📣 เรื่องเล่า จากผู้ใหญ่ใจดี ตอนที่ 39 ว่ากันด้วย​ เรื่อง​ "วิธีอ่านคนให้ขาด" ครับ 🌷

นานาเรียน

สวัสดีวันศุกร์ ครับ  สวัสดีวันสุข ทุกๆท่านครับ
จะมีเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ใจดี มาฝากกันอีกเช่นเคย  
สำหรับ วันนี้เรื่องเล่าที่อยากจะแชร์  เรื่องนี้ครับ
🌷🌸 ❤️ “วิธีอ่านคนให้ขาด” ❤️ 🌸🌷

จขกท.ขอเพิ่มของ จขกท.ต่อท้ายไว้หน่อยนะครับ

ผมอ่าน “วิธีอ่านคนให้ขาด” จาก เพจ: read journey  ก็ยกเอาบางหัวข้อที่น่าสนใจ มาเปรียบเทียบตามประสบการณ์ของตัวเอง…  ดังนี้ครับ

1) ความใส่ใจ ดูที่รองเท้า ไม่ต้องแพง ไม่ต้องหรู แค่สะอาดและดูแลดี ก็บอกอะไรได้เยอะ
**ข้อนี้ ตอนเด็กๆรองเท้าผมไม่ค่อยสะอาดเพราะเตะบอลทุกวัน ตอนโตมีงานทำก็ใช้ของดีหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีรายได้แล้ว ก็เอาแค่ใส่ได้ คู่นึงก็ใช้เกิน 5 ปี บางคู่เกิน 10 ปี ตอนนี้ยังใส่อยู่ก็มี  (ของจขกท. เด็กๆก็ชอบเตะบอล ตอนนี้ยังมีรายได้นะ มีแล้วไม่ได้ใช้ดีกว่าเวลาจะใช้แล้วไม่มี แต่รองเท้านี่พยายามลดๆไม่ซื้อเพิ่มละ ใส่ไม่ทัน เปลืองนะ อย่าเผลอเชียว555)

   2)ความมีวินัย ดูที่เล็บมือ สิ่งเล็กๆ ที่ดูแลสม่ำเสมอ สะท้อนว่าเขาดูแลชีวิต ตัวเองแบบไหน
**ข้อนี้ ตอนเด็กๆเรียนหนังสือก็ตัดเอง ตอนทำงานมีรายได้ก็ไปตัดเล็บพร้อมตัดผมที่ร้าน  ช่วงโควิดจนถึงเดี๋ยวนี้ ผมตัดเล็บเอง บางครั้งก็ปล่อยยาวเพราะขี้เกียจตัด(แสดงว่าไม่มีวินัยสอบไม่ผ่านข้อนี้)  บางครั้งตาไม่ดีตัดเข้าเนื้อเลือดออกก็มี แก่แล้วและไม่อยากรบกวนใคร การดูแลชีวิต ย่อมไม่สมบูรณ์แบบ
(เราตัดเองตลอด อุ้ยเริ่มยาวเดี๋ยวันนี้จะกลับไปตัด 555)

  3) ภูมิหลัง ดูที่ท่านั่ง
ท่าทางที่ติดตัวมานาน มักบอกว่าเขา ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร
** ข้อนี้ ท่านั่งตอนเด็กๆ ส่วนใหญ่ผมนั่งพับเพียบ หรือนั่งขัตมาต เพี้ยนมาจาก นั่งขัดสมาธิ" (อ่านว่า ขัด-สะ-หมาด ซึ่งหมายถึง ท่านั่งคู้เข่าทั้งสองข้างให้แบะลงที่พื้น แล้วเอาขาไขว้กันทับฝ่าเท้า มักใช้ในการนั่งทำสมาธิ พักผ่อน หรือทำกิจกรรมบนพื้น) เพราะชีวิตวัยเด็กอยู่ที่วัดมากกว่าอยู่ที่บ้าน  เด็กสมัยนี้นั่งพับเพียบไม่เป็น  เพราะห่างวัดห่างวา ส่วนใหญ่ชอบไขว่ห้างและกระดิกเท้า ผมว่าเป็นตามยุคสมัย ไม่เกี่ยวกับการเลี้ยงดู
(ของ จขกท. นั่งทุกท่า กยเว้น นั่งยองๆ เลิกนานมากแล้วครับไม่ควรทำ แต่ ยัง อันยอง อันยอง อยู่นะ555)

  4) ความซื่อสัตย์ ดูที่สายตา คนที่พูดความจริง มักกล้าสบตาเราได้ตรงๆ
**ข้อนี้  90 % เวลาที่คุยกับใครผมไม่เคยมองส่วนอื่นนอกจากมองหน้า แต่ไม่น่าจะเกี่ยวกับการแสดงออกว่าซื่อสัตย์หรือไม่ซื้อสัตย์นะครับ  เพราะเวลาคุยกับใคร จะให้ผมมองส่วนอื่นของร่างกายคู่สนทนา ( โดยเฉพาะที่เป็นสุภาพสตรี) อาจจะคุยกันได้ไม่นาน ก็โดนฝ่ามืออรหันต์เสียก่อน (ส่วนตัวนะครับ ข้อนี้ก็นะ เอาเป็นว่าอย่าพึ่งตัดสินใคร ถ้ายังไม่รู้จักเขาดีพอ ถึงแม้บางคนจะยังไม่รู้จักตัวเอง ฮาๆ)

5)ความมั่นใจ ดูที่ท่าเดิน คนที่มั่นใจในตัวเอง
ก้าวเดินจะมั่นคง
โดยไม่ต้องพยายาม
** ข้อนี้ ผมเป็นคนเดินช้าๆเนิบๆ ดูไม่กระฉับกระเฉง โน้มตัวเองมาข้างหน้านิดๆ เพราะเป็นคนหลังโก่ง  ทำให้ถูกมองว่าไม่สง่าผ่าเผย  ขาดความมั่นใจ  
(จขกท. เดินเร็วนะ ถ้าวิ่งเชิญไปก่อน แต่ถ้าเดินเร็ว อย่ามาแข่งเชียว)

6) บุคลิกภาพ ดูที่วิธีหัวเราะ ว่าหัวเราะจากใจหรือหัวเราะตามน้ำ
ฟังดีๆ จะรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน
**ข้อนี้ เพื่อนๆมักบอกว่าผมเป็นคนยิ้มยาก คือเป็นคนเส้นลึก ไม่ใช่คนเส้นตื้นหัวเราะง่าย  ถ้าผมหัวเราะต้องแปลว่า ถูกใจจริง ๆ   อันนี้จะเกี่ยวกับบุคลิกภาพด้านไหน ต้องเชิญท่านผู้รู้วิเคราะห์ ครับ  (อันนี้ สมัยเด็กๆจขกท.ก็แบบนี้เลย เดี๋ยวนี้ก้จ้องแต่จะฮา  ยิ้มกันทุกวันนะ ดีออกครับ  วันนี้อย่าลืมยิ้ม)

  7) สติปัญญา ดูที่การรับฟัง คนฉลาดจริงฟังมากกว่าพูด เพราะรู้ว่าทุกคนมีอะไรให้เรียนรู้
** ข้อนี้ นอกจากผมจะเป็นคนยิ้มยากแล้ว  ในหมู่มิตรสหายเป็นที่รู้กันว่า ธรรมชาติผมเป็นคนพูดน้อย ฟังมากกว่าพูด แต่คุณสมบัตินี้ของผม ผมรู้ตัวเองดีว่า ไม่ได้ทำเพื่อให้ตัวเองดูฉลาดแน่นอนครับ
(ข้อนี้ จขกท.  เหมือนแฮะ  แหะๆ)

  8) ความรับผิดชอบ ดูที่การตรงเวลา คนที่เคารพเวลาคนอื่น มักรักษาคำพูดในเรื่องอื่นด้วย
** ข้อนี้ ผมติดนิสัยไปก่อนเวลานัดหมายเสมอ เพราะกลัวรถติด ต้นแบบของผู้ใหญ่ที่ตรงเวลา เพราะไปถึงก่อนนัดหมายประมาณ 15-30 นาทีเสมอ คือ ฯพณฯ พิชัย รัตตกุล อดีตรองนายกนายกรัฐมนตรี ที่ล่วงลับไปแล้ว   ท่านกรุณาอบรมเรื่องการตรงต่อเวลาว่า เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและความร่วมมือร่วมใจเป็นลำดับแรก
(ข้อนี้สำคัญมาก แต่ยอมรับว่า จขกท.เคย สายครับ ไม่มีข้อแก้ตัว กล้าสายก็กล้ารับ และขอโทษครับ แต่ภาพรวมคือ อาจะไม่ดีเยี่ยมแต่เข้าขั้น ดีมากนะจ้ะ)

9) ความน่าไว้ใจ ดูที่ความลับ ถ้าเขาเล่าความลับคนอื่นให้เราฟัง วันหนึ่งเขาก็จะเล่าความลับของเราเหมือนกัน
** ข้อนี้ต้องยอมรับความจริงครับว่า  ความลับไม่มีในโลก  ผมไม่เคยไว้วางใจใครอยู่แล้ว  ไม่ว่าจะเป็นคนที่เล่าความลับคนอื่นให้ผมฟัง หรือไม่เคยเล่าความลับของใครให้ผมฟัง  ผมถือคติฟังหูไว้หู ดูเป็นกรณีๆ ไป
(จขกท. มีความลับเยอะเลย  ของตัวเองอขงคนอื่นก็มีบ้างนะ  แต่เป็นคนพูดน้อย สบายใจได้555)

  10) ความจริงใจ ดูวันที่เราไม่มีอะไร วันที่เราไม่มีประโยชน์ให้ คนที่ยังอยู่ข้างกันคือคนจริง
** ข้อนี้สำหรับผมคือ สัจธรรมที่ค้นพบด้วยตัวเอง เพราะเมื่อเราหมดประโยชน์ คนที่เคยห้อมล้อมรอบกายจะหายไป เป็นธรรมดาโลก ใครเป็นใคร ก็รู้กันตอนนี้เอง !
  ครับ …
จะรู้เขา…ก็ควรรู้เราก่อน!

(ส่วนตัว ความจริงใจ นี่ให้ความสำคัญมาก ๆ ที่สุดครับ🌷💮🌷​ )


ผมอ่านแล้วก็ยิ้ม
ของแต่ละท่านล่ะครับ ลองวิเคราะห์ดูกันนะครับ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ สุขสันต์วันศุกร์  ลาไปแล้วครับ 🌷💮🌷​
 

ありがとうございます[ARIGATÔ GOZAIMASU]
เรื่องเล่าจาก ถิรชัย
Cr. บิ๊กแป๊ะ ถิรชัย วุฒิธรรม  รายการ Morning Talk FM.99  และคุยสบายๆสไตล์​ ​ถิรชัย
ตุลาคม 2569
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
 つづく
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่