สงครามรัสเซีย–ยูเครนในทะเลดำ เมื่อภูมิศาสตร์กลายเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ และราคาอาหารทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบ

ช่วงนี้มีอีกประเด็นของสงครามรัสเซีย–ยูเครนที่น่าติดตามค่ะ นั่นคือสถานการณ์ในทะเลดำ (Black Sea) หลังมีเรือพาณิชย์ถูกโจมตีหลายครั้งใกล้โรมาเนียและบัลแกเรีย ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นสมาชิก NATO เรื่องนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่ในแง่การทหาร แต่ยังเกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์การเมือง เส้นทางการค้า และความมั่นคงทางอาหารของโลกด้วย




ภาพข่าวเหตุการณ์วันที่ 28 ตุลาคม 2026 เรือ Contship Jet ถูกโดรนทางทะเลโจมตีนอกชายฝั่งบัลแกเรีย ลูกเรือ 18 คนได้รับการช่วยเหลือ
ภาพเหตุการณ์โจมตีเรือในทะเลดำ  - Reuters / AFP



รายงาน Reuters วันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ระบุว่า การโจมตีเรือสินค้าในทะเลดำเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยบางเหตุการณ์เกิดขึ้นในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของโรมาเนียและบัลแกเรีย และมีอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในทะเลอาณาเขตของโรมาเนีย นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงสงสัยว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีหลายครั้ง แต่การระบุผู้รับผิดชอบในแต่ละเหตุการณ์ยังต้องอาศัยหลักฐานเพิ่มเติม




ภาพแผนที่ทะเลดำและจุดยุทธศาสตร์ - Reuters / AFP


ถ้าลองเปิดแผนที่ยุโรปดู จะเห็นว่าทะเลดำมีภูมิศาสตร์ที่ค่อนข้างพิเศษ เป็นทะเลกึ่งปิดที่มีประเทศชายฝั่งอยู่ 6 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย ยูเครน จอร์เจีย ตุรกี บัลแกเรีย และโรมาเนีย ส่วนเส้นทางออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต้องผ่านช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) ทะเลมาร์มารา และช่องแคบดาร์ดะเนลส์ (Dardanelles) ซึ่งอยู่ในเขตของตุรกี

ตำแหน่งนี้ทำให้ทะเลดำมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มานาน เพราะเป็นทั้งเส้นทางส่งออกสินค้าเกษตร พลังงาน และช่องทางเชื่อมต่อทางทะเลของยุโรปตะวันออกกับตลาดโลก ขณะเดียวกัน ตุรกีก็มีบทบาทสำคัญในการกำกับการผ่านช่องแคบตามอนุสัญญามงเทรอซ์ (Montreux Convention) โดยเรือพาณิชย์มีหลักเสรีภาพในการผ่าน ส่วนเรือรบอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดกว่า โดยเฉพาะในช่วงสงคราม

หลังรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 เส้นทางส่งออกสินค้าเกษตรของยูเครนต้องปรับเปลี่ยนหลายครั้ง แม้ยูเครนจะสามารถกลับมาใช้เส้นทางเดินเรือในทะเลดำได้ตั้งแต่ปี 2023 แต่การโจมตีท่าเรือและเรือพาณิชย์ที่รุนแรงขึ้นในปีนี้ทำให้การขนส่งหยุดชะงักอีกครั้ง

ข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ในเดือนสิงหาคม 2026 สินค้าประเภทธัญพืช เมล็ดพืชน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องของยูเครนราว 90% ต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทาง EU Solidarity Lanes ซึ่งประกอบด้วยรถไฟ ถนน และการขนส่งทางน้ำภายในทวีป

หนึ่งในเส้นทางสำคัญคือแม่น้ำดานูบ (Danube) ที่ไหลลงสู่ทะเลดำบริเวณชายแดนยูเครนกับโรมาเนีย สินค้าจากท่าเรือริมแม่น้ำของยูเครนสามารถผ่านคลองซูลินา (Sulina Canal) ของโรมาเนียออกสู่ทะเลดำได้ ขณะที่ท่าเรือคอนสตันซา (Constanța) ของโรมาเนียก็เป็นศูนย์กลางขนส่งสำคัญที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายถนน รถไฟ และแม่น้ำของยุโรป

พอมองภูมิศาสตร์ตรงนี้จะเข้าใจเลยว่า ทำไมการโจมตีเรือใกล้โรมาเนียและบัลแกเรียจึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เส้นทางส่งออกเดิมของยูเครน แต่เริ่มกระทบพื้นที่ที่ใช้เป็นทางเลือกในการขนส่งสินค้าด้วย

ในทางเศรษฐศาสตร์ เรื่องนี้มีผลมากกว่ามูลค่าของเรือที่เสียหายเสียอีก

ธุรกิจเดินเรือมีต้นทุนที่เรียกว่า War-Risk Premium หรือเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงคราม เมื่อเส้นทางเดินเรือมีความเสี่ยงสูงขึ้น บริษัทประกันอาจเรียกเก็บเบี้ยเพิ่ม บริษัทเดินเรือบางแห่งอาจชะลอการเดินทางหรือปรับค่าขนส่งเพื่อชดเชยความเสี่ยง และต้นทุนเหล่านี้ก็มีโอกาสส่งต่อไปถึงราคาสินค้าในที่สุด

โดยเฉพาะข้าวสาลีและข้าวโพด ซึ่งรัสเซียกับยูเครนเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญของโลก ต่อให้มีผลผลิตอยู่เต็มโกดัง แต่ถ้าขนส่งออกไปไม่ได้ตามกำหนด สินค้าเหล่านั้นก็ไม่สามารถไปถึงประเทศผู้นำเข้าได้ทันเวลา

นี่เป็นเหตุผลที่ตลาดธัญพืชไม่ได้ดูเพียงปริมาณผลผลิต แต่ยังให้ความสำคัญกับอุปทานที่พร้อมส่งมอบด้วย อย่างไรก็ตาม ราคาธัญพืชโลกยังขึ้นอยู่กับผลผลิตของประเทศอื่น สภาพอากาศ และปริมาณสินค้าคงคลัง จึงไม่ได้หมายความว่าการโจมตีเรือทุกครั้งจะทำให้ราคาอาหารพุ่งขึ้นทันที


เรือบรรทุกธัญพืช
การส่งออกสินค้าเกษตรผ่านทะเลดำ Reuters / AFP


อีกประเด็นที่ละเอียดอ่อนคือ NATO เพราะโรมาเนีย บัลแกเรีย และตุรกีต่างเป็นสมาชิกพันธมิตร และมีชายฝั่งติดทะเลดำโดยตรง

แต่ต้องแยกให้ชัดว่าการโจมตีเรือในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ หรือ EEZ ไม่ได้เท่ากับการโจมตีดินแดนของประเทศสมาชิก NATO โดยอัตโนมัติ เนื่องจาก EEZ เป็นพื้นที่ที่รัฐชายฝั่งมีสิทธิเฉพาะด้านทรัพยากรและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เขตอธิปไตยเต็มรูปแบบเหมือนทะเลอาณาเขต

NATO ยังมีกลไกตามมาตรา 4 ที่เปิดให้สมาชิกหารือร่วมกันเมื่อเห็นว่าความมั่นคงถูกคุกคาม ส่วนมาตรา 5 ว่าด้วยการป้องกันร่วมกันนั้นต้องพิจารณาลักษณะของการโจมตีและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ว่ามีเรือถูกโจมตีใกล้ประเทศสมาชิกแล้วทุกประเทศจะต้องเข้าสู่สงครามทันที

ส่วนตัวมองว่าสถานการณ์นี้น่าสนใจตรงที่ภูมิศาสตร์เป็นทั้งข้อได้เปรียบและข้อจำกัดของประเทศที่เกี่ยวข้อง รัสเซียอาจใช้กำลังทางทหารสร้างแรงกดดันต่อการส่งออกของยูเครนได้ แต่รัสเซียเองก็ต้องพึ่งพาทะเลดำในการส่งออกสินค้าเกษตรและพลังงานเช่นกัน หากความเสี่ยงในการเดินเรือสูงขึ้นต่อเนื่อง ต้นทุนก็อาจย้อนกลับมากระทบผู้ส่งออกของรัสเซียด้วย แม้ระดับผลกระทบของทั้งสองประเทศจะไม่เท่ากันก็ตาม

อีกมุมหนึ่งที่คิดว่าสำคัญไม่แพ้กันคือ การโจมตีเรือพาณิชย์อาจเป็นเครื่องมือสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็นต้องปิดเส้นทางการค้าทั้งหมด เพียงทำให้บริษัทเดินเรือและบริษัทประกันประเมินว่าพื้นที่นั้นมีความเสี่ยงสูงขึ้น ก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจได้แล้ว

และคนที่ได้รับผลกระทบอาจอยู่ไกลจากสมรภูมิหลายพันกิโลเมตร โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าธัญพืช เช่น หลายประเทศในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง หากต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้น รัฐบาลอาจต้องใช้งบประมาณอุดหนุนมากขึ้น ขณะที่ประชาชนรายได้น้อยก็ต้องรับภาระค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย

เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ไม่ได้หมายถึงการผลิตอาหารให้เพียงพอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขนส่ง การกระจายสินค้า และความสามารถของประชาชนในการซื้ออาหารด้วย

สำหรับเรา ทะเลดำเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าภูมิศาสตร์ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองและเศรษฐกิจโลกมากเพียงใด ต่อให้เทคโนโลยีการขนส่งก้าวหน้าแค่ไหน ตำแหน่งของช่องแคบ ปากแม่น้ำ และท่าเรือก็ยังเป็นข้อจำกัดที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก

ที่สำคัญ สงครามสมัยใหม่ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะจากอาวุธหรือการทำลายโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังสร้างต้นทุนผ่านความไม่แน่นอน ความเสี่ยง และความเชื่อมั่นของตลาดด้วย

**บางครั้งการทำให้เส้นทางการค้าไม่ปลอดภัย ก็สร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องปิดเส้นทางนั้นทั้งหมด และเมื่อสินค้าที่ขนส่งเป็นอาหาร ผลกระทบก็อาจไปถึงประชาชนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเลย**

นี่จึงเป็นเหตุผลที่สถานการณ์ในทะเลดำควรได้รับความสนใจ ไม่ใช่เพียงในฐานะสมรภูมิระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่ในฐานะจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงความมั่นคงของยุโรปเข้ากับเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของโลกด้วย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่