นแล้ว เพราะลีลาฉกาจฉกรรจ์บนเตียงนอนนั่น ใครเล่าจะไม่ติดอกติดใจ
หญิงสาว... ยากจะประเมินอายุ หากเอาความก้าวหน้าในสายงานไปเปรียบเทียบกับรูปทรงสัดส่วน และความตึงแน่นที่เขาเคยทดลองสัมผัสมาแล้วสองสามครั้ง
หล่อนกระแอม ชำเลืองมองกล้องวงจรปิดตรงมุมเพดาน แล้วกดปุ่มควบคุมบนโต๊ะ ภาคินมองตามสัญลักษณ์เล็กๆ แม้นิ้วเรียวงามจะจิ้มผ่านรวดเร็ว แต่เขายังตามทัน จากปุ่มเลื่อนปิดบังตา ตัดสัญญาณทีวีวงจรปิด แล้วก็เพิ่มอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ
ภาคินยกยิ้มที่มุมปาก พยักให้กับจุดมุ่งหมายของตน ตรงกระดุมสองเม็ดของหล่อนอีกครั้ง
“ถ้า... งานนี้สำคัญขนาดนั้น... ก็... กรุณา...”
เขาสนุกเสมอ เวลาได้วางอำนาจเล็กๆ น้อยๆ กับคนที่ปกติจะมีอำนาจเหนือกว่าตน
ศรัญญา หรือรหัสเรียกขานว่า เอส ตีสีหน้าเหนื่อยหน่าย หล่อนรู้จักผู้ชายตรงหน้ามาเกินจะพอ เขาเป็นมือดีที่สุดของสำนักงาน สมบูรณ์แบบไปทุกเรื่อง แม้กระทั่ง... เรื่องนั้น...
“ถ้าตกลงกันได้ รับปากได้ไหม... คุณจะไม่ไปทำอย่างนี้กับเป้าหมาย”
“เป้าหมาย... ผู้หญิง... สาว สวย เก่ง...” เขายิบตาตรงคำว่า ‘เก่ง’ บอกเป็นนัยๆ ว่า เก่งเรื่องอะไร “เก่ง... ได้สักครึ่งของบอสไหมล่ะครับ”
“ทุกอย่างมีบอกไว้ในแฟ้มไงล่ะคะ”
“ผมยังไม่ได้อ่าน”
เขาเลื่อนแฟ้มกลับคืนไป สายตาจดจ้องกับกระดุมเสื้อสองเม็ดต่อไป
ศรัญญาหัวเราะหึๆ ในลำคอ เอ่ยขึ้นว่า
“คุณเป็นนักต่อรองที่เยี่ยมยอด”
“ไม่อย่างนั้นบิ๊กบอสจะเลือกให้ผมร่วมงานด้วยเรอะครับ” แล้วเขาก็ส่งยิ้มร้ายๆ ที่คนตรงหน้าหลงใหลเข้าใส่หล่อน “นะ... นะครับเอส เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน...”
“ฉันผิดเองสินะ ที่เผลอคิดว่าคุณจะเป็นสุภาพบุรุษกว่านี้”
“ผมสิครับที่ผิด ผมไม่น่าเผลอคิดว่าคุณยอม... เพราะมีใจให้ผมบ้าง... สักนิด”
อากาศในห้องเริ่มอบอ้าวขึ้นมาจริงๆ ภาคินรู้สึกถึงเหงื่อที่เริ่มซึมๆ ตรงท้ายทอย ขนาดตนสวมเสื้อยืดยังรู้สึกได้ แล้วคนตรงหน้าล่ะ
หญิงสาวรวบผมขึ้นเป็นมวย เผยต้นคองามระหงที่น่าประทับรอยจุมพิตเป็นที่สุด เหงื่อชื้นสร้างเงาจางๆ ทำให้บางความรู้สึกของชายหนุ่มเริ่มคุกรุ่น
“ชักร้อนแล้วสิ...” เขาเปรยขึ้นเบาๆ สายตายังจดจ่ออยู่ที่เดิม
“ค่ะ... ดิฉันก็ชักร้อน...” คราวนี้หล่อนยกคิ้วส่งคืนมาบ้าง
จากนั้นก็ค่อยกรีดนิ้ว ปลดดุมเม็ดบนสุดที่กลัดไว้ชิดคอ คนจ้องยังจ้องไม่วางตา กลืนน้ำลาย หรี่ตาลุ้นเต็มที่
“นี้เพราะงานมันเร่งด่วนหรอกนะ” หล่อนเอ่ยขึ้น แต่ยังไม่ปลดดุมอีกเม็ดตามคำขอ “เปิดแฟ้มสักหน้าหนึ่งก่อนเป็นไงคะ”
“เห็นไหมล่ะ คุณต่างหาก นักต่อรองที่เก่งกาจที่สุด และรักษาคำพูดมาที่สุด” ภาคินเน้นที่คำท้าย ก่อนจะยอมเลื่อนแฟ้มกลับมา พลิกเปิดหน้าแรกอย่างเนือยๆ
รูปถ่ายของเป้าหมาย ทำให้เขาชะงักนิดหนึ่ง เธอสวย... หน้าตาคุ้นๆ อีกต่างหาก แต่พอเหลือบตาอ่านรายละเอียดในหน้าแรก ก็ถึงกับตลบปิดแฟ้มดังพั่บ
“เอส... คุณก็รู้ ถ้าผมอยากแค่เป็นบอดี้การ์ดพื้นๆ คอยยืนอยู่ข้างหลังใครสักคน เหน็บหูฟัง สวมสูทดำ สวมแว่นกันแดด ผมไปสมัครงานที่ไหนก็ได้”
“ถูกต้อง...” คำตอบเยือกเย็นอย่างยิ่ง
“ผมไม่อยากรับงานนี้ ให้ใครๆ หรือพวกมือใหม่ก็ได้”
“ลูกค้าต้องการมือดีที่สุดของเรา”
“งั้นก็ให้พิรุณแล้วกัน” เขาเอ่ยถึงเพื่อนร่วมงานอีกคน
“ก็บอกแล้วว่าลูกค้าต้องการมือดีที่สุด” ศรัญญาย้ำหนักแน่น
“พิรุณก็มือดีที่สุด สำหรับ... งาน... แค่คอยดูไม่ให้ใครมายุ่มย่ามกับผู้หญิงสักคน”
“สารภาพมาเถอะภาคิน” หล่อนทอดถอนใจ “นี้เพราะดิฉันยังไม่ได้ปลดดุมอีกเม็ดใช่ไหม”
หล่อนรู้จักเขามานานจริงๆ ชายหนุ่มนายทหารสัญญาบัตรอนาคตไกล แต่หัวขบถหนักจนกล้าลาออก มารับงานในบริษัทบริการรักษาความปลอดภัยของบิดาหล่อน ความเก่งกาจครบเครื่อง ความฉลาดฉับไว พร้อมไหวพริบปฏิภาณการแก้สถานการณ์ ทักษะด้านการต่อสู้และด้านเครื่องยนต์กลไก กระทั่งเรื่องสารเคมี ยาพิษยาดีต่างๆ เขาล้วนรู้ซึ้งหมดสิ้น
ยิ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในรูปร่างหน้าที่สูง สง่า... แบบที่ผู้หญิงทุกคนพร้อมจะพลีกายถวายชีวิต จะมีอะไรสมบูรณืแบบไปมากกว่านี้อีกเล่า กระทั่งที่หล่อนเคยเห็น ทั้งตอนที่ใบหน้ายังเกลี้ยงเกลาเมื่อตอนหัวค่ำ กับสายๆ ของวันรุ่งขึ้นที่ไรหนวดเคราเริ่มครึ้ม ทุกเวลาเขายังดูหล่อเหลา เร้าใจได้ทุกขณะ
...เคราสากๆ นั่นจั๊กจี้จะตาย...
ศรัญญาเผลอยิ้ม... ก่อนปลดดุมอีกเม็ด เผยทรวงอกอวบอิ่ม ชิดและปลายถันชันขึ้นอย่างที่เจ้าของอกงามยังรู้สึกได้
...พอเถอะเอส... นี้มันเวลางาน เลิกคิดเรื่องลามกนั่นได้แล้ว...
หล่อนกระซิบเตือนตัวเอง เมื่อภาพที่เขาเริ่มไล้ปลายคางลงกับปลายถัน ปรากฏขึ้นในมโน
“ฉัน... รักษาคำพูดเสมอ”
ภาคินยิ้มให้กับน้ำเสียงเครือๆ ของฝ่ายตรงข้าม
“แสดงว่างานนี้สำคัญมากจริงๆ งั้นหรือครับ”
“จริง”
“แต่... แค่ผู้ประกาศข่าวหน้าสวยๆ คนนึง”
“เธอทำข่าวภาคสนามด้วย” ศรัญญารีบเสริม
“นั่นละ แล้วจะมีปัญญาจ้างเรา...”
“เธอคือเป้าหมาย ไม่ใช่ลูกค้า”
นี่เขาพลาดอะไรไป ภาคินรีบคว้าแฟ้มประวัติเป้าหมายมาพลิกดูอีกครั้ง กวาดสายตาผ่านกระดาษทุกแผ่นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เห็นรายชื่อใครอื่นที่ผิดปกติ
งานนี้ชักเริ่มน่าสนใจขึ้นมาบ้างแล้วละซี
“คุณพยนต์ เจ้าของธุรกิจสื่อสารมวลชนอันดับหนึ่งของเมืองไทยไงล่ะ”
คนฟังพยักรับง่ายๆ
“เมียน้อย...”
“ไม่ใช่”
“ถ้าไม่ใช่เมียน้อย แล้วจะมาลงทุนตั้งแพงจ่ายค่าคุ้มครองทำไม”
“นั่นไม่ใช่ประเด็น ไม่ใช่รึคะ”
“สรุปว่าคือเมียน้อยเสี่ยหมื่นล้าน... คุณวิรินทร์อะไรเนี่ย”
“คุณพยนต์คือลูกค้ารายใหญ่ และเป็นคนใส่ชื่อในฐานะลูกค้าของเป้าหมายรายนี้ แต่คนจ่ายจริงๆ คือคุณปลายบาง ภรรยา”
“ตลกน่ะ... อย่างนั้นคือน่าจะจ้างมือปืนตามเก็บมากกว่า”
“ดิฉันถึงบอกว่าไม่ใช่ประเด็น... และ... กรุณาเลิกจ้อง เหมือนจะกระโจนเข้าใส่อย่างนั้นซะที ตั้งใจหน่อยสิภาคิน”
“ใช่... คำนี้เลย... ที่คุณชอบพูด ตั้งใจหน่อยสิภาคิน นั่นละๆ ช้าๆ เน้นๆ” เขาขำกับสำนวนของตัวเอง ตอนเลียนแบบคำร้องขอยามสัประยุทธ์ของหญิงสาวตรงหน้า
“แต่... แค่งานคุ้มครอง ใครก็ได้มั้งครับเอส” พอศรัญญ์ยังมีสีหน้าจริงจัง ไม่ขำหรือเขินไปด้วย เขาก็จำเป็นต้องทำเป็นจริงจังตาม
“หรือคุณประมาท หรือว่าปรามาสฝีมือตัวเองเสียแล้ว”
“บอส หรือบิ๊กบอสต่างหากที่ปรามาสฝีมือผม”
“ภาคิน คุณก็รู้จักเราดี ดีพอๆ กับที่เรารู้จักคุณ เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่”
“แต่ผมเพิ่งกลับมาจากภูเก็ต นี้จะให้ไปทะเลอีกแล้ว...”
“แค่พัทยา งานง่ายๆ อย่างที่คุณประเมิน... แค่รักษาความปลอดภัย ก็... ถือเสียว่าไปพักผ่อน ตากอากาศ มีผู้หญิงสวยๆ อยู่ในสายตาตลอดเวลา ไม่ดีรึคะ”
“แต่... เป้าหมาย... ก็คือ... เป้าหมาย”
ทั้งคู่สบตากัน รู้เท่าทันความคิดของอีกฝ่ายดี
“นั่นละที่จะต้องเน้น... เป้าหมายก็คือเป้าหมาย ห้ามอ่อยเหยื่อกับเธอเด็ดขาด”
“แล้วถ้าเธอเสนอ ผมก็... ต้องรักษาเชิงชาย ไว้ลายให้กับชื่อเสียงบริษัทเรา”
“ไม่เกี่ยวกับชื่อเสียงบริษัทย่ะ! ถึงเธอเสนอก็ห้ามสนอง เด็ดขาด!”
“เรื่องเยอะจริง อย่างนั้นให้นายพิรุณน่ะดีแล้ว ท่าทางเขาไม่ได้สนใจผู้หญิงสักเท่าไหร่”
“ต้องให้ดิฉันย้ำอีกกี่ครั้งกันคะ เรา... เจาะจงเลือกคุณ เรามอบภารกิจนี้ให้คุณ และคุณในฐานะมือดีที่สุด ในฐานะส่วนหนึ่งของเรา... คุณต้องรับมอบภารกิจนี้ แล้วปฏิบัติให้ลุล่วง”
“นานแค่ไหน...” พออีกฝ่ายเริ่มร่ายยาว เขาก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคำถาม รู้ดีอยู่แล้วว่าปฏิเสธงานไม่ได้ แต่ที่ทำเป็นคุยยืดยาวอยู่อย่างนี้ เพราะอยากเห็นเรือนอกสวยๆ นั่นมากกว่า
“นานเท่าที่ลูกค้าต้องการ เขาจ่ายเป็นรายชั่วโมง และจ่ายเป็นสองเท่าจากที่คุณเคยได้ ถ้าตกลงก็จะโอนร้อยเปอร์เซ็นต์แรกเข้าบัญชีให้ทันที และอีกร้อยเปอร์เซ็นต์ก็หลังจบภารกิจ นะคะ... สิบเปอร์เซ็นก็หกหลักปลายๆ แล้วนะงานนี้”
“เรื่องเงินไม่สำคัญ” เขาพูดพร้อมคว้าแฟ้มข้อมูลเข้ามาอย่างเนือยๆ “แต่ผมคิดถึงคุณ ตกลงนะ... คืนนี้...”
“ไว้เสร็จงานค่อยคุยกันเรื่องอื่น... คุณต้องเริ่มงานทันที”
“ทันที”
“ใช่ค่ะ พ้นประตู คนขับรถรออยู่แล้ว ชั่วโมงกว่าๆ ระหว่างบนรถ คุณคงศึกษาข้อมูลทั้งหมดได้ทัน”
“อย่างนั้นคุณต้องสัญญา...”
“แน่นอน คุณรับแฟ้มนั่นไปแล้ว พ้นประตูไป โทร.เช็คยอดบัญชีได้เลย”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น ผมหมายถึง เรื่อง ผม...กับคุณ”
“รีบไปเถอะค่ะภาคิน คุณก็รู้จักดิฉันดีพอ... ใช่ไหม”
ชายหนุ่มระบายลมหายใจยาว... เป้าหมายเป็นสาวสวยขนาดนั้น แต่จะให้เขาทำตัวเป็นพระอิฐพระปูน... แถมยังไม่เหลือเผื่อเวลาให้ปลดปล่อยล่วงหน้า... มีหวังต้องกลัดมันตายแน่ๆ
บอดี้การ์ดมือหนึ่งของสมาร์ทการ์ดกรุ๊ปถอนใจแรงๆ อีกครั้ง เมื่อลุกขึ้นพ้นจากเก้าอี้
“หวังว่าลูกค้าคงไม่มีแผนซ้อนแผน จ้างใครอีกคนมาตามล่าเป้าหมายแสนสวยของผมหรอกนะ”
“ใครจะรู้ล่ะคะ...”
หญิงสาวหัวหน้างานยิ้มให้อย่างมีเลศนัย พร้อมเดินไปเปิดประตู เพื่อส่งตัวเขาเข้าสู่ภารกิจ... ราคาแพง...
*************
ฝากติดตามด้วยครับ
สืบลับสลับรัก บทนำ
ภาคินผลักแฟ้มเอกสารตรงหน้าออกห่างตัว แสดงสีหน้าเหนื่อยระอากับคำสั่งล่าสุดแบบไม่เกรงใจ
“มีปัญหารึคะคุณภาคิน”
พออีกฝ่ายลงท้ายด้วยคำสุภาพ แถมเอ่ยชื่อเต็มยศขนาดนี้ เขาก็ทำเป็นยกคิ้วใส่
“แปลว่ามี!”
เสียงนี้เข้มขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงปลดแว่นออกเพื่อจ้องหน้าเขาตรงๆ
“ต้องอย่างนี้สิ ปัญหาเราหายไปเรื่องหนึ่งละ”
“อย่ามารุ่มร่ามกับดิฉัน นี้คือเวลางาน”
“งั้นคืนนี้...”
ชายหนุ่มส่งสายตาแพรวพราว หมายจะให้สุภาพสตรีตรงหน้าได้สะกิดใจนึกหวนถึงความหลัง เมื่อเร็วๆ นี้
แต่หัวหน้างานของเขาจริงจังเหลือเกิน ไสแฟ้มปึกหนากลับคืนมา เป็นอันยืนยันว่า เรื่องงานต้องมาก่อน
“หัวหน้าครับ...” เขาเปลี่ยนแววตาเป็นจริงจังบ้าง น้ำเสียงก็เข้มขรึมลงทันที “ถ้าจะกรุณา... ช่วยปลดดุมเสื้อลงสักสองเม็ด แล้วเราค่อยเริ่มคุยกัน ได้ไหมครับ”
คนถูกร้องขอ ระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ใจนั้นเริ่มเต้นระรัวขึ้นแล้ว เพราะลีลาฉกาจฉกรรจ์บนเตียงนอนนั่น ใครเล่าจะไม่ติดอกติดใจ
หญิงสาว... ยากจะประเมินอายุ หากเอาความก้าวหน้าในสายงานไปเปรียบเทียบกับรูปทรงสัดส่วน และความตึงแน่นที่เขาเคยทดลองสัมผัสมาแล้วสองสามครั้ง
หล่อนกระแอม ชำเลืองมองกล้องวงจรปิดตรงมุมเพดาน แล้วกดปุ่มควบคุมบนโต๊ะ ภาคินมองตามสัญลักษณ์เล็กๆ แม้นิ้วเรียวงามจะจิ้มผ่านรวดเร็ว แต่เขายังตามทัน จากปุ่มเลื่อนปิดบังตา ตัดสัญญาณทีวีวงจรปิด แล้วก็เพิ่มอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ
ภาคินยกยิ้มที่มุมปาก พยักให้กับจุดมุ่งหมายของตน ตรงกระดุมสองเม็ดของหล่อนอีกครั้ง
“ถ้า... งานนี้สำคัญขนาดนั้น... ก็... กรุณา...”
เขาสนุกเสมอ เวลาได้วางอำนาจเล็กๆ น้อยๆ กับคนที่ปกติจะมีอำนาจเหนือกว่าตน
ศรัญญา หรือรหัสเรียกขานว่า เอส ตีสีหน้าเหนื่อยหน่าย หล่อนรู้จักผู้ชายตรงหน้ามาเกินจะพอ เขาเป็นมือดีที่สุดของสำนักงาน สมบูรณ์แบบไปทุกเรื่อง แม้กระทั่ง... เรื่องนั้น...
“ถ้าตกลงกันได้ รับปากได้ไหม... คุณจะไม่ไปทำอย่างนี้กับเป้าหมาย”
“เป้าหมาย... ผู้หญิง... สาว สวย เก่ง...” เขายิบตาตรงคำว่า ‘เก่ง’ บอกเป็นนัยๆ ว่า เก่งเรื่องอะไร “เก่ง... ได้สักครึ่งของบอสไหมล่ะครับ”
“ทุกอย่างมีบอกไว้ในแฟ้มไงล่ะคะ”
“ผมยังไม่ได้อ่าน”
เขาเลื่อนแฟ้มกลับคืนไป สายตาจดจ้องกับกระดุมเสื้อสองเม็ดต่อไป
ศรัญญาหัวเราะหึๆ ในลำคอ เอ่ยขึ้นว่า
“คุณเป็นนักต่อรองที่เยี่ยมยอด”
“ไม่อย่างนั้นบิ๊กบอสจะเลือกให้ผมร่วมงานด้วยเรอะครับ” แล้วเขาก็ส่งยิ้มร้ายๆ ที่คนตรงหน้าหลงใหลเข้าใส่หล่อน “นะ... นะครับเอส เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน...”
“ฉันผิดเองสินะ ที่เผลอคิดว่าคุณจะเป็นสุภาพบุรุษกว่านี้”
“ผมสิครับที่ผิด ผมไม่น่าเผลอคิดว่าคุณยอม... เพราะมีใจให้ผมบ้าง... สักนิด”
อากาศในห้องเริ่มอบอ้าวขึ้นมาจริงๆ ภาคินรู้สึกถึงเหงื่อที่เริ่มซึมๆ ตรงท้ายทอย ขนาดตนสวมเสื้อยืดยังรู้สึกได้ แล้วคนตรงหน้าล่ะ
หญิงสาวรวบผมขึ้นเป็นมวย เผยต้นคองามระหงที่น่าประทับรอยจุมพิตเป็นที่สุด เหงื่อชื้นสร้างเงาจางๆ ทำให้บางความรู้สึกของชายหนุ่มเริ่มคุกรุ่น
“ชักร้อนแล้วสิ...” เขาเปรยขึ้นเบาๆ สายตายังจดจ่ออยู่ที่เดิม
“ค่ะ... ดิฉันก็ชักร้อน...” คราวนี้หล่อนยกคิ้วส่งคืนมาบ้าง
จากนั้นก็ค่อยกรีดนิ้ว ปลดดุมเม็ดบนสุดที่กลัดไว้ชิดคอ คนจ้องยังจ้องไม่วางตา กลืนน้ำลาย หรี่ตาลุ้นเต็มที่
“นี้เพราะงานมันเร่งด่วนหรอกนะ” หล่อนเอ่ยขึ้น แต่ยังไม่ปลดดุมอีกเม็ดตามคำขอ “เปิดแฟ้มสักหน้าหนึ่งก่อนเป็นไงคะ”
“เห็นไหมล่ะ คุณต่างหาก นักต่อรองที่เก่งกาจที่สุด และรักษาคำพูดมาที่สุด” ภาคินเน้นที่คำท้าย ก่อนจะยอมเลื่อนแฟ้มกลับมา พลิกเปิดหน้าแรกอย่างเนือยๆ
รูปถ่ายของเป้าหมาย ทำให้เขาชะงักนิดหนึ่ง เธอสวย... หน้าตาคุ้นๆ อีกต่างหาก แต่พอเหลือบตาอ่านรายละเอียดในหน้าแรก ก็ถึงกับตลบปิดแฟ้มดังพั่บ
“เอส... คุณก็รู้ ถ้าผมอยากแค่เป็นบอดี้การ์ดพื้นๆ คอยยืนอยู่ข้างหลังใครสักคน เหน็บหูฟัง สวมสูทดำ สวมแว่นกันแดด ผมไปสมัครงานที่ไหนก็ได้”
“ถูกต้อง...” คำตอบเยือกเย็นอย่างยิ่ง
“ผมไม่อยากรับงานนี้ ให้ใครๆ หรือพวกมือใหม่ก็ได้”
“ลูกค้าต้องการมือดีที่สุดของเรา”
“งั้นก็ให้พิรุณแล้วกัน” เขาเอ่ยถึงเพื่อนร่วมงานอีกคน
“ก็บอกแล้วว่าลูกค้าต้องการมือดีที่สุด” ศรัญญาย้ำหนักแน่น
“พิรุณก็มือดีที่สุด สำหรับ... งาน... แค่คอยดูไม่ให้ใครมายุ่มย่ามกับผู้หญิงสักคน”
“สารภาพมาเถอะภาคิน” หล่อนทอดถอนใจ “นี้เพราะดิฉันยังไม่ได้ปลดดุมอีกเม็ดใช่ไหม”
หล่อนรู้จักเขามานานจริงๆ ชายหนุ่มนายทหารสัญญาบัตรอนาคตไกล แต่หัวขบถหนักจนกล้าลาออก มารับงานในบริษัทบริการรักษาความปลอดภัยของบิดาหล่อน ความเก่งกาจครบเครื่อง ความฉลาดฉับไว พร้อมไหวพริบปฏิภาณการแก้สถานการณ์ ทักษะด้านการต่อสู้และด้านเครื่องยนต์กลไก กระทั่งเรื่องสารเคมี ยาพิษยาดีต่างๆ เขาล้วนรู้ซึ้งหมดสิ้น
ยิ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในรูปร่างหน้าที่สูง สง่า... แบบที่ผู้หญิงทุกคนพร้อมจะพลีกายถวายชีวิต จะมีอะไรสมบูรณืแบบไปมากกว่านี้อีกเล่า กระทั่งที่หล่อนเคยเห็น ทั้งตอนที่ใบหน้ายังเกลี้ยงเกลาเมื่อตอนหัวค่ำ กับสายๆ ของวันรุ่งขึ้นที่ไรหนวดเคราเริ่มครึ้ม ทุกเวลาเขายังดูหล่อเหลา เร้าใจได้ทุกขณะ
...เคราสากๆ นั่นจั๊กจี้จะตาย...
ศรัญญาเผลอยิ้ม... ก่อนปลดดุมอีกเม็ด เผยทรวงอกอวบอิ่ม ชิดและปลายถันชันขึ้นอย่างที่เจ้าของอกงามยังรู้สึกได้
...พอเถอะเอส... นี้มันเวลางาน เลิกคิดเรื่องลามกนั่นได้แล้ว...
หล่อนกระซิบเตือนตัวเอง เมื่อภาพที่เขาเริ่มไล้ปลายคางลงกับปลายถัน ปรากฏขึ้นในมโน
“ฉัน... รักษาคำพูดเสมอ”
ภาคินยิ้มให้กับน้ำเสียงเครือๆ ของฝ่ายตรงข้าม
“แสดงว่างานนี้สำคัญมากจริงๆ งั้นหรือครับ”
“จริง”
“แต่... แค่ผู้ประกาศข่าวหน้าสวยๆ คนนึง”
“เธอทำข่าวภาคสนามด้วย” ศรัญญารีบเสริม
“นั่นละ แล้วจะมีปัญญาจ้างเรา...”
“เธอคือเป้าหมาย ไม่ใช่ลูกค้า”
นี่เขาพลาดอะไรไป ภาคินรีบคว้าแฟ้มประวัติเป้าหมายมาพลิกดูอีกครั้ง กวาดสายตาผ่านกระดาษทุกแผ่นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เห็นรายชื่อใครอื่นที่ผิดปกติ
งานนี้ชักเริ่มน่าสนใจขึ้นมาบ้างแล้วละซี
“คุณพยนต์ เจ้าของธุรกิจสื่อสารมวลชนอันดับหนึ่งของเมืองไทยไงล่ะ”
คนฟังพยักรับง่ายๆ
“เมียน้อย...”
“ไม่ใช่”
“ถ้าไม่ใช่เมียน้อย แล้วจะมาลงทุนตั้งแพงจ่ายค่าคุ้มครองทำไม”
“นั่นไม่ใช่ประเด็น ไม่ใช่รึคะ”
“สรุปว่าคือเมียน้อยเสี่ยหมื่นล้าน... คุณวิรินทร์อะไรเนี่ย”
“คุณพยนต์คือลูกค้ารายใหญ่ และเป็นคนใส่ชื่อในฐานะลูกค้าของเป้าหมายรายนี้ แต่คนจ่ายจริงๆ คือคุณปลายบาง ภรรยา”
“ตลกน่ะ... อย่างนั้นคือน่าจะจ้างมือปืนตามเก็บมากกว่า”
“ดิฉันถึงบอกว่าไม่ใช่ประเด็น... และ... กรุณาเลิกจ้อง เหมือนจะกระโจนเข้าใส่อย่างนั้นซะที ตั้งใจหน่อยสิภาคิน”
“ใช่... คำนี้เลย... ที่คุณชอบพูด ตั้งใจหน่อยสิภาคิน นั่นละๆ ช้าๆ เน้นๆ” เขาขำกับสำนวนของตัวเอง ตอนเลียนแบบคำร้องขอยามสัประยุทธ์ของหญิงสาวตรงหน้า
“แต่... แค่งานคุ้มครอง ใครก็ได้มั้งครับเอส” พอศรัญญ์ยังมีสีหน้าจริงจัง ไม่ขำหรือเขินไปด้วย เขาก็จำเป็นต้องทำเป็นจริงจังตาม
“หรือคุณประมาท หรือว่าปรามาสฝีมือตัวเองเสียแล้ว”
“บอส หรือบิ๊กบอสต่างหากที่ปรามาสฝีมือผม”
“ภาคิน คุณก็รู้จักเราดี ดีพอๆ กับที่เรารู้จักคุณ เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่”
“แต่ผมเพิ่งกลับมาจากภูเก็ต นี้จะให้ไปทะเลอีกแล้ว...”
“แค่พัทยา งานง่ายๆ อย่างที่คุณประเมิน... แค่รักษาความปลอดภัย ก็... ถือเสียว่าไปพักผ่อน ตากอากาศ มีผู้หญิงสวยๆ อยู่ในสายตาตลอดเวลา ไม่ดีรึคะ”
“แต่... เป้าหมาย... ก็คือ... เป้าหมาย”
ทั้งคู่สบตากัน รู้เท่าทันความคิดของอีกฝ่ายดี
“นั่นละที่จะต้องเน้น... เป้าหมายก็คือเป้าหมาย ห้ามอ่อยเหยื่อกับเธอเด็ดขาด”
“แล้วถ้าเธอเสนอ ผมก็... ต้องรักษาเชิงชาย ไว้ลายให้กับชื่อเสียงบริษัทเรา”
“ไม่เกี่ยวกับชื่อเสียงบริษัทย่ะ! ถึงเธอเสนอก็ห้ามสนอง เด็ดขาด!”
“เรื่องเยอะจริง อย่างนั้นให้นายพิรุณน่ะดีแล้ว ท่าทางเขาไม่ได้สนใจผู้หญิงสักเท่าไหร่”
“ต้องให้ดิฉันย้ำอีกกี่ครั้งกันคะ เรา... เจาะจงเลือกคุณ เรามอบภารกิจนี้ให้คุณ และคุณในฐานะมือดีที่สุด ในฐานะส่วนหนึ่งของเรา... คุณต้องรับมอบภารกิจนี้ แล้วปฏิบัติให้ลุล่วง”
“นานแค่ไหน...” พออีกฝ่ายเริ่มร่ายยาว เขาก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคำถาม รู้ดีอยู่แล้วว่าปฏิเสธงานไม่ได้ แต่ที่ทำเป็นคุยยืดยาวอยู่อย่างนี้ เพราะอยากเห็นเรือนอกสวยๆ นั่นมากกว่า
“นานเท่าที่ลูกค้าต้องการ เขาจ่ายเป็นรายชั่วโมง และจ่ายเป็นสองเท่าจากที่คุณเคยได้ ถ้าตกลงก็จะโอนร้อยเปอร์เซ็นต์แรกเข้าบัญชีให้ทันที และอีกร้อยเปอร์เซ็นต์ก็หลังจบภารกิจ นะคะ... สิบเปอร์เซ็นก็หกหลักปลายๆ แล้วนะงานนี้”
“เรื่องเงินไม่สำคัญ” เขาพูดพร้อมคว้าแฟ้มข้อมูลเข้ามาอย่างเนือยๆ “แต่ผมคิดถึงคุณ ตกลงนะ... คืนนี้...”
“ไว้เสร็จงานค่อยคุยกันเรื่องอื่น... คุณต้องเริ่มงานทันที”
“ทันที”
“ใช่ค่ะ พ้นประตู คนขับรถรออยู่แล้ว ชั่วโมงกว่าๆ ระหว่างบนรถ คุณคงศึกษาข้อมูลทั้งหมดได้ทัน”
“อย่างนั้นคุณต้องสัญญา...”
“แน่นอน คุณรับแฟ้มนั่นไปแล้ว พ้นประตูไป โทร.เช็คยอดบัญชีได้เลย”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น ผมหมายถึง เรื่อง ผม...กับคุณ”
“รีบไปเถอะค่ะภาคิน คุณก็รู้จักดิฉันดีพอ... ใช่ไหม”
ชายหนุ่มระบายลมหายใจยาว... เป้าหมายเป็นสาวสวยขนาดนั้น แต่จะให้เขาทำตัวเป็นพระอิฐพระปูน... แถมยังไม่เหลือเผื่อเวลาให้ปลดปล่อยล่วงหน้า... มีหวังต้องกลัดมันตายแน่ๆ
บอดี้การ์ดมือหนึ่งของสมาร์ทการ์ดกรุ๊ปถอนใจแรงๆ อีกครั้ง เมื่อลุกขึ้นพ้นจากเก้าอี้
“หวังว่าลูกค้าคงไม่มีแผนซ้อนแผน จ้างใครอีกคนมาตามล่าเป้าหมายแสนสวยของผมหรอกนะ”
“ใครจะรู้ล่ะคะ...”
หญิงสาวหัวหน้างานยิ้มให้อย่างมีเลศนัย พร้อมเดินไปเปิดประตู เพื่อส่งตัวเขาเข้าสู่ภารกิจ... ราคาแพง...