รื้อ ‘ประกันสังคม’ รอบ 36 ปี ‘สิทธิประโยชน์’ ที่จะเปลี่ยนไป



รื้อ ‘ประกันสังคม’ รอบ 36 ปี  ‘สิทธิประโยชน์’ ที่จะเปลี่ยนไป

เจาะร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ รื้อใหญ่รอบ 36 ปี  ไฟเขียว "มาตรการ 3 ขอ" ทางเลือกผู้ประกันตน ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ยกแผง ขยายอายุขั้นสูงถึง 65 ปี

จากที่เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2569 คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ “ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่”ก่อนจะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และดำเนินการตามกระบวนการนิติบัญญัติจนแล้วเสร็จ เมื่อผ่านขั้นตอนตามกฎหมายและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงจะเข้าสู่ช่วงเวลาการเตรียมความพร้อมก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ

ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัตินี้ กำหนดให้มีผลใช้บังคับ เมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ สำนักงานประกันสังคม(สปส.) มีระยะเวลาเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน รวมถึงจัดทำกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการปรับปรุงหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ ตามกฎหมายฉบับใหม่

“ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่” ดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการรองรับสังคมผู้สูงอายุ  นับเป็นการปรับใหญ่ในรอบ 36 ปี โดยพ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2533


รับบำนาญล่วงหน้าได้ 60 เดือน

ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีสาระสำคัญ อาทิ  ปรับขยายอายุขั้นสูงของผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 จากเดิม 60 ปีบริบูรณ์ เป็น 65 ปีบริบูรณ์ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้รับเงินบำนาญชราภาพสามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 39/1 เพื่อรับสิทธิประโยชน์คุ้มครอง 3 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ และกรณีตาย

ในส่วนของสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ กฎหมายใหม่เปิดให้ผู้รับเงินบำนาญสามารถขอรับ เงินบำนาญชราภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 เดือน ของจำนวนเงินบำนาญรายเดือนที่ตนมีสิทธิได้รับ

รวมถึง แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ โดยผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้นำค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ ทั้งหมดตามมาตรา 33 มารวมคำนวณและปรับค่าจ้างในอดีตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน สำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 39 ให้นำค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ ทั้งหมดตามมาตรา 33 และเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบทั้งหมดตามมาตรา 39 มารวมคำนวณและปรับค่าจ้างในอดีตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน


มาตรการ "3 ขอ" ตอบโจทย์แรงงาน

ร่างกฎหมายได้เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินแก่ผู้ประกันตนกรณีชราภาพตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

- ขอเลือก  ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ สามารถเลือกรับเป็นเงินบำนาญชราภาพ (รายเดือน) หรือเลือกรับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ (เงินก้อน) ได้

- ขอคืน  กรณีเกิดพิบัติภัยในท้องที่ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างร้ายแรง ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อนอายุครบ 55 ปีได้

- ขอกู้ ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถนำเงินชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินที่มีความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมได้

ทั้งนี้ วงเงินสำหรับการ "ขอคืน" และ "ขอกู้" เมื่อรวมกันจะต้องไม่เกิน 30% ของเงินสมทบกรณีชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานคำนวณค่าจ้างขั้นสูงของผู้ประกันตนมาตรา 33  

และให้หักเงินกรณีชราภาพของผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายซึ่งมีหน้าที่ต้องชำระตามการ “ขอคืน” หรือ การ “ขอกู้” เพื่อส่งใช้กองทุนก่อนจ่ายให้แก่ทายาท


ยกระดับสิทธิประโยชน์

ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับใหม่ ได้ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประกันตนในหลายมิติ

- เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 50% ของค่าจ้าง เพิ่มระยะเวลาการจ่ายเงินสงเคราะห์ จากเดิม 90 วัน เป็น 98 วัน
- เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ ปรับเพิ่มอัตราการจ่ายจากเดิม 50% เป็น 70% ของค่าจ้าง
- เงินสงเคราะห์บุตร ขยายระยะเวลาคุ้มครองต่อไปอีก 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน
- กรณีว่างงาน ผู้ประกันตนที่อายุไม่เกิน 60 ปี มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจนเสร็จสิ้นก่อน จึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ


ปรับเกณฑ์สมัคร ม.39

สำหรับเงื่อนไขการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้มีการปรับเพิ่มระยะเวลาการส่งเงินสมทบตามมาตรา 33 จากเดิมไม่น้อยกว่า 12 เดือน เป็น ไม่น้อยกว่า 24 เดือน และกำหนดให้การคำนวณเงินเพิ่มต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย


รีเซ็ตวาระบอร์ดประกันสังคม 3 ปี

นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ(บอร์ด) โดยกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการประกันสังคม กรรมการการแพทย์ และกรรมการอุทธรณ์ โดยต้องไม่เป็นกรรมการในคณะกรรมการ กองทุนเงินทดแทน

กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของบอร์ดประกันสังคม ที่ปรึกษา และคณะกรรมการการแพทย์ ให้มีวาระคราวละ 3 ปี และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินหนึ่งวาระไม่ได้ (ดำรงตำแหน่ง 3 ปี ต้องเว้นวรรค 3 ปี) และเพิ่มเติมอำนาจของบอร์ดประกันสังคมในการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่