สืบเนื่องจากกระทู้นี้นะคะ
http://pantip.com/topic/31714819
วันนี้ 03/02/57 เวลา 11.56 น. ทาง1175ได้โทรกลับมาแล้วค่ะจากทางทีมงานกระทู้ เป็นบทสนทนาที่คร่าวๆนะคะ ไมไ่ด้ละเอียดทุกคำพูด ใจความประมาณนี้ แจ้งว่า ได้ติดต่อไปยังคนที่รับเรื่องไว้แล้วคือคุณมาลี
ซึ่งจากบทสนทนานะคะ คุณผู้หญิงที่โทรมาแจ้งบอกว่า ทางaisได้รับทราบเรื่องแล้ว แต่เนื่องจากว่าอดีตพนักงานคนนั้นไม่ได้ดำรงสถานะอยู่ในสถานะพนักงานแล้ว เป็นบุคคลภายนอก aisก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ต้องให้เราไปแจ้งความ แล้วให้ทางตำรวจประสานมายังais จากนั้นทางฝ่ายกฎหมายของaisจึงจะประสานกับตำรวจอีกครั้ง ตรงนี้เราก็ถามว่าแล้วแหละค่ะว่า ทำไมโยนให้ลูกค้าดำเนินการเองทุกอย่าง ลูกค้าของคุณเสียหายนี่ไม่คิดจะดำเนินการอะไรเลยเหรอ ทีมงานก็บอกว่าเนื่องจากอดีตพนักงานนั้นไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานแล้วน่ะค่ะ ถ้าจะให้ทางaisช่วยเหลืออย่างไรก็ให้ไปแจ้งความก่อน แล้วทางaisจึงจะให้ความช่วยเหลือ(ซึ่งทางaisยินดีที่จะช่วยเหลือ)
เราก็ถามต่อค่ะว่า ถ้าไปแจ้งความแล้วจะได้อะไร คือคุณจะดำเนินการยังไง ทางนั้นก็บอกประมาณว่า คงจะเป็นฝ่ายสืบสวนติดต่อไปยังนางคนนั้นไม่ให้ก่อกวนเราอีก ประมาณนี้น่ะค่ะ เราก็ถามนะคะว่าทำไมอดีตพนักงานคนนั้นถึงได้ข้อมูลเรา ทางทีมงานก็ตอบว่า น่าจะเป็นตอนที่เธอทำงานอยู่และได้รู้ข้อมูล (ตรงนี้ไม่เคลียร์ค่ะ แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ)
เราก็โอเค รับทราบ ตรงนี้ต้องบอกเลยนะคะว่าขอบใจที่aisติดตามเรื่อง และการพูดจาของคุณที่โทรมานั้นทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาก แม้จะตอบไม่ค่อยชัดเจน ต้องถามย้ำซ้ำไปซ้ำมา (และเราก็ได้ทราบชื่อนามสกุลเต็มของพนักงานคนนั้นเรียบร้อยแล้ว ตรงนี้จะบอกว่าเธอก็ไม่ได้รู้ของชั้นแค่คนเดียวนะ ชั้นรู้แล้วว่าเธอชื่ออะไร จบจากไหน)
จากนั้นเราก็โทรไปปรึกษาแม่ค่ะ ว่าทางaisติดต่อมาแล้วอย่างนี้ๆนะ เราควรจะทำยังไงดี เพราะมันก็ไม่ได้โทรมาอีก โทรมาแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว (ไม่นับรวมที่"อาจจะ"ช้เบอร์อื่นโทรมาอีกแต่เราไม่ได้รับนะคะ) แม่เราก็บอกว่า เอองั้นก็จบไปละกัน ถือซะว่าให้อภัยมัน ถ้าเจอมันก็ให้ทำเฉยๆไป เหมือนอากาศธาตุ แต่ถ้ามันโทรมาอีกก็ให้ไปแจ้งความแล้วดำเนินการซะ
เราก็สองจิตสองใจค่ะ บอกแม่ว่า ถ้างั้นนะเราก็เสียหายอยู่ฝ่ายเดียว มันก็จะไม่ได้รับบทเรียนน่ะสิ แม่เราก็บอกว่า มันได้รับบทเรียนแล้วแหละ อาจจะถูกตำหนิโดยผู้จัดการ มันถึงได้ออก
เราก็บอกแม่อีกว่า ส่วนตัวแล้วคิดว่า มันน่าจะออกเอง คืออาจจะโดนตำหนิแล้วไม่พอใจ ลาออกเองอย่างนี้รึป่าว แม่เราก็บอกว่า นั่นแหละคือบทเรียนของมัน (มาตรงนี้ตอนนั่งพิมพ์นี่เราคิดค่ะว่า บทเรียนที่มันโทรมารังควานนะแม่มันยังไม่ได้เลย อิอิ)
ก็สรุปค่ะ คือว่าเราปล่อยให้เรื่องมันจบ อาจจะเป็นเพราะมันโทรมาแล้วได้คุยกันครั้งเดียว(หรือโทรมาอีกแต่ไมไ่ด้รับ) อาจจะเป็นเพราะมันผ่านมาหลายวันแล้วเริ่มปล่อยวาง อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงสอบ ยังไม่อยากเอาเรื่องอะไรมาใส่หัวอีก(ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เอากระบวนการRJ มาใช้จัดการกับตัวเองตั้งแต่ยังเรียนอยู่)
ก็ปล่อยให้มันแล้วไปค่ะครั้งนี้ แต่ถ้าโทรมาอีกคือเรื่องใหญ่และยาวแน่ๆ
**ดักค่ะ บางคนอาจจะคิดว่า อะไรกัน ตั้งกระทู้มาตั้งยืดยาวแต่สุดท้ายกลับยอมปล่อยไป สรุปจะต้องการอะไรกันแน่
ขอตอบก่อนว่า ก็ไม่รู้นะ บางทีก็ให้อภัย ปล่อยวางไป เราก็ไม่ได้อยากจะไปผูกใจเจ็บ อีกอย่างคือ ถ้าทางaisไม่จัดการให้เสร็จสรรพ เราก็ขี้เกียจจะไปดำเนินการอะไรอีก ก็เลยต้องเงียบไป ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้สบายใจอะไรมากมาย แต่คิดว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง
และบางคนบอกว่า ไม่ฟังความข้างเดียว หรือเรื่องเป็นเพราะเราไปแสดงกิริยาไม่ดีต่อพนักงานก่อนหรือเปล่า ตรงนี้บอกเลยค่ะว่าไม่ โดยสันดาน+ความรู้ที่เล่าเรียนมาแล้วทำให้ไม่ใช่คนที่จะไประรานหาเรื่อง ดูถูกดูแคลนใคร จะพนักงาน หรือบางอาชีพที่'บางคน' คิดว่าต่ำต้อย เราก็ไม่เคยจะไปแสดงกิริยาที่เหยียบย่ำเพราะรู้ว่าคนทุกคนมีสิทธิความเป็นมนุษย์เท่ากัน แต่ถ้าพนักงานที่มีอาชีพให้บริการไม่ได้สำเหนียกในสถานะของตนเองก็คงต้องมีร้องเรียนให้ปรับปรุงบ้าง
จบแล้วค่ะ อาจจะออกนอกประเด็นบางตอนบ้างก็อภัยให้ด้วย ขอบคุณที่ติดตามอ่านยาวๆมาจนจบนะคะ
มีอะไรยังไงก็แสดงความคิดเห็นกันเลยนะคะ
อัพเดทล่าสุด+จบ จาก กระทู้ที่โดนอดีตพนักงานaisโทรมาหาเรื่องค่ะ
วันนี้ 03/02/57 เวลา 11.56 น. ทาง1175ได้โทรกลับมาแล้วค่ะจากทางทีมงานกระทู้ เป็นบทสนทนาที่คร่าวๆนะคะ ไมไ่ด้ละเอียดทุกคำพูด ใจความประมาณนี้ แจ้งว่า ได้ติดต่อไปยังคนที่รับเรื่องไว้แล้วคือคุณมาลี
ซึ่งจากบทสนทนานะคะ คุณผู้หญิงที่โทรมาแจ้งบอกว่า ทางaisได้รับทราบเรื่องแล้ว แต่เนื่องจากว่าอดีตพนักงานคนนั้นไม่ได้ดำรงสถานะอยู่ในสถานะพนักงานแล้ว เป็นบุคคลภายนอก aisก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ต้องให้เราไปแจ้งความ แล้วให้ทางตำรวจประสานมายังais จากนั้นทางฝ่ายกฎหมายของaisจึงจะประสานกับตำรวจอีกครั้ง ตรงนี้เราก็ถามว่าแล้วแหละค่ะว่า ทำไมโยนให้ลูกค้าดำเนินการเองทุกอย่าง ลูกค้าของคุณเสียหายนี่ไม่คิดจะดำเนินการอะไรเลยเหรอ ทีมงานก็บอกว่าเนื่องจากอดีตพนักงานนั้นไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานแล้วน่ะค่ะ ถ้าจะให้ทางaisช่วยเหลืออย่างไรก็ให้ไปแจ้งความก่อน แล้วทางaisจึงจะให้ความช่วยเหลือ(ซึ่งทางaisยินดีที่จะช่วยเหลือ)
เราก็ถามต่อค่ะว่า ถ้าไปแจ้งความแล้วจะได้อะไร คือคุณจะดำเนินการยังไง ทางนั้นก็บอกประมาณว่า คงจะเป็นฝ่ายสืบสวนติดต่อไปยังนางคนนั้นไม่ให้ก่อกวนเราอีก ประมาณนี้น่ะค่ะ เราก็ถามนะคะว่าทำไมอดีตพนักงานคนนั้นถึงได้ข้อมูลเรา ทางทีมงานก็ตอบว่า น่าจะเป็นตอนที่เธอทำงานอยู่และได้รู้ข้อมูล (ตรงนี้ไม่เคลียร์ค่ะ แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ)
เราก็โอเค รับทราบ ตรงนี้ต้องบอกเลยนะคะว่าขอบใจที่aisติดตามเรื่อง และการพูดจาของคุณที่โทรมานั้นทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาก แม้จะตอบไม่ค่อยชัดเจน ต้องถามย้ำซ้ำไปซ้ำมา (และเราก็ได้ทราบชื่อนามสกุลเต็มของพนักงานคนนั้นเรียบร้อยแล้ว ตรงนี้จะบอกว่าเธอก็ไม่ได้รู้ของชั้นแค่คนเดียวนะ ชั้นรู้แล้วว่าเธอชื่ออะไร จบจากไหน)
จากนั้นเราก็โทรไปปรึกษาแม่ค่ะ ว่าทางaisติดต่อมาแล้วอย่างนี้ๆนะ เราควรจะทำยังไงดี เพราะมันก็ไม่ได้โทรมาอีก โทรมาแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว (ไม่นับรวมที่"อาจจะ"ช้เบอร์อื่นโทรมาอีกแต่เราไม่ได้รับนะคะ) แม่เราก็บอกว่า เอองั้นก็จบไปละกัน ถือซะว่าให้อภัยมัน ถ้าเจอมันก็ให้ทำเฉยๆไป เหมือนอากาศธาตุ แต่ถ้ามันโทรมาอีกก็ให้ไปแจ้งความแล้วดำเนินการซะ
เราก็สองจิตสองใจค่ะ บอกแม่ว่า ถ้างั้นนะเราก็เสียหายอยู่ฝ่ายเดียว มันก็จะไม่ได้รับบทเรียนน่ะสิ แม่เราก็บอกว่า มันได้รับบทเรียนแล้วแหละ อาจจะถูกตำหนิโดยผู้จัดการ มันถึงได้ออก
เราก็บอกแม่อีกว่า ส่วนตัวแล้วคิดว่า มันน่าจะออกเอง คืออาจจะโดนตำหนิแล้วไม่พอใจ ลาออกเองอย่างนี้รึป่าว แม่เราก็บอกว่า นั่นแหละคือบทเรียนของมัน (มาตรงนี้ตอนนั่งพิมพ์นี่เราคิดค่ะว่า บทเรียนที่มันโทรมารังควานนะแม่มันยังไม่ได้เลย อิอิ)
ก็สรุปค่ะ คือว่าเราปล่อยให้เรื่องมันจบ อาจจะเป็นเพราะมันโทรมาแล้วได้คุยกันครั้งเดียว(หรือโทรมาอีกแต่ไมไ่ด้รับ) อาจจะเป็นเพราะมันผ่านมาหลายวันแล้วเริ่มปล่อยวาง อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงสอบ ยังไม่อยากเอาเรื่องอะไรมาใส่หัวอีก(ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เอากระบวนการRJ มาใช้จัดการกับตัวเองตั้งแต่ยังเรียนอยู่)
ก็ปล่อยให้มันแล้วไปค่ะครั้งนี้ แต่ถ้าโทรมาอีกคือเรื่องใหญ่และยาวแน่ๆ
**ดักค่ะ บางคนอาจจะคิดว่า อะไรกัน ตั้งกระทู้มาตั้งยืดยาวแต่สุดท้ายกลับยอมปล่อยไป สรุปจะต้องการอะไรกันแน่
ขอตอบก่อนว่า ก็ไม่รู้นะ บางทีก็ให้อภัย ปล่อยวางไป เราก็ไม่ได้อยากจะไปผูกใจเจ็บ อีกอย่างคือ ถ้าทางaisไม่จัดการให้เสร็จสรรพ เราก็ขี้เกียจจะไปดำเนินการอะไรอีก ก็เลยต้องเงียบไป ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้สบายใจอะไรมากมาย แต่คิดว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง
และบางคนบอกว่า ไม่ฟังความข้างเดียว หรือเรื่องเป็นเพราะเราไปแสดงกิริยาไม่ดีต่อพนักงานก่อนหรือเปล่า ตรงนี้บอกเลยค่ะว่าไม่ โดยสันดาน+ความรู้ที่เล่าเรียนมาแล้วทำให้ไม่ใช่คนที่จะไประรานหาเรื่อง ดูถูกดูแคลนใคร จะพนักงาน หรือบางอาชีพที่'บางคน' คิดว่าต่ำต้อย เราก็ไม่เคยจะไปแสดงกิริยาที่เหยียบย่ำเพราะรู้ว่าคนทุกคนมีสิทธิความเป็นมนุษย์เท่ากัน แต่ถ้าพนักงานที่มีอาชีพให้บริการไม่ได้สำเหนียกในสถานะของตนเองก็คงต้องมีร้องเรียนให้ปรับปรุงบ้าง
จบแล้วค่ะ อาจจะออกนอกประเด็นบางตอนบ้างก็อภัยให้ด้วย ขอบคุณที่ติดตามอ่านยาวๆมาจนจบนะคะ
มีอะไรยังไงก็แสดงความคิดเห็นกันเลยนะคะ