ทำไม? แค่กฎ 13 ข้อ ถึงทำให้เราอยากดู "The Rules กฎหลังเที่ยงคืน"

กราบสวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านนะครับ (ทางการเกิ้น)
หลังจากที่ผมได้ห่างหายจากการเขียนกระทู้ไปนาน วันนี้ผมก็ได้ไปเจอซีรีส์ของไทยเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากๆๆๆๆๆๆ นั่นก็คือเรื่อง...
"The Rules กฎหลังเที่ยงคืน"

! เนื้อหาต่อไปนี้มีการเปิดเผยรายละเอียดและเหตุการณ์บางส่วนจาก EP.1-2 และอาจจะมีสปอยล์เนื้อหาในอนาคต !

พล็อตเรื่องสั้นๆ : "มีร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง รับสมัครพนักงานกะดึก ให้ค่าจ้างคืนละ 10,000 บาท งานไม่หนัก และขอเพียงแค่คุณทำตามกฎทุกข้อได้ แต่ไม่รับประกันนะว่าสิ่งที่คุณจะได้เจอมีอะไรบ้าง"

แล้วซีรีส์มันน่าสนใจยังไง?

ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้คือ "กฎ" ใช่ครับ กฎทั้ง 13 ข้อของเรื่อง มันทำให้เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความสยอง หรือความหลอน แต่ยังมีข้อจำกัดและข้อควรระวังเข้ามากดดัน ทำให้เราเกิดคำถามและความสงสัยเต็มไปหมด

เรามาดูกฎทั้ง 13 ข้อกันครับ
กฎข้อที่ 1 - ระยะเวลาการทำงานของกะดึก เริ่มตั้งแต่ 00:00–06:00 กรุณามาก่อนเวลา 10 นาที และ ห้ามออกจากบริเวณร้านระหว่างทำงาน
กฎข้อที่ 2 - ห้ามพนักงานขานรับเวลาลูกค้าเรียกชื่อ
กฎข้อที่ 3 - ห้ามพนักงานใช้โทรศัพท์ระหว่างทำงาน
กฎข้อที่ 4 - พนักงานต้องกล่าวต้อนรับ ขอบคุณและโปรดแจ้งโปรโมชั่นแก่ลูกค้าทุกคนอย่างครบถ้วน
กฎข้อที่ 5 - ต้องประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ 1 คนตลอดเวลา ห้ามทิ้งเคาน์เตอร์ว่างเกิน 3 นาทีอย่างเด็ดขาด
กฎข้อที่ 6 - พนักงานต้องดูแลความสะอาดร้านให้สะอาดอยู่เสมอ
กฎข้อที่ 7 - ขณะนำอาหารอุ่นไมโครเวฟ ห้ามหันหลังกลับไปมองลูกค้าจนกว่าจะได้ยินเสียงสัญญาณจากไมโครเวฟร้องเตือนว่าเสร็จสิ้น
กฎข้อที่ 8 - ห้ามนำทรัพย์สินของร้านออกไปใช้ส่วนตัว หรือยักยอกสินค้าไม่ว่ากรณีใดๆ
กฎข้อที่ 9 - พนักงานต้องนำขยะไปทิ้งที่ถังขยะบริเวณหลังร้านทุกวันในเวลา 03:00
กฎข้อที่ 10 - ห้ามมีสินค้าหมดอายุ หรือสิ่งแปลกปลอมตกค้างอยู่ภายในร้าน หากพบให้นำไปทิ้ง
กฎข้อที่ 11 - พนักงานต้องรับและตรวจสอบสินค้าจากรถส่งของตามเวลาที่กำหนด
กฎข้อที่ 12 - โปรดสังเกตไฟภายในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ ขณะปฏิบัติหน้าที่
🟢 เมื่อไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว พนักงานต้องห้ามสบตากับลูกค้าที่เข้ามาโดยเด็ดขาด
🔵 เมื่อไฟเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ให้ถือเป็นสัญญาณของความปลอดภัย ในช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้าน
🔴 เมื่อไฟเปลี่ยนเป็นสีแดง พนักงานมีเวลา 15 นาทีในการจัดหา "เนื้อ" มาวางไว้บริเวณกลางร้าน
ห้ามปล่อยให้เนื้อขาดหรือหมดโดยเด็ดขาด หลังจากนั้นให้จุดธูปจำนวน 1 ดอกและต้องรักษาให้ธูปติดอยู่ ตลอดเวลาห้ามดับจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด
กฎข้อที่ 13 - ในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พนักงานสามารถใช้เครื่องมือที่ร้านจัดเตรียมไว้ได้เท่านั้น

กฎจะเริ่มจากความธรรมดาก่อน เป็นกฎที่เราพบเห็นได้ในการทำงานทั่วๆไป และจะเริ่มสอดแทรกความแปลกเข้าไปทีละน้อย
ทำให้เรารู้สึก "เอ๊ะ! เริ่มจะน่าขนลุกขึ้นไปเรื่อยๆแล้วนะ"
และกฎทุกข้อไม่มีการอธิบายเหตุผลเลยสักนิดว่าทำไมถึงห้าม หรือถ้าทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ยิ่งกฎบางข้อ หากเราสติหลุด หรือใจลอยไปนิดเดียว
ก็สามารถทำผิดกฎได้ง่าย ๆ เลย

แล้วทำไมแค่กฎ 13 ข้อถึงทำให้เราอยากดู?
ผมคิดว่าคำตอบไม่ได้อยู่ที่กฎข้อใดข้อหนึ่ง แต่อยู่ที่การนำกฎทั้งหมดมาประกอบกัน

โดยมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 4 อย่าง
1. ความสงสัย - กฎแต่ละข้อทำให้เกิดคำถามว่าทำไมถึงต้องทำแบบนั้น
2. จินตนาการ - แม้ยังไม่เห็นผี แต่เราก็เริ่มจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
3. การคาดเดา - เราพยายามเชื่อมโยงกฎต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อหาคำตอบว่าร้านแห่งนี้มีอะไรซ่อนอยู่
4. การมีส่วนร่วม - เราเริ่มสมมติว่าถ้าเป็นตัวเองจะรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นอย่างไร

The Rules กฎหลังเที่ยงคืน มีทั้งหมด 8 ตอน (ยังมาไม่ครบ) รับชมตอนใหม่ได้ทุกวันพุธเวลา 20.00 น. ทาง Viu นะจ๊ะ จุ๊บๆ

ช่วงชวนมโนและคาดเดา
*ขอออกตัวก่อนว่าหลายประเด็นที่จะได้อ่านต่อจากนี้ เป็นความมโนของตัวผมล้วนๆ บางประเด็นก็รวบรวมมาจากความคิดเห็นจากโซเชียลต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่อ่านต่อไปนี้คือข้อเท็จจริงทั้งหมดในซีรีส์*

1. ชื่อตัวละครอาจจะมีความหมายมากกว่าที่คิด
- "เมธา" แปลว่า ปัญญา, ความรู้, หรือความฉลาดรอบคอบ อาจจะไม่หลงกลง่ายๆ และอาจจะรอดจนจบเรื่อง
- "เบิร์ด" ก็นั่นแหละ แฮปปี้เบิร์ธเดย์เลย ไปเกิด(ใหม่)ซะแล้ว
- "เชิด" ที่อาจจะสื่อถึง หุ่นเชิด เพราะเป็นผู้จัดการร้าน ที่คอยรับคนมาทำงานกะดึก แล้วทำไมต้องรับคนมาทำงานแบบนี้ด้วย?
- "กู๊ด" แปลว่า ดี อาจจะเป็นตัวดี แต่จะเป็นคนมั้ยก็ต้องรอลุ้นกัน ที่น่าสนใจคือ กู๊ดคือพนักงานส่งของ และในภาษาอังกฤษ หากเติม s เข้าไป
จาก Good ที่แปลว่า "ดี" จะกลายเป็น Goods ที่แปลว่า "สินค้า" แทน
- "เดียร์" อาจจะเป็น Deer ที่แปลว่ากวาง และความเชื่อในบางวัฒนธรรมหรือบางตำนาน "กวาง" มักได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวแทนของความอ่อนโยน สัญชาตญาณ และทำหน้าที่เป็น "ผู้ส่งสารหรือผู้นำทาง" ระหว่างโลกมนุษย์กับโลกแห่งจิตวิญญาณ
- "ชูการ์" แปลง่ายๆก็ น้ำตาล ความหมายในทางตะวันตก คือทำให้หวานขึ้น หรือลดความขมขื่น ขจัดความขัดแย้ง อาจจะเป็นตัวละครที่ทำให้เดียร์ และพนักงานคนอื่นสนิทกันมากขึ้น ไม่ก็เป็นหวานใจของเดียร์ 555555555
เสริมอีกนิดเรื่องชื่อ "ชูการ์" ในทางไสยศาสตร์หรือความเชื่อโบราณบางสาย สิ่งที่มีรสหวานหรือกลิ่นหอมมักถูกใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้เพื่อดึงดูดจิตวิญญาณ การทิ้งของหวานไว้โดยไม่มีการปิดผนึกหรือบอกกล่าว จึงเปรียบเสมือนการ "เชื้อเชิญ" วิญญาณเร่ร่อนที่หิวโหยให้เข้ามาในบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือชูการ์ที่ทำงานกะเช้าแล้วต้องมาทำกะดึก อาจจะทำให้เหตุการณ์ในร้านรุนแรงขึ้น เพราะตัวเธอมีอะไรดึงดูดพวกผีหรือเปล่านะ?
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่ผมคิดและหาข้อมูลมาเอง ตัวซีรีส์จริงๆอาจจะไม่ได้แฝงอะไรไว้เลยก็เป็นได้

2. ชื่อร้านในตอนกลางวันและตอนกลางคืน
ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ชื่อว่า "Sunny Mart" แต่ในตอนกลางคืน ไฟที่ตัว u ดันเสีย ทำให้ชื่อกลายเป็น "Sinny Mart" ซึ่งชวนให้นึกถึงคำว่า "Sin" ที่แปลว่า "บาป" และคนที่มาทำงานกะดึกอาจจะเป็นคนที่มีบาป เขาจึงต้องมาเผชิญเรื่องราวในแต่ละคืน
มันจะสอดคล้องกับตอนที่ผู้จัดการร้านติดป้ายโปรโมชั่นด้วย แต่พระเอก(เมธา) ดันเห็นเป็นป้ายสมัครงานกะดึก หมายความว่าไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะสมัครได้ คนที่สมัครงานกะดึกได้อาจจะต้องมีบาปอะไรสักอย่าง
เช่น ตอนที่สาวชุดแดงหลอกให้เบิร์ดขานรับตอนเรียกชื่อ พอเริ่มกลายเป็นผีแล้ว เบิร์ดก็พูดออกมาว่า "เธอนี่เอง" ซึ่งอาจจะเป็นคนที่เบิร์ดเคยรู้จักหรือทำกรรมอะไรใส่เขาไว้ สุดท้ายจึงต้องมาชดใช้กรรมในร้าน

3. กฎแต่ละข้อ มีไว้เพื่อใช้เป็นทางรอดให้พนักงาน หรือใช้เพื่อให้ผีได้เล่นสนุก?
ทำไมผีต้องมาเข้าร้านสะดวกแห่งนี้ และทำไมผีถึงทำอะไรกับคนที่ทำผิดกฎได้เลย พอมองดูดีๆแล้ว มันกลายเป็นเหมือนเกมที่ให้ผีมาล่าพนักงานมากกว่า เพราะกฎแต่ละข้อก็ดูเป็นกฎธรรมดา และมีช่องโหว่เยอะ ทำให้ผีใช้เล่ห์เหลี่ยมให้พนักงานทำผิดกฎได้ง่ายๆ
ฝั่งพนักงานก็ตอบโต้อะไรไม่ได้เลย ต้องทำตามกฎเท่านั้น ฝ่าฝืนหรือทำผิดก็คือตุย

4. ผู้จัดการร้านไว้ใจได้จริงเหรอ?
ต้องบอกตรงๆว่าใน EP.1-2 เมธาและเดียร์ รอดมาได้เพราะผู้จัดการมาช่วยเลย แต่การที่เขามาช่วย แปลว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ หรือเขาแค่ยังอยากเล่นสนุกต่อไปหน่อย ที่ผมบอกไว้ในประเด็นที่ 1 คือ เชิด อาจจะมาจากหุ่นเชิด หรือเขาอาจจะเป็นคน"เชิด" พนักงานแต่ละคนอยู่ก็ได้
ประมาณว่าแต่ละคนยังไม่ถึงเวลาของตัวเอง เลยช่วยไปก่อน บวกกับได้ซื้อใจไปด้วย ตัวเขายังมีปริศนาอยู่เยอะมาก มาเป็นผู้จัดการได้ไง เป้าหมายจริงๆคืออะไร ผู้จัดการนั้นอยู่ภายใต้กฎเดียวกับพนักงานไหม?

5. กฎ มีแค่ 13 ข้อจริงๆใช่ไหม?
ลองคิดดูเล่นๆนะครับ กฎทั้ง 13 ข้อ มีแต่การสั่งห้าม หรือคำแนะนำเพื่อให้พนักงานมีชีวิตรอด แต่ไม่มีข้อไหนที่ใช้ตอบโต้ หรือใช้ป้องกันตัวได้เลย บางทีกฎที่ทำให้พนักงานรอดจริงๆ อาจจะมีแต่ไม่ได้บอกไว้หรือเปล่า
เช่น ถ้าตกอยู่ในอันตรายจริงๆ ให้รีบเข้าไปในห้องผู้จัดการ หรืออาจจะมีเครื่องป้องกันตัวซ่อนอยู่ในร้านก็ได้ และบางทีกฎลับอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับ Sunny Mart หรือเปล่า?

6. บทสรุปของซีรีส์
เรามาลองคิดกันเล่นๆดีกว่าครับว่า บทสรุปของซีรีส์เรื่องนี้จะออกมาเป็นแบบไหน จะแฮปเอน หรือแบดเอนกันนะ
- ทุกคนรอด เมธาได้เงินกลับไปใช้หนี้บางส่วน และไปหางานอื่นทำ เพื่อใช้หนี้ต่อไป / เดียร์รู้ความจริงเกี่ยวกับพี่ชาย จึงไม่ทำงานต่อแล้ว?
- เมธาตุยตอนจบ เพราะดันพลาดทำผิดกฎตั้งแต่ช่วงแรกๆแล้ว แต่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อให้มาหักมุมทีหลัง
- เมธารอดอยู่คนเดียว และต้องทำหน้าที่เป็นผู้จัดการคนต่อไป
- พนักงานทุกคนตุยหมด โดยที่ผู้จัดการนี่แหละคือตัวการ แล้วก็ยังเปิดร้านต่อไปเรื่อยๆ

จากที่ผมชวนมโนทั้งหมดนี้ จะได้ชัดเลยว่า ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้น่าสนใจแค่เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผีและความหลอน แต่สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจคือปริศนาและความลับต่างๆที่ชวนให้ต้องตั้งคำถาม และถึงตอนนี้ซีรีส์จะยังไม่ได้เฉลยอะไรออกมามากนัก แต่ผมกลับรู้สึกว่านี่แหละคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของเรื่อง
เพราะยิ่งดู ก็ยิ่งมีเรื่องให้สงสัย ยิ่งมีรายละเอียดให้เอามาคิดต่อ และบางทีสิ่งที่เราเคยมองข้ามไป อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องในภายหลังก็ได้

แล้วทุกคนล่ะครับ คิดเห็นยังไงกับซีรีส์เรื่องนี้ มีทฤษฎีหรือข้อสังเกตอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ

สุดท้ายนี้... ถ้ามีคนมาเสนอค่าจ้างคืนละ 10,000 บาท แลกกับการทำงานกะดึกในร้านที่มีกฎ 13 ข้อแบบนี้ ทุกคนจะกล้าสมัครกันไหมครับ?
ส่วนตัวผมคงไม่สมัครแน่ๆ ขอผ่านก่อนเลย ไกปู~~~~


ขออนุญาตใช้ภาพ และขอขอบคุณทางเพจ Viu Thailand นะครับ 🙏🙏🙏
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่