สวัสดีครับทุกคน วันนี้อยากคุยเรื่องที่ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเป็นเหมือนกัน
คือเคยไหมครับ มีอะไรที่อยากทำมากๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ เพราะในหัวมีเสียงเล็กๆ ดังขึ้นมาว่า "เดี๋ยวคนมองแปลกนะ" "ถ้าพลาดต่อหน้าคนอื่นล่ะ" "เดี๋ยวเขาจะคิดยังไงกับเรา"
ผมเองก็เคยเป็นครับ แล้วสิ่งที่อยากบอกวันนี้ ฟังดูเจ็บนิดนึงนะ แต่จริงๆ แล้วโล่งมากเลย คือ... จริงๆ แล้วคนอื่นเขาไม่ได้สนใจเราขนาดนั้นหรอก
ใช่ครับ ไม่ได้พูดแรงนะ แต่มันคือความจริง
ลองคิดดูนะครับ เราอยู่กับตัวเองตลอด 24 ชั่วโมงใช่ไหม ทุกความผิดพลาดของเราเลยรู้สึกใหญ่มาก เหมือนมีไฟสปอตไลต์ส่องอยู่ตรงหัว แล้วทุกคนต้องเห็นแน่ๆ
นักจิตวิทยาเขามีชื่อเรียกอาการนี้ด้วยนะครับ เรียกว่า Spotlight Effect คือเรามักคิดไปเองว่าคนอื่นสังเกตเรามากกว่าที่เป็นจริง
มีงานทดลองที่น่ารักมากอันนึง ของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ เขาให้นักศึกษาคนนึงใส่เสื้อยืดลายน่าอายมากๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องที่มีคนนั่งอยู่เต็มเลย ถามว่าเจ้าตัวคิดว่ามีคนจำเสื้อได้กี่เปอร์เซ็นต์ เขาตอบว่าประมาณครึ่งนึง แต่ความจริงคือ มีแค่ประมาณ 1 ใน 4 เองครับ
คือต่อให้ใส่เสื้อแบบนั้นนะ ยังมีคนจำได้น้อยกว่าที่คิดตั้งเยอะ
แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นน่ะเหรอครับ ก็เพราะทุกคนยุ่งกับชีวิตตัวเองอยู่ไง คนที่นั่งข้างเราตอนนั้น เขาอาจกำลังคิดเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือกำลังนึกย้อนว่าเมื่อเช้าพูดอะไรพลาดไปหรือเปล่า เขาไม่ได้ว่างพอจะมานั่งจำทุกอย่างที่เราทำหรอก ต่อให้เห็นจริงๆ อีกสามนาทีเขาก็ลืมแล้ว
ทีนี้สิ่งที่เราเสียไปจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องหน้าตานะครับ แต่มันคือ โอกาส
คนที่ไม่กล้าส่งผลงาน ไม่กล้าถามคำถามในห้องประชุม ไม่กล้าเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ หรือแม้แต่ไม่กล้าแต่งตัวแบบที่ตัวเองชอบ เขาไม่ได้เสียเพราะโดนคนตัดสินหรอก เขาเสียเพราะ ไม่เคยได้ลองเลย ต่างหาก
เสียงหัวเราะที่เรากลัว ส่วนใหญ่มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง แล้วถ้าเกิดขึ้นจริงๆ ก็นะ... มันก็ผ่านไปเร็วกว่าที่เราคิดเยอะ
งั้นถ้าอยากเริ่มกล้าขึ้นมานิดนึง ลองแบบนี้ดูครับ
อย่างแรกเลย เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ก่อน เช่น ใส่เสื้อตัวที่ชอบแต่ไม่เคยกล้าใส่ หรือโพสต์สิ่งที่อยากโพสต์มาตั้งนานแล้ว
อย่างที่สอง ลองถามตัวเองว่า "ถ้าเป็นเพื่อนเราทำแบบนี้ เราจะจำไปอีกกี่วัน" ส่วนใหญ่คำตอบคือ ไม่จำเลยด้วยซ้ำ
อย่างที่สาม ยอมให้ครั้งแรกมันไม่เพอร์เฟกต์ครับ ไม่มีใครเก่งตั้งแต่ครั้งแรกอยู่แล้ว
แล้วอย่างสุดท้าย โฟกัสที่สิ่งที่เราอยากได้ ไม่ใช่สายตาของคนอื่น
ก่อนจะจบตอนนี้ ผมอยากฝากไว้อย่างนึงนะครับ ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะเอาไปใช้กับการกลัวสายตาที่จริงๆ แทบไม่มีอยู่ คนที่เราคิดว่ากำลังจ้องเราอยู่ ส่วนใหญ่เขาก็กำลังกังวลว่าเราจะคิดยังไงกับเขาเหมือนกันนั่นแหละ
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าสิ่งที่คุณลังเลอยู่ตอนนี้คืออะไร กล้าทำเถอะ เพราะคนที่ใส่ใจเรื่องของคุณมากที่สุดในโลกนี้ ก็คือตัวคุณเองนี่แหละ
คนอื่นไม่ได้สนใจเราขนาดนั้น กล้าทำเถอะ
คือเคยไหมครับ มีอะไรที่อยากทำมากๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ เพราะในหัวมีเสียงเล็กๆ ดังขึ้นมาว่า "เดี๋ยวคนมองแปลกนะ" "ถ้าพลาดต่อหน้าคนอื่นล่ะ" "เดี๋ยวเขาจะคิดยังไงกับเรา"
ผมเองก็เคยเป็นครับ แล้วสิ่งที่อยากบอกวันนี้ ฟังดูเจ็บนิดนึงนะ แต่จริงๆ แล้วโล่งมากเลย คือ... จริงๆ แล้วคนอื่นเขาไม่ได้สนใจเราขนาดนั้นหรอก
ใช่ครับ ไม่ได้พูดแรงนะ แต่มันคือความจริง
ลองคิดดูนะครับ เราอยู่กับตัวเองตลอด 24 ชั่วโมงใช่ไหม ทุกความผิดพลาดของเราเลยรู้สึกใหญ่มาก เหมือนมีไฟสปอตไลต์ส่องอยู่ตรงหัว แล้วทุกคนต้องเห็นแน่ๆ
นักจิตวิทยาเขามีชื่อเรียกอาการนี้ด้วยนะครับ เรียกว่า Spotlight Effect คือเรามักคิดไปเองว่าคนอื่นสังเกตเรามากกว่าที่เป็นจริง
มีงานทดลองที่น่ารักมากอันนึง ของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ เขาให้นักศึกษาคนนึงใส่เสื้อยืดลายน่าอายมากๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องที่มีคนนั่งอยู่เต็มเลย ถามว่าเจ้าตัวคิดว่ามีคนจำเสื้อได้กี่เปอร์เซ็นต์ เขาตอบว่าประมาณครึ่งนึง แต่ความจริงคือ มีแค่ประมาณ 1 ใน 4 เองครับ
คือต่อให้ใส่เสื้อแบบนั้นนะ ยังมีคนจำได้น้อยกว่าที่คิดตั้งเยอะ
แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นน่ะเหรอครับ ก็เพราะทุกคนยุ่งกับชีวิตตัวเองอยู่ไง คนที่นั่งข้างเราตอนนั้น เขาอาจกำลังคิดเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือกำลังนึกย้อนว่าเมื่อเช้าพูดอะไรพลาดไปหรือเปล่า เขาไม่ได้ว่างพอจะมานั่งจำทุกอย่างที่เราทำหรอก ต่อให้เห็นจริงๆ อีกสามนาทีเขาก็ลืมแล้ว
ทีนี้สิ่งที่เราเสียไปจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องหน้าตานะครับ แต่มันคือ โอกาส
คนที่ไม่กล้าส่งผลงาน ไม่กล้าถามคำถามในห้องประชุม ไม่กล้าเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ หรือแม้แต่ไม่กล้าแต่งตัวแบบที่ตัวเองชอบ เขาไม่ได้เสียเพราะโดนคนตัดสินหรอก เขาเสียเพราะ ไม่เคยได้ลองเลย ต่างหาก
เสียงหัวเราะที่เรากลัว ส่วนใหญ่มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง แล้วถ้าเกิดขึ้นจริงๆ ก็นะ... มันก็ผ่านไปเร็วกว่าที่เราคิดเยอะ
งั้นถ้าอยากเริ่มกล้าขึ้นมานิดนึง ลองแบบนี้ดูครับ
อย่างแรกเลย เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ก่อน เช่น ใส่เสื้อตัวที่ชอบแต่ไม่เคยกล้าใส่ หรือโพสต์สิ่งที่อยากโพสต์มาตั้งนานแล้ว
อย่างที่สอง ลองถามตัวเองว่า "ถ้าเป็นเพื่อนเราทำแบบนี้ เราจะจำไปอีกกี่วัน" ส่วนใหญ่คำตอบคือ ไม่จำเลยด้วยซ้ำ
อย่างที่สาม ยอมให้ครั้งแรกมันไม่เพอร์เฟกต์ครับ ไม่มีใครเก่งตั้งแต่ครั้งแรกอยู่แล้ว
แล้วอย่างสุดท้าย โฟกัสที่สิ่งที่เราอยากได้ ไม่ใช่สายตาของคนอื่น
ก่อนจะจบตอนนี้ ผมอยากฝากไว้อย่างนึงนะครับ ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะเอาไปใช้กับการกลัวสายตาที่จริงๆ แทบไม่มีอยู่ คนที่เราคิดว่ากำลังจ้องเราอยู่ ส่วนใหญ่เขาก็กำลังกังวลว่าเราจะคิดยังไงกับเขาเหมือนกันนั่นแหละ
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าสิ่งที่คุณลังเลอยู่ตอนนี้คืออะไร กล้าทำเถอะ เพราะคนที่ใส่ใจเรื่องของคุณมากที่สุดในโลกนี้ ก็คือตัวคุณเองนี่แหละ