ใครรู้จักที่มาของน้ำผักปั่น พืชผักแข็งแรง 11 ชนิด ของหมอเขียวบ้าง?

ใครรู้จักที่มาของน้ำผักปั่นพืชผักแข็งแรง 11 ชนิดของหมอเขียวบ้าง?

เรื่องนี้อาจฟังดูฮา ๆ เหมือนคนตะกละตะกลาม แต่รับรองว่าเป็นเรื่องจริงที่มีที่มาที่ไป!

เมื่อประมาณ 4–5 ปีที่แล้ว ก่อนที่โควิด-19 จะระบาด ผมติดตามข่าวของอาจารย์หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน เห็นอาจารย์พาทีมงานขึ้นไปที่ภูผาฟ้าน้ำ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบำเพ็ญ จัดค่ายดูแลสุขภาพ ตามแนวแพทย์วิถีธรรม ตอนนั้นผมก็คิดว่า คงเป็นแค่การจัดค่ายสุขภาพตามที่ต่างๆ หรือการเดินสายตามวิถีของชาวสันติอโศกที่ทำกันอยู่เป็นประจำ

แต่เมื่อวันก่อน ผมได้คุยกับพี่เล็ก จิตอาสาที่สวนป่านาบุญ 3 จึงได้รู้เรื่องราวอีกมุมหนึ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน

พี่เล็กเล่าว่า ช่วงนั้นอาจารย์หมอเขียวไปจัดค่ายสุขภาพที่ภูผาฟ้าน้ำ แล้วเกิดสถานการณ์โควิด-19 และการล็อกดาวน์ขึ้นพอดี ทำให้อาจารย์และทีมงานกว่า 100 คน ต้องอยู่ที่นั่นต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 3 ปี จะเรียกว่าไปติดอยู่ หรือจะเรียกว่าไปหลบโควิดก็คงไม่ผิดนัก!

จากที่ตั้งใจไปบำเพ็ญบุญ กลายเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่บนภูเขานานกว่าที่คิด และเมื่อมีคนอยู่ร่วมกันกว่าร้อยชีวิต เรื่องสำคัญที่ตามมาก็คือ **อาหารการกิน!**

ทุกคนต้องช่วยกันปลูกผัก ทำอาหาร และจัดการเรื่องปากท้อง พยายามปลูกทั้งคะน้า ผักกาด และผักชนิดต่าง ๆ แต่ปลูกเท่าไรก็เหมือนจะไม่พอกินเสียที อาหารเริ่มเป็นเรื่องที่ต้องคิดกันอย่างจริงจัง

ในเมื่อผักที่ปลูกไว้มีไม่เพียงพอ แล้วจะทำอย่างไรดี?

ติดเขาครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่การบำเพ็ญธรรม

มีอีกเรื่องหนึ่งที่พี่เล็กเล่าให้ฟังแล้วทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมา นั่นคือ อาจารย์หมอเขียวประเมินว่า การที่พวกเราต้องมาใช้ชีวิตบำเพ็ญเพียรอยู่บนภูผาฟ้าน้ำเป็นเวลานานเช่นนี้ อาจเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ทุกคนได้ฝึกฝนตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต

อาจารย์มองว่า ในอนาคตโลกอาจเผชิญวิกฤตมากขึ้น การดำรงชีวิตอาจยากลำบากกว่าเดิม ทั้งเรื่องอาหารการกิน สภาพแวดล้อม และความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่มนุษย์ต้องเผชิญ

การที่ต้องมาอยู่บนภูเขา ช่วยกันทำงาน ปลูกผัก หาอาหาร เรียนรู้การใช้พืชพรรณธรรมชาติ และฝึกดูแลตนเอง จึงเปรียบเสมือนการฝึกซ้อมชีวิตจริง เพื่อให้ทุกคนพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น เมื่อเกิดวิกฤตจะได้ไม่ตื่นตระหนกง่าย และยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย

หากมองในแง่นี้ การที่ต้องมาอยู่บนภูผาฟ้าน้ำในช่วงโควิด-19 ก็อาจกลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ทักษะการดำรงชีวิต ซึ่งในเวลาปกติเราอาจไม่เคยคิดว่าจำเป็นต้องใช้

จากเดิมที่คิดว่าเป็นการติดเขาเพราะโควิด กลับกลายเป็นโอกาสฝึกฝนตนเองให้พร้อมรับมือกับโลกที่อาจยากลำบากขึ้นในอนาคต**

    เมื่อผักที่ปลูกไม่พอกิน จึงหันมากินพืชพรรณในธรรมชาติ

ภูผาฟ้าน้ำเป็นพื้นที่ภูเขาขนาดใหญ่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร รายล้อมด้วยผืนป่าและพืชพรรณธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่ชีวิตบนภูเขาก็ไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่หลายคนคิด

อากาศหนาวเย็น การทำงานบางครั้งก็ยากลำบาก และยังมีแมลงเล็กแมลงน้อยอยู่มากมาย ทั้งกัด ทั้งต่อย สร้างความรำคาญและความไม่สบายตัวให้กับคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไม่น้อย

เมื่อมีคนอยู่ร่วมกันกว่า 100 คน การปลูกผักอย่างคะน้าและผักกาดก็ไม่เพียงพอต่อการบริโภค อาจารย์หมอเขียวและทีมงานจึงหันมาสำรวจและเรียนรู้พืชพรรณที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติรอบตัว แล้วนำพืชเหล่านั้นที่พิจารณาแล้วว่าสามารถใช้เป็นอาหารได้ มารับประทานทดแทนผักที่ปลูกไว้

จากเดิมที่เคยพึ่งพาผักในแปลงเป็นหลัก จึงเริ่มหันมาเรียนรู้พืชพื้นบ้านหลากหลายชนิดที่มีอยู่ในธรรมชาติ นำมาใช้เป็นอาหาร และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ พี่เล็กเล่าถึงประสบการณ์ในช่วงนั้นว่า หลังจากพวกเขาหันมากินพืชพรรณธรรมชาติเหล่านี้ ก็สังเกตเห็นว่าอาการไม่สบายตัวเล็กๆน้อยๆ ที่เกิดจากแมลงกัดต่อยดีขึ้นหรือหายไป

เรื่องนี้ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า พืชพรรณธรรมชาติที่นำมากิน อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จนทำให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์สนใจคุณค่าและประโยชน์ของพืชเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

จากพืชธรรมชาติกว่า 200 ชนิด สู่สูตรน้ำผักปั่น 11 ชนิด

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และนำพืชผักพื้นบ้านจากธรรมชาติหลากหลายชนิด มาพิจารณาใช้เป็นอาหาร มีการกล่าวถึงพืชมากกว่า 200 ชนิดที่นำมาเรียนรู้และใช้ประโยชน์กันในช่วงนั้น

และในบรรดาพืชหลากหลายชนิดเหล่านี้ ก็มีการคัดเลือกพืช 11 ชนิดมาทำเป็นน้ำผักปั่นพืชผักแข็งแรงที่หลายคนรู้จักกันในปัจจุบัน

ใครจะคิดว่า เครื่องดื่มอย่างน้ำผักปั่นพืชผักแข็งแรง 11 ชนิด จะมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตบนภูเขา การแก้ปัญหาเรื่องอาหาร และการหันกลับมาเรียนรู้คุณค่าของพืชผักพื้นบ้านในช่วงโควิด-19!

จากความจำเป็นในการดำรงชีวิต สู่การเรียนรู้พืชผักรอบตัว และการนำพืชหลากหลายชนิดมาประยุกต์ใช้เป็นอาหาร เรื่องนี้ทำให้ผมมองเห็นอีกมุมหนึ่งว่า การพึ่งพาตนเองไม่ได้หมายถึงการปลูกผักไว้กินเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรู้จักสิ่งแวดล้อมรอบตัว รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และฝึกตัวเองให้พร้อมเมื่อชีวิตต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน

นี่คือเรื่องราวที่ผมเพิ่งได้ฟังจากพี่เล็ก และอยากนำมาแบ่งปันให้ทุกคนได้รู้กัน

    บางครั้ง สิ่งที่กลายมาเป็นภูมิปัญญาใหม่ ๆ ก็อาจเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า วันนี้เราจะหาอะไรกินให้พอได้อย่างไร และเราจะฝึกตัวเองให้พร้อมรับมือกับวันข้างหน้าได้อย่างไรนี่เอง!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่