ทำไมหลายแบรนด์ถึงยอม “จ่าย” ให้เราออกไปวิ่ง?

กระทู้สนทนา
ช่วงนี้มีใครสังเกตเหมือนกันไหมว่า แคมเปญเกี่ยวกับการวิ่งที่ให้วิ่งสะสมระยะทางเพื่อรับอะไรบางอย่าง ยังมีมากันต่อเนื่อง เช่นแลกรับแว่นตา
บางแห่งให้วิ่งแลกนวดหรือบริการสปา บางแบรนด์ให้แลกบริการด้านความงาม บางกิจกรรมให้วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง
รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพอีกหลายรูปแบบ
ที่น่าสนใจคือ ธุรกิจเหล่านี้แทบไม่ได้อยู่ในวงการเดียวกันเลย มีตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร คลินิกความงาม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง แต่กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขในการมอบรางวัลเหมือนกัน
เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมหลายแบรนด์ถึงยอมจ่ายเพื่อให้คนออกไปวิ่ง?
จาก “ยิ่งซื้อ ยิ่งได้” เป็น “ยิ่งดูแลตัวเอง ยิ่งได้”
เมื่อก่อนระบบสะสมคะแนนหรือสิทธิพิเศษมักผูกกับยอดใช้จ่าย ซื้อเยอะก็ได้ส่วนลดมากขึ้น ใช้บริการบ่อยก็ได้คะแนนเพิ่ม
รูดบัตรมากก็ได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้น
แต่ตอนนี้บางแบรนด์เริ่มเปลี่ยนจากการให้รางวัลตาม “ยอดซื้อ” มาเป็นการให้รางวัลตาม “พฤติกรรม”
เราอาจไม่จำเป็นต้องซื้อของเพิ่ม แค่เดินมากขึ้น วิ่งอย่างสม่ำเสมอ หรือทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ ก็อาจได้รับสิทธิประโยชน์กลับมา
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่จริงๆ แล้วน่าสนใจมาก เพราะแบรนด์ไม่ได้พยายามให้ลูกค้าใช้เงินเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าปรับพฤติกรรมของตัวเองด้วย

แล้วทำไมต้องเป็นการวิ่ง?
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการวิ่งเริ่มต้นง่ายกว่ากีฬาอีกหลายประเภท ไม่ต้องมีทีม ไม่ต้องเช่าสนาม และไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์มากมายในช่วงเริ่มต้น
ที่สำคัญคือสามารถวัดผลได้ชัดเจน ทั้งจำนวนก้าว ระยะทาง เวลา และความถี่ในการออกกำลังกาย ผ่านโทรศัพท์มือถือ สมาร์ตวอทช์ หรือแอปต่างๆ
แบรนด์จึงออกแบบกิจกรรมได้ง่าย เช่น วิ่งให้ครบ 10 กิโลเมตร ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน สะสมระยะทางให้ถึงเป้าภายใน 1 เดือน
ชวนเพื่อนมาวิ่งและสะสมระยะทางร่วมกัน
ในมุมของคนเข้าร่วม เป้าหมายแบบนี้ก็เข้าใจง่ายและจับต้องได้ เมื่อทำสำเร็จแล้วมีรางวัลรออยู่ ก็อาจช่วยให้หลายคนมีแรงลุกออกไปวิ่งมากขึ้น
ตัวอย่างหนึ่งคือ ในกลุ่ม KTC Sports เคยมีกิจกรรมการวิ่งส่งผลแล้วเชื่อมกับสิทธิประโยชน์จากพาร์ตเนอร์หลากหลายประเภท ทำให้ระยะทางที่สมาชิกสะสมไม่ได้จบอยู่แค่การออกกำลังกาย แต่สามารถเปลี่ยนเป็นรางวัลที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้ด้วย
สิ่งที่แบรนด์ได้ อาจไม่ใช่ยอดขายทันที ถ้ามองในมุมธุรกิจ การให้รางวัลจากการวิ่งอาจไม่ได้ทำให้คนซื้อสินค้าในทันที แต่ช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในกิจวัตรของลูกค้าได้นานกว่าการแจกคูปองทั่วไป
ปกติเราอาจนึกถึงแบรนด์เฉพาะตอนกำลังซื้อของ แต่แคมเปญลักษณะนี้ทำให้แบรนด์เข้ามาอยู่ในช่วงที่เรากำลังฝึกซ้อม สะสมระยะ หรือพยายามดูแลตัวเอง ความรู้สึกที่มีต่อแบรนด์จึงอาจค่อยๆ เปลี่ยนจาก “แบรนด์นี้มีส่วนลดอะไรให้บ้าง” เป็น “แบรนด์นี้ช่วยให้เรามีแรงออกไปดูแลสุขภาพ”
ถ้าทำอย่างจริงใจ ไม่ตั้งเป้าหมายที่ยากเกินไป และไม่บังคับให้ซื้อของมากเกินจำเป็น วิธีนี้ก็น่าจะสร้างความผูกพันได้มากกว่าโปรโมชั่นระยะสั้น
สุขภาพกำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” แบบใหม่หรือเปล่า?
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเราคือ แคมเปญเหล่านี้กำลังทำให้พฤติกรรมสุขภาพมีมูลค่ามากขึ้น
จากเดิมที่เราต้อง “จ่ายเงิน” เพื่อรับรางวัล วันนี้เราอาจใช้ “ความพยายาม” และ “ความสม่ำเสมอ” มาแลกรางวัลได้ด้วย
ถ้าแนวคิดนี้ขยายไปไกลกว่าการวิ่ง ในอนาคตเราอาจเห็นกิจกรรมรูปแบบอื่น เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพประจำปี ลดการใช้พลาสติก ปั่นจักรยานไปทำงาน ทำกิจกรรมเพื่อสังคม เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
แล้วนำพฤติกรรมเหล่านี้มาแลกเป็นสิทธิประโยชน์บางอย่างได้ แน่นอนว่ารางวัลอาจเป็นเพียงแรงกระตุ้นในช่วงแรก เพราะสุดท้ายแล้ว การดูแลสุขภาพให้ต่อเนื่องคงต้องมาจากความตั้งใจของแต่ละคนด้วย แต่ถ้าแคมเปญหนึ่งช่วยให้คนที่ไม่เคยออกกำลังกายยอมลุกขึ้นมาเดินหรือวิ่งได้ ก็น่าจะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เลวเลย
เพื่อนๆ คิดอย่างไรกันบ้าง ถ้ามีแคมเปญให้สะสมระยะทางวิ่งเพื่อแลกรางวัล รางวัลแบบไหนที่จะทำให้คุณอยากลุกออกไปวิ่งจริงๆ?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่