ผักผลไม้ดีต่อสุขภาพ... แต่ทุกคนกินได้เหมือนกันจริงหรือ? 🥬

กระทู้สนทนา
ชฎามาศ พรหมคำ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 444 ว่า ผักผลไม้ช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แต่ผู้ป่วยบางโรคต้องเลือกชนิดให้เหมาะ เพราะบางชนิดอาจเป็นผลเสียถ้ากินมากเกินไปหรือกินไม่ถูกวิธี


จาก Info ที่เห็นไปแล้ว มีรายละเอียดที่ภาพไม่ได้บอกครับ

🩺โรคไต นอกจากกรดออกซาลิก ต้นฉบับยังระบุกลุ่มผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผักโขม หน่อไม้ ขี้เหล็ก ชะอม เห็ดโคน รวมถึงทุเรียนก้านยาว ทุเรียนชะนี กล้วยหอม และกล้วยไข่

ข้อควรรู้เพิ่มเติม : ปัจจุบันแนวทางดูแลโรคไตเน้นปรับโพแทสเซียมตามระยะโรคและระดับในเลือดของแต่ละคน ไม่ได้ห้ามผักผลไม้กลุ่มนี้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ผู้ป่วยจึงควรถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารว่าตัวเองต้องจำกัดหรือไม่

🦋 โรคไทรอยด์ กะหล่ำปลีมีสารกลูโคซิโนเลตสูง แต่สารนี้ถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการปรุงอาหาร จึงควรกินแบบสุก

🌶️ โรคกระเพาะและลำไส้ พริกมีสารแคปไซซินที่ให้ความเผ็ดร้อน ผู้ที่มีโรคกลุ่มนี้จึงควรเลี่ยงการกินพริกปริมาณมาก

ข้อมูลประกอบ : ต้นฉบับอ้างผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2551-2552) พบว่า ร้อยละ 82.3 ของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปกินผักผลไม้ต่ำกว่า 5 ส่วนมาตรฐานต่อวัน


📌 อัปเดตข้อมูล : งานวิจัยที่ตีพิมพ์ปี 2563 (Journal of Health Research) พบว่า ร้อยละ 65.6 ของตัวอย่างกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ ตัวเลขสองชุดใช้วิธีวัดต่างกัน จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ แต่ภาพรวมยังสรุปได้ตรงกันว่า คนไทยจำนวนมากยังกินไม่ถึงเกณฑ์ครับ

💥 หากมีโรคประจำตัวเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับอาหารนะครับ


ที่มา : บทความ "ผู้ป่วยเรื้อรัง กินผักและผลไม้อย่างไร" โดย ชฎามาศ พรหมคำ (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล) นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 444 ปี 2559
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่