🍹น้ำบีตรูต เครื่องดื่มสีแดงที่มีงานวิจัยรองรับ ดื่มต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ อาจช่วยลดความดันโลหิตได้ ?

กระทู้คำถาม
ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มสีแดงที่คนรักสุขภาพรู้จักกันดี หนึ่งในนั้นคือ น้ำบีตรูต (Beetroot Juice) ที่ทำจากผักหัวสีแดงเข้ม มีสารอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะไนเตรตตามธรรมชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการควบคุมการทำงานของหลอดเลือด
ที่น่าสนใจคือ มีงานวิจัยจาก University of Exeter ประเทศอังกฤษ พบว่า การดื่มน้ำบีตรูตเข้มข้นที่มีไนเตรตสูงต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ อาจช่วยลดความดันโลหิตในกลุ่มผู้สูงอายุได้ แต่ผลที่พบเกิดขึ้นได้อย่างไร ? ทำไมผู้สูงอายุจึงตอบสนองแตกต่างจากคนอายุน้อย และการดื่มน้ำบีตรูตทุกวันจะช่วยดูแลสุขภาพหัวใจได้จริงแค่ไหน ?



🧿งานวิจัย 75 คน พบดื่มน้ำบีตรูต 2 สัปดาห์ ความดันผู้สูงอายุลดลง
• งานวิจัยเรื่อง “Ageing modifies the oral microbiome, nitric oxide bioavailability and vascular responses to dietary nitrate supplementation” เผยแพร่ในวารสาร Free Radical Biology and Medicine ปี 2025 โดยทีมนักวิจัยจาก University of Exeter และสถาบันที่ร่วมศึกษา
• การศึกษานี้มีอาสาสมัครสุขภาพดีทั้งหมด 75 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
❇️ กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 18–30 ปี จำนวน 39 คน
❇️ กลุ่มผู้สูงอายุอายุ 67–79 ปี จำนวน 36 คน



🧿นักวิจัยต้องการเปรียบเทียบว่า คนต่างช่วงวัยตอบสนองต่อไนเตรตจากอาหารแตกต่างกันหรือไม่ ?
• ในการทดลอง อาสาสมัครได้รับเครื่องดื่มบีตรูตเข้มข้นที่มีไนเตรตสูง วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และมีช่วงทดลองเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มที่ลดปริมาณไนเตรตออก รวมถึงการทดลองใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ เพื่อศึกษาบทบาทของแบคทีเรียในช่องปาก

ผลที่พบคือ กลุ่มผู้สูงอายุมีค่าความดันโลหิตเฉลี่ยในหลอดเลือดแดง (Mean Arterial Pressure: MAP) ลดลงประมาณ 4 มิลลิเมตรปรอท หลังได้รับน้ำบีตรูตที่มีไนเตรตสูงต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อยไม่พบการลดลงในลักษณะเดียวกัน และเครื่องดื่มที่ลดปริมาณไนเตรตออกก็ไม่แสดงผลลดความดันอย่างชัดเจน

ผลการศึกษาจึงชี้ให้เห็นว่า ไนเตรตจากบีตรูตอาจมีบทบาทต่อการควบคุมความดันโลหิตในผู้สูงอายุ แต่ยังต้องศึกษาต่อไปว่าผลดังกล่าวจะคงอยู่ได้นานเพียงใด

🧿เหตุใดน้ำบีตรูตจึงอาจช่วยลดความดันโลหิต ?
• หัวใจสำคัญอยู่ที่สารธรรมชาติที่เรียกว่า ไนเตรต (Nitrate) ซึ่งพบได้ในบีตรูต และผักหลายชนิด เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีไนเตรต ร่างกายจะดูดซึมสารนี้เข้าสู่กระแสเลือด และบางส่วนจะถูกส่งกลับออกมาทางน้ำลาย จากนั้นแบคทีเรียบางชนิดในช่องปากจะช่วยเปลี่ยนไนเตรตให้เป็นไนไตรต์ (Nitrite)

ไนไตรต์สามารถเข้าสู่กระบวนการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเรียบบริเวณผนังหลอดเลือดคลายตัว ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และอาจช่วยลดความดันโลหิตได้ พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ ไนเตรตจากอาหารไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยแบคทีเรียในช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการด้วย

🧿แบคทีเรียในช่องปากเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร ?
• นอกจากตรวจวัดความดันโลหิตแล้ว นักวิจัยยังศึกษาการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในช่องปากหรือ Oral Microbiome ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บริเวณลิ้น เหงือก และเยื่อบุภายในปาก

ผลการศึกษาพบว่า หลังได้รับน้ำบีตรูตที่มีไนเตรตสูง องค์ประกอบของแบคทีเรียในช่องปากมีการเปลี่ยนแปลง โดยพบความเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียบางกลุ่ม เช่น Prevotella และ Neisseria ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเปลี่ยนไนเตรตเป็นไนไตรต์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจช่วยอธิบายกลไกที่ทำให้ร่างกายนำไนเตรตจากอาหารไปใช้ในกระบวนการสร้างไนตริกออกไซด์ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่าแบคทีเรีย Prevotella ทุกชนิดเป็นแบคทีเรียไม่ดี หรือ Neisseria ทุกชนิดเป็นแบคทีเรียดี เพราะจุลินทรีย์แต่ละชนิดมีบทบาทแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิด และสภาพแวดล้อมภายในช่องปากด้วย

🧿เหตุใดผู้สูงอายุจึงอาจได้รับประโยชน์มากกว่าคนอายุน้อย ?
• เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถของร่างกายในการสร้าง และใช้ประโยชน์จากไนตริกออกไซด์อาจลดลง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดตามวัย การได้รับไนเตรตจากอาหารจึงอาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างไนตริกออกไซด์ โดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างแบคทีเรียในช่องปาก และระบบต่างๆภายในร่างกาย

นอกจากนี้ กลุ่มผู้สูงอายุในการศึกษายังมีค่าความดันโลหิตเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มคนอายุน้อยตั้งแต่ก่อนเริ่มทดลอง จึงอาจเป็นอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างของผลลัพธ์ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีผู้เข้าร่วมเพียง 75 คน และทดลองในช่วงเวลาสั้นๆ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การดื่มน้ำบีตรูตจะช่วยป้องกันโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาวได้

🧿งานวิจัยอื่นพบว่าน้ำบีตรูตช่วยลดความดันได้หรือไม่ ?
• นอกจากงานวิจัยจาก University of Exeter ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับผลของน้ำบีตรูตต่อความดันโลหิตในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วย

งานวิเคราะห์อภิมานที่เผยแพร่ในวารสาร Nutrition, Metabolism and Cardiovascular Diseases ปี 2024 รวบรวมการทดลองแบบสุ่ม 11 การศึกษา รวมผู้เข้าร่วม 349 คน ผลการวิเคราะห์พบว่า การดื่มน้ำบีตรูตมีความสัมพันธ์กับการลดความดันโลหิตตัวบนที่วัดในสถานพยาบาลได้เฉลี่ยประมาณ 5.31 มิลลิเมตรปรอท เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

อย่างไรก็ตาม ไม่พบผลลดความดันโลหิตตัวล่างหรือความดันที่ติดตามตลอด 24 ชั่วโมงอย่างชัดเจน อีกทั้งความเชื่อมั่นของหลักฐานยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการศึกษาแต่ละงานมีความแตกต่างกัน จึงยังไม่ควรมองว่าน้ำบีตรูตเป็นยารักษาความดันโลหิตสูง แม้ผลการศึกษาจะมีแนวโน้มที่น่าสนใจก็ตาม

🧿อยากได้รับไนเตรตจากอาหาร จำเป็นต้องดื่มน้ำบีตรูตไหม ?
• ไม่จำเป็น เพราะไนเตรตไม่ได้พบเฉพาะในบีตรูตเท่านั้น ยังมีผักอีกหลายชนิดที่เป็นแหล่งไนเตรตตามธรรมชาติ เช่น
❇️ บีตรูต ผักหัวสีแดงที่มีไนเตรต และสารสีธรรมชาติกลุ่เบตาเลน
❇️ ผักโขม มีไนเตรต รวมถึงวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด
❇️ ร็อกเก็ตหรืออารูกูลา เป็นผักใบเขียวที่มีไนเตรตค่อนข้างสูง
❇️ ผักเคล มีสารอาหารหลากหลาย ทั้งวิตามินเค และใยอาหาร
❇️ ผักกาดหอมบางชนิด เป็นอีกแหล่งของไนเตรต โดยปริมาณแตกต่างกันตามสายพันธุ์ และสภาพการปลูก

💌 การรับประทานผักให้หลากหลายจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากไนเตรตแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายได้รับใยอาหาร วิตามิน  และแร่ธาตุอื่นๆด้วย

⚠️ดื่มน้ำบีตรูตทุกวันได้ไหม ? ใครบ้างที่ควรระวัง ?
• สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถดื่มน้ำบีตรูตเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายได้ แต่ไม่จำเป็นต้องดื่มปริมาณมากหรือใช้สูตรเข้มข้นตามงานวิจัยด้วยตนเอง เพราะปริมาณไนเตรตในผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดแตกต่างกัน

⚠️กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
1. ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำหรือใช้ยาลดความดัน
• เนื่องจากไนเตรตอาจมีผลต่อการลดความดันโลหิต ผู้ที่มีความดันต่ำอยู่แล้วหรือใช้ยาลดความดัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มน้ำบีตรูตเข้มข้นเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการหน้ามืดหรือเวียนศีรษะบ่อย

2. ผู้ที่มีประวัตินิ่วในไตบางชนิด
• บีตรูตมีสารออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในผู้ที่มีความเสี่ยงบางกลุ่ม ผู้ที่เคยเป็นนิ่วชนิดนี้หรือได้รับคำแนะนำให้จำกัดอาหารที่มีออกซาเลตสูง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนดื่มเป็นประจำในปริมาณมาก

3. ผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาลในเลือด
• น้ำบีตรูตมีคาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลตามธรรมชาติ ปริมาณขึ้นอยู่กับสูตร และการแปรรูป หากเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ควรตรวจสอบฉลากว่ามีการเติมน้ำตาลเพิ่มเติมหรือไม่

⚠️ ผู้ที่เป็นเบาหวานควรพิจารณาปริมาณคาร์โบไฮเดรตร่วมกับแผนการรับประทานอาหารของตนเอง

4. ผู้ที่พบปัสสาวะหรืออุจจาระเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดง
• หลังรับประทานบีตรูต บางคนอาจพบว่าปัสสาวะหรืออุจจาระมีสีชมพูหรือแดงจากสารสีธรรมชาติในผักชนิดนี้ ซึ่งโดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย แต่หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ปวดเวลาปัสสาวะ ปวดท้องหรือพบปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่เกี่ยวข้องกับการกินบีตรูต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ


🧿ควรดื่มน้ำบีตรูตปริมาณเท่าไรจึงจะได้ประโยชน์ ?
• ปัจจุบันยังไม่มีปริมาณน้ำบีตรูตมาตรฐานที่แนะนำให้ทุกคนดื่มทุกวัน เพื่อป้องกันโรคหัวใจหรือรักษาความดันโลหิตสูง ที่สำคัญ งานวิจัยจาก University of Exeter ใช้เครื่องดื่มบีตรูตเข้มข้นที่กำหนดปริมาณไนเตรตไว้ จึงไม่สามารถนำผลไปเทียบโดยตรงกับน้ำบีตรูตคั้นสดหนึ่งแก้วหรือน้ำบีตรูตสำเร็จรูปทุกยี่ห้อได้ หากต้องการเพิ่มสารอาหารจากบีตรูต สามารถเลือกรับประทานแบบต้มหรืออบ รวมถึงกินผักใบเขียวชนิดอื่นสลับกันได้ ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำบีตรูตเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ควรให้ความสำคัญกับการลดโซเดียม รับประทานอาหารให้สมดุล ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง

🧿สรุป ดื่มน้ำบีตรูตต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ ช่วยลดความดันได้จริงไหม ?
• งานวิจัยจาก University of Exeter พบว่า การดื่มน้ำบีตรูตเข้มข้นที่มีไนเตรตสูง วันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ มีความสัมพันธ์กับการลดลงของความดันโลหิตเฉลี่ยในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในช่องปาก และกระบวนการสร้างไนตริกออกไซด์

อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวไม่ได้พบอย่างชัดเจนในกลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อย และยังต้องมีการศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม เพื่อยืนยันประโยชน์ต่อการป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือด น้ำบีตรูตจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มสารอาหารจากผัก แต่ไม่ควรใช้แทนยาลดความดันหรือหวังผลรักษาโรคด้วยการดื่มเพียงอย่างเดียว

การดูแลหัวใจ และหลอดเลือดให้แข็งแรงยังต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการกินอาหารหลากหลาย ลดเค็ม ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ


ที่มา : Sanook
ภาพประกอบ : Pixabay
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่