โพสต์จาก ฎีกาเล่าเรื่อง ผู้ตายขี่มอเตอร์ไซค์เปลี่ยนเลนเข้ามาเองโดยไม่ดูรถ แต่คนขับกระบะที่ชนมีแอลกอฮอล์ในเลือด 182 mg% แบบนี้คนขับกระบะยังผิดไหม
ภาพ AI
ฎีกา 139/2565 วางหลักไว้ว่า
ผู้ตายมีส่วนประมาท แต่
จำเลยเมาเกินกฎหมายกำหนดมาก ที่เกิดเหตุเป็นทางตรงและเป็นเวลากลางวัน ถ้าไม่เมาก็น่าจะหลบหรือหยุดรถได้ทัน เมื่อจำเลยมีส่วนประมาทด้วย จึงไม่หลุดพ้นความผิด
การชนครั้งเดียวผิดหลายข้อหาพร้อมกัน
ทั้งประมาทเป็นเหตุให้คนตาย และ
เมาแล้วขับเป็นเหตุให้คนตาย (พ.ร.บ.จราจรทางบก) ศาลจึงลงโทษบทที่หนักที่สุด จำคุก 3 ปี ส่วนการไม่หยุดช่วยเหลือหลังชนเป็นอีกการกระทำหนึ่ง เพิ่มอีก 2 เดือน รวม 3 ปี 2 เดือน
ญาติผู้ตายเป็นผู้เสียหายเฉพาะข้อหาประมาท แต่ไม่ใช่ผู้เสียหายในข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้คนตายตาม พ.ร.บ.จราจรฯ จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ลงโทษข้อหานั้นหนักขึ้น
การที่ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษเป็น 4 ปีจึงไม่ชอบ เรื่องนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ผล: ลดโทษกลับเป็นจำคุก 3 ปี 2 เดือน ตามศาลชั้นต้น
สรุปว่า ไม่รอด
ที่มา
สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย ; ฎีกาเล่าเรื่อง ผู้ตายขี่มอเตอร์ไซค์เปลี่ยนเลนเข้ามาเองโดยไม่ดูรถ แต่คนขับกระบะที่ชนมีแอลกอ...
ภาพ AI
ฎีกา 139/2565 วางหลักไว้ว่า
ผู้ตายมีส่วนประมาท แต่จำเลยเมาเกินกฎหมายกำหนดมาก ที่เกิดเหตุเป็นทางตรงและเป็นเวลากลางวัน ถ้าไม่เมาก็น่าจะหลบหรือหยุดรถได้ทัน เมื่อจำเลยมีส่วนประมาทด้วย จึงไม่หลุดพ้นความผิด
การชนครั้งเดียวผิดหลายข้อหาพร้อมกัน ทั้งประมาทเป็นเหตุให้คนตาย และเมาแล้วขับเป็นเหตุให้คนตาย (พ.ร.บ.จราจรทางบก) ศาลจึงลงโทษบทที่หนักที่สุด จำคุก 3 ปี ส่วนการไม่หยุดช่วยเหลือหลังชนเป็นอีกการกระทำหนึ่ง เพิ่มอีก 2 เดือน รวม 3 ปี 2 เดือน
ญาติผู้ตายเป็นผู้เสียหายเฉพาะข้อหาประมาท แต่ไม่ใช่ผู้เสียหายในข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้คนตายตาม พ.ร.บ.จราจรฯ จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ลงโทษข้อหานั้นหนักขึ้น
การที่ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษเป็น 4 ปีจึงไม่ชอบ เรื่องนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ผล: ลดโทษกลับเป็นจำคุก 3 ปี 2 เดือน ตามศาลชั้นต้น
สรุปว่า ไม่รอด
ที่มา