Day 2 : เที่ยวในเมือง
.
เนื่องจากตัวเมืองสกลนครไม่ใหญ่นัก
วันนี้ป้าๆ เลยได้เที่ยวหลายที่
.
เช้าแรกที่สกลนคร
เปิดทริปด้วยร้านอาหาร “บ้านต้นตะขบ” ร้านดังเมืองสกล
อร่อย บรรยากาศดี มีห้องแอร์
พนักงานดูแลดีมาก
อาหารก็แนวๆ เวียดนาม ติ่มซำ ราคาไม่แพง
มีชาร้อนหอมมากเติมฟรีด้วย
ร้านอยู่ในซอย ตั้ง GPS เลย
จอดรถหน้าร้านได้

ในร้านบรรยากาศดี

มีห้องแอร์ด้วย

ติ่มซำ อร่อย

ไข่กระทะ

ชาร้อนหอมมาก

.
อิ่มท้องก็ไปต่อที่
พระธาตุนารายณ์เจงเวง
อยู่ไม่ไกลจากร้านต้นตะขบ
เป็นปรางค์เดี่ยว สร้างด้วยหินทราย บนฐานศิลาแลง
สันนิษฐานว่าชื่อพระธาตุเพี้ยนมาจากภาษาเขมรคือ
“นารายเชิงแวง” เชิงแวง แปลว่า “ขายาว”
ถือเป็นพระธาตุที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดสกลนคร
.

มีตำนานเล่าว่า
เมื่อครั้งพระมหากัสสปะเชิญพระอุรังคธาตุมาจากอินเดีย
พระยาสุวรรณภิงคาร จะขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานไว้ที่เมืองสกลนคร
เลยโปรดให้ชาวเมืองฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
แข่งกันสร้างอุโมงค์บรรจุพระธาตุในคืนเดียว
หากฝ่ายใดสร้างเสร็จก่อนจะนำพระอุรังคธาตุไปบรรจุไว้
โดยกำหนดว่าการสร้างจะสิ้นสุด
เมื่อดาวศุกร์ หรือ “ดาวเพ็ก” ขึ้นบนท้องฟ้า
ให้ฝ่ายหญิงสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง
ส่วนฝ่ายชายสร้างพระธาตุภูเพ็ก
ฝ่ายหญิงได้ล่อหลอกฝ่ายชาย
โดยทำโคมไฟลอยขึ้นบนท้องฟ้า หลอกว่าดาวเพ็กขึ้นแล้ว
ฝ่ายชายเลยหยุดก่อสร้าง
ทำให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ชนะ
พระธาตุแห่งนี้เลยมีอีกชื่อว่า
“อรดีมายานารายณ์เจงเวง”
แต่ด้วยพระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
ให้นำพระอุรังคธาตุไปประดิษฐานไว้ที่ภูกำพร้า
หรือในปัจจุบันคือพระธาตุพนม
พระธาตุนารายณ์เจงเวง และพระธาตุภูเพ็ก
จึงเป็นเพียงโบราณสถานสำคัญ
ของจังหวัดสกลนคร
.

ภาพแกะสลักเหนือซุ้มประตู พระธาตุ ศิลปะขอม
.
ป้าโชคดีได้เข้าร่วมพิธีบวงสรวงพระธาตุโดยไม่ได้ตั้งใจ
งานนี้จัดขึ้นในวันขึ้น 13, 14 และ 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
ป้าไปในวันขึ้น 13 ค่ำเดือน 3 พอดี
พิธีนี้ชาวบ้านจะแต่งชุด “ภูไท” สวยงามเต็มยศ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่
มารำบวงสรวงกันรอบพระธาตุ หลายร้อยคนเลยหละ

.
ไปต่อที่ พระธาตุเชิงชุม
เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันพฤหัสบดี
ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสกลนคร ใครมาต้องไปกราบไหว้
พระธาตุหันหน้าไปทางหนองหาร (ทิศตะวันออก)
ตัวพระธาตุทรงบัวเหลี่ยม ครอบรอยพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์
ได้แก่ พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดมหรือพระศรีอริยเมตไตรย
.

ตามตำนานเล่าว่า
เมื่อพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอานนท์เสด็จมาตามลำน้ำโขง
พระเจ้าสุวรรณภิงคาระเจ้าเมืองทราบข่าวได้เสด็จออกมาต้อนรับ
พุทธเจ้าจึงแสดงปฏิหาริย์ให้มีดวงมณี
รัศมีพวยพุ่งออกจากพระโอษฐ์พร้อมกัน 3 ดวง
และตรัสว่า ณ ที่นี้เป็นสถานที่
ที่ได้ประทับรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าถึงสี่พระองค์
ด้วยความเลื่อมใส
พระเจ้าสุวรรณภิงคาระ ได้ถอดมงกุฎทองคำสวมบูชารอยพระพุทธบาท แล้วสร้างเจดีย์ครอบไว้
จึงได้ชื่อว่า “พระธาตุเชิงชุม”
หมายถึงมีรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์มาอยู่รวมกัน
เชิง = รอยเท้า, ชุม = มารวมกัน
ภายในวิหารประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน
เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง
ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน
ตัวพระธาตุเดิมเป็นปราสาทหินทราย ที่ถูกพระธาตุองค์ใหม่ทรงล้านช้างครอบทับ
ถ้าเข้าไปภายในวิหาร จะเห็นพระธาตุเดิมอยู่หลังหลวงพ่อองค์แสน
หลวงพ่อพระองค์แสน

.
ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังสวยงาม

.
เดิมบริเวณนี้มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีน้ำใต้ดินผุดขึ้นมา
เนื่องจากเป็นปลายทางของลำน้ำใต้ดิน ที่มาจากเทือกเขาภูพาน
มีการนำน้ำจากบ่อน้ำนี้ไปประกอบพิธีกรรมสำคัญ
แต่ปัจจุบันน้ำเหลือน้อยแล้ว
.
ป้าก็โชคดีอีกนั่นแหละ
ได้เจอคนมาทำพิธีห่มผ้าพระธาตุ
เค้าให้พวกร่วมขบวนด้วย
.

ใครที่เป็นสายช็อปปิ้ง
ใกล้ๆ ที่จอดรถมีร้านขายสินค้าพื้นเมือง
พวกผ้าย้อมคราม
กระเป๋าผ้าทอลายพื้นเมือง
ราคามีตั้งแต่ถูกถึงแพง
แต่ก็ถูกกว่าในกรุงเทพแหละ
.
ที่นี่ป้าซื้อลอตเตอรี่ ที่เค้ามาขายหาเงินเข้าวัดไว้ 1 ใบ
จะหาเลขทะเบียนรถ 09 แต่เค้าไม่มี มีเลข 06
เอาน่ะจะทำบุญช่วยซื้อก็ได้
สรุปงวดนั้นออก 06 จ้าาา ได้ค่าน้ำมัน...
.
ไปต่อที่วัดป่าสุทธาวาส
เป็นวัดที่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
เกจิชื่อดังอิสานเหนือ
มาจำพรรษาในช่วงปลายของชีวิต
และมรณภาพที่วัดนี้เมื่อปี 2492
ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์บริขาร พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ

ภายในจัดแสดงเครื่องอัฏฐบริขารของพระอาจารย์มั่น
.
ด้านข้างของพิพิธภัณฑ์บริขาร
มีอาคาร “ภูริทัตโต”
จัดแสดงประวัติของพระอาจารย์มั่น
มีระบบแสงสีเสียง เล่าเรื่องอย่างดี

พระอุโบสถของวัด ได้สร้างขึ้นบนสถานที่ที่เคยเป็นกุฏิ
และที่ประชุมเพลิงของพระอาจารย์มั่นอีกด้วย
.
กลางวันก็ทานอาหารกันที่ “ร้านปากหม้อปารีส”
ปากหม้อญวนตำนานกว่า 30 ปี
ทั้งร้านมีแค่ 6 เมนู ข้าวเกรียบ, ปากหม้อ, หมูยอ, ไข่ดาว, ไข่พับ, ไข่ม้วน แค่นั้นเลย
อร่อยและเยอะทุกเมนู แต่ไม่มีผักให้นะ ใครสายผักอาจเศร้านิดๆ
น้ำจิ้มรสชาติกำลังดี ชอบตรงที่ไม่หวาน
อยู่ริมถนนหาได้ง่ายไม่ไกลจากพระธาตุเชิงชุม
เจอในเน็ต ว่าเค้ามาเปิดที่สุขุมวิท 71 ด้วย แต่ยังไม่เคยไป

.
อิ่มแล้วออกไปนอกเมืองหน่อย
วัดถ้าผาแด่น เป็นวัดที่มีอายุนับร้อยปี
พระเกจิสายวิปัสสนากรรมฐานหลายองค์มาจำพรรษา
ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ในวัดมีภาพแกะสลักหินทรายหลายภาพ
เช่น พระพุทธสีหไสยาสน์ พุทธประวัติ หลวงปู่ทวด
ป้าเดินไม่ทั่วหรอก เพราะแดดร้อนมาก

ศาลา "ยาใจคนบุญ" เป็นศาลาใหญ่นำรากไม้มาทำเป็นเสา ใหญ่มาก ป้าตัวใหญ่ๆ เหลือตัวนิดเดียว

.
การขึ้นลงเมื่อก่อนต้องนั่งสองแถวขึ้นไปบนเขา ปัจจุบันสามารถขับรถขึ้นไปได้
แต่ใครสะดวกขึ้นสองแถวของวัดก็มีที่ให้จอดรถกว้างด้านล่าง
ขับรถขึ้นไปก็ไม่ยากแต่ถนนค่อนข้างแคบ และเป็นหลุมบ่อ
กำลังขยายถนนคาดว่าซัก 1-2 ปี น่าจะดีขึ้น
.
วิวเทือกเขาสวยดี แต่บอกเลยถ้าไม่มีดอกไม้ถ่ายรูปไม่สวย
เพราะเป็นวิวมุมกว้าง ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น
ถ้าจะไปควรไปช่วงฤดูหนาวหรือเวลาอากาศเย็นๆ เพราะแดดแรง ร้อนมาก

วิวเส้นขอบฟ้ากับเทือกเขาภูพานเขียวๆ ถ่ายรูปไม่ค่อยสวย
ทางวัดมีดอกไม้มาจัดวางไว้สวยงาม
แต่บอกเลย ร้อนมาก
หญ้าที่วางเป็นหญ้าเทียม เวลาเดินเท้าพองมาก เพราะต้องถอดรองเท้าเดิน

ร้านกาแฟของวัด วิวสวย น้ำอ้อยอร่อย เพราะป้าไม่กินกาแฟ

.
ไปต่อที่ พญาเต่างอย
ออกจากวัดถ้ำผาแด่นไป ประมาณ 15 กม.
ก็ไม่ค่อยมีอะไร นอกจากรูปปั้นพญาเต่างอย
และที่จอดรถกว้างๆ เหงาๆ
มีร้านค้าเป็นแถวยาวแต่ไม่ค่อยเปิด
แสดงให้เห็นว่าเมื่อก่อนเคยมีคนมาเยอะ
เพราะดูเหมือนจะเคยดังอยู่พักหนึ่งในวงการหวย
ที่มาของเต่างอยก็คือ
เมื่อ 400 กว่าปีก่อน
ไทยทำสงครามกับลาว
เมื่อลาวพ่ายแพ้เลยถูกกวาดต้อนมาที่นี่
ที่นี่มีเต่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแสดงให้เห็นความอุดมสมบูรณ์
จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “เต่างอย” และเป็นอำเภอเต่างอยในปัจจุบัน
รูปปั้นพญาเต่างอย และผองเต่าบริวาร

.
และสุดท้ายไปจบที่ “คูสุด” แหล่งท่องเที่ยวริมหนองหาร
เป็นสวนสาธารณะ ยาวลงไปในหนองหาร
ตอนเช้าและตอนเย็นจะเป็นที่ออกกำลังกาย และปิ๊กนิค ของคนในจังหวัด
ถ้าอากาศเย็นน่าจะดี แต่วันที่ป้าไปร้อนมาก
ที่ชื่อคูสุดเพราะอยู่สุดคูเมืองแต่โบราณของจังหวัดสกลนคร
ป้าไปถึงตอนเย็นๆ วิวสวยน่าเดินเล่น

รถเข้าไปได้ถึงด้านในสุด มีวงเวียนรูปปั้น "กระรอกด่อน" หรือกระรอกเผือก
ตามตำนานผาแดงนางไอ่ ซึ่งเป็นตำนานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด
.
เรื่องมีอยู่ว่า
พญาภังคี (พญานาค) ได้ปลอมตัวเป็นกระรอกขาว
ขึ้นมาชมความงามของนางไอ่คำ หรือ "นางไอ่"
แล้วถูกชาวเมืองจับไปกิน โดยแบ่งเนื้อกินกันทั้งเมือง
เพราะเชื่อว่าเป็นศิริมงคล
พอพ่อของพญาภังคีรู้เรื่อง โกรธมาก
ยกทัพขึ้นมาทำลายบ้านเมือง จนเกิดเป็น
หนองหาร จังหวัดสกลนคร หนองหาน จังหวัดอุดรธานี และบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด

เกร็ดความรู้เล็กๆ
หนองหาร สกลนคร สะกดด้วย "ร"
แต่หนองหาน อุดรธานี สะกดด้วย "น"
ป้าก็เพิ่งรู้นี่แหละ
.
ค่ำแล้ว ป้าก็กลับไปเล่นแมวที่บ้านสวนต่อ
ที่บ้านทำกับข้าวไว้รอ
แมวที่ไม่ซ้ำกับ EP1
อ่านตอนต่อๆ ไปได้จาก Link
EP1 : นึกอยากไปก็ไปกันง่ายๆ เลย :
https://pantip.com/topic/44273861
EP2 : เที่ยวในเมือง :
https://pantip.com/topic/44274685
ติดตามสาระอื่นๆ ได้จากเพจ หลากหลาย by Artima :
https://www.facebook.com/profile.php?id=100064724916964
สกลนคร...เมืองรองต้องใจ EP2
.
เนื่องจากตัวเมืองสกลนครไม่ใหญ่นัก
วันนี้ป้าๆ เลยได้เที่ยวหลายที่
.
เช้าแรกที่สกลนคร
เปิดทริปด้วยร้านอาหาร “บ้านต้นตะขบ” ร้านดังเมืองสกล
อร่อย บรรยากาศดี มีห้องแอร์
พนักงานดูแลดีมาก
อาหารก็แนวๆ เวียดนาม ติ่มซำ ราคาไม่แพง
มีชาร้อนหอมมากเติมฟรีด้วย
ร้านอยู่ในซอย ตั้ง GPS เลย
จอดรถหน้าร้านได้
ในร้านบรรยากาศดี
มีห้องแอร์ด้วย
ติ่มซำ อร่อย
ไข่กระทะ
ชาร้อนหอมมาก
.
อิ่มท้องก็ไปต่อที่
พระธาตุนารายณ์เจงเวง
อยู่ไม่ไกลจากร้านต้นตะขบ
เป็นปรางค์เดี่ยว สร้างด้วยหินทราย บนฐานศิลาแลง
สันนิษฐานว่าชื่อพระธาตุเพี้ยนมาจากภาษาเขมรคือ
“นารายเชิงแวง” เชิงแวง แปลว่า “ขายาว”
ถือเป็นพระธาตุที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดสกลนคร
.
มีตำนานเล่าว่า
เมื่อครั้งพระมหากัสสปะเชิญพระอุรังคธาตุมาจากอินเดีย
พระยาสุวรรณภิงคาร จะขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานไว้ที่เมืองสกลนคร
เลยโปรดให้ชาวเมืองฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
แข่งกันสร้างอุโมงค์บรรจุพระธาตุในคืนเดียว
หากฝ่ายใดสร้างเสร็จก่อนจะนำพระอุรังคธาตุไปบรรจุไว้
โดยกำหนดว่าการสร้างจะสิ้นสุด
เมื่อดาวศุกร์ หรือ “ดาวเพ็ก” ขึ้นบนท้องฟ้า
ให้ฝ่ายหญิงสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง
ส่วนฝ่ายชายสร้างพระธาตุภูเพ็ก
ฝ่ายหญิงได้ล่อหลอกฝ่ายชาย
โดยทำโคมไฟลอยขึ้นบนท้องฟ้า หลอกว่าดาวเพ็กขึ้นแล้ว
ฝ่ายชายเลยหยุดก่อสร้าง
ทำให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ชนะ
พระธาตุแห่งนี้เลยมีอีกชื่อว่า
“อรดีมายานารายณ์เจงเวง”
แต่ด้วยพระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
ให้นำพระอุรังคธาตุไปประดิษฐานไว้ที่ภูกำพร้า
หรือในปัจจุบันคือพระธาตุพนม
พระธาตุนารายณ์เจงเวง และพระธาตุภูเพ็ก
จึงเป็นเพียงโบราณสถานสำคัญ
ของจังหวัดสกลนคร
.
ภาพแกะสลักเหนือซุ้มประตู พระธาตุ ศิลปะขอม
.
ป้าโชคดีได้เข้าร่วมพิธีบวงสรวงพระธาตุโดยไม่ได้ตั้งใจ
งานนี้จัดขึ้นในวันขึ้น 13, 14 และ 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
ป้าไปในวันขึ้น 13 ค่ำเดือน 3 พอดี
พิธีนี้ชาวบ้านจะแต่งชุด “ภูไท” สวยงามเต็มยศ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่
มารำบวงสรวงกันรอบพระธาตุ หลายร้อยคนเลยหละ
.
ไปต่อที่ พระธาตุเชิงชุม
เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันพฤหัสบดี
ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสกลนคร ใครมาต้องไปกราบไหว้
พระธาตุหันหน้าไปทางหนองหาร (ทิศตะวันออก)
ตัวพระธาตุทรงบัวเหลี่ยม ครอบรอยพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์
ได้แก่ พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดมหรือพระศรีอริยเมตไตรย
.
ตามตำนานเล่าว่า
เมื่อพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอานนท์เสด็จมาตามลำน้ำโขง
พระเจ้าสุวรรณภิงคาระเจ้าเมืองทราบข่าวได้เสด็จออกมาต้อนรับ
พุทธเจ้าจึงแสดงปฏิหาริย์ให้มีดวงมณี
รัศมีพวยพุ่งออกจากพระโอษฐ์พร้อมกัน 3 ดวง
และตรัสว่า ณ ที่นี้เป็นสถานที่
ที่ได้ประทับรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าถึงสี่พระองค์
ด้วยความเลื่อมใส
พระเจ้าสุวรรณภิงคาระ ได้ถอดมงกุฎทองคำสวมบูชารอยพระพุทธบาท แล้วสร้างเจดีย์ครอบไว้
จึงได้ชื่อว่า “พระธาตุเชิงชุม”
หมายถึงมีรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์มาอยู่รวมกัน
เชิง = รอยเท้า, ชุม = มารวมกัน
ภายในวิหารประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน
เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง
ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน
ตัวพระธาตุเดิมเป็นปราสาทหินทราย ที่ถูกพระธาตุองค์ใหม่ทรงล้านช้างครอบทับ
ถ้าเข้าไปภายในวิหาร จะเห็นพระธาตุเดิมอยู่หลังหลวงพ่อองค์แสน
หลวงพ่อพระองค์แสน
.
ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังสวยงาม
.
เดิมบริเวณนี้มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีน้ำใต้ดินผุดขึ้นมา
เนื่องจากเป็นปลายทางของลำน้ำใต้ดิน ที่มาจากเทือกเขาภูพาน
มีการนำน้ำจากบ่อน้ำนี้ไปประกอบพิธีกรรมสำคัญ
แต่ปัจจุบันน้ำเหลือน้อยแล้ว
.
ป้าก็โชคดีอีกนั่นแหละ
ได้เจอคนมาทำพิธีห่มผ้าพระธาตุ
เค้าให้พวกร่วมขบวนด้วย
.
ใครที่เป็นสายช็อปปิ้ง
ใกล้ๆ ที่จอดรถมีร้านขายสินค้าพื้นเมือง
พวกผ้าย้อมคราม
กระเป๋าผ้าทอลายพื้นเมือง
ราคามีตั้งแต่ถูกถึงแพง
แต่ก็ถูกกว่าในกรุงเทพแหละ
.
ที่นี่ป้าซื้อลอตเตอรี่ ที่เค้ามาขายหาเงินเข้าวัดไว้ 1 ใบ
จะหาเลขทะเบียนรถ 09 แต่เค้าไม่มี มีเลข 06
เอาน่ะจะทำบุญช่วยซื้อก็ได้
สรุปงวดนั้นออก 06 จ้าาา ได้ค่าน้ำมัน...
.
ไปต่อที่วัดป่าสุทธาวาส
เป็นวัดที่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
เกจิชื่อดังอิสานเหนือ
มาจำพรรษาในช่วงปลายของชีวิต
และมรณภาพที่วัดนี้เมื่อปี 2492
ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์บริขาร พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ
ภายในจัดแสดงเครื่องอัฏฐบริขารของพระอาจารย์มั่น
.
ด้านข้างของพิพิธภัณฑ์บริขาร
มีอาคาร “ภูริทัตโต”
จัดแสดงประวัติของพระอาจารย์มั่น
มีระบบแสงสีเสียง เล่าเรื่องอย่างดี
พระอุโบสถของวัด ได้สร้างขึ้นบนสถานที่ที่เคยเป็นกุฏิ
และที่ประชุมเพลิงของพระอาจารย์มั่นอีกด้วย
.
กลางวันก็ทานอาหารกันที่ “ร้านปากหม้อปารีส”
ปากหม้อญวนตำนานกว่า 30 ปี
ทั้งร้านมีแค่ 6 เมนู ข้าวเกรียบ, ปากหม้อ, หมูยอ, ไข่ดาว, ไข่พับ, ไข่ม้วน แค่นั้นเลย
อร่อยและเยอะทุกเมนู แต่ไม่มีผักให้นะ ใครสายผักอาจเศร้านิดๆ
น้ำจิ้มรสชาติกำลังดี ชอบตรงที่ไม่หวาน
อยู่ริมถนนหาได้ง่ายไม่ไกลจากพระธาตุเชิงชุม
เจอในเน็ต ว่าเค้ามาเปิดที่สุขุมวิท 71 ด้วย แต่ยังไม่เคยไป
.
อิ่มแล้วออกไปนอกเมืองหน่อย
วัดถ้าผาแด่น เป็นวัดที่มีอายุนับร้อยปี
พระเกจิสายวิปัสสนากรรมฐานหลายองค์มาจำพรรษา
ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ในวัดมีภาพแกะสลักหินทรายหลายภาพ
เช่น พระพุทธสีหไสยาสน์ พุทธประวัติ หลวงปู่ทวด
ป้าเดินไม่ทั่วหรอก เพราะแดดร้อนมาก
ศาลา "ยาใจคนบุญ" เป็นศาลาใหญ่นำรากไม้มาทำเป็นเสา ใหญ่มาก ป้าตัวใหญ่ๆ เหลือตัวนิดเดียว
.
การขึ้นลงเมื่อก่อนต้องนั่งสองแถวขึ้นไปบนเขา ปัจจุบันสามารถขับรถขึ้นไปได้
แต่ใครสะดวกขึ้นสองแถวของวัดก็มีที่ให้จอดรถกว้างด้านล่าง
ขับรถขึ้นไปก็ไม่ยากแต่ถนนค่อนข้างแคบ และเป็นหลุมบ่อ
กำลังขยายถนนคาดว่าซัก 1-2 ปี น่าจะดีขึ้น
.
วิวเทือกเขาสวยดี แต่บอกเลยถ้าไม่มีดอกไม้ถ่ายรูปไม่สวย
เพราะเป็นวิวมุมกว้าง ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น
ถ้าจะไปควรไปช่วงฤดูหนาวหรือเวลาอากาศเย็นๆ เพราะแดดแรง ร้อนมาก
วิวเส้นขอบฟ้ากับเทือกเขาภูพานเขียวๆ ถ่ายรูปไม่ค่อยสวย
ทางวัดมีดอกไม้มาจัดวางไว้สวยงาม
แต่บอกเลย ร้อนมาก
หญ้าที่วางเป็นหญ้าเทียม เวลาเดินเท้าพองมาก เพราะต้องถอดรองเท้าเดิน
ร้านกาแฟของวัด วิวสวย น้ำอ้อยอร่อย เพราะป้าไม่กินกาแฟ
.
ไปต่อที่ พญาเต่างอย
ออกจากวัดถ้ำผาแด่นไป ประมาณ 15 กม.
ก็ไม่ค่อยมีอะไร นอกจากรูปปั้นพญาเต่างอย
และที่จอดรถกว้างๆ เหงาๆ
มีร้านค้าเป็นแถวยาวแต่ไม่ค่อยเปิด
แสดงให้เห็นว่าเมื่อก่อนเคยมีคนมาเยอะ
เพราะดูเหมือนจะเคยดังอยู่พักหนึ่งในวงการหวย
ที่มาของเต่างอยก็คือ
เมื่อ 400 กว่าปีก่อน
ไทยทำสงครามกับลาว
เมื่อลาวพ่ายแพ้เลยถูกกวาดต้อนมาที่นี่
ที่นี่มีเต่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแสดงให้เห็นความอุดมสมบูรณ์
จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “เต่างอย” และเป็นอำเภอเต่างอยในปัจจุบัน
รูปปั้นพญาเต่างอย และผองเต่าบริวาร
.
และสุดท้ายไปจบที่ “คูสุด” แหล่งท่องเที่ยวริมหนองหาร
เป็นสวนสาธารณะ ยาวลงไปในหนองหาร
ตอนเช้าและตอนเย็นจะเป็นที่ออกกำลังกาย และปิ๊กนิค ของคนในจังหวัด
ถ้าอากาศเย็นน่าจะดี แต่วันที่ป้าไปร้อนมาก
ที่ชื่อคูสุดเพราะอยู่สุดคูเมืองแต่โบราณของจังหวัดสกลนคร
ป้าไปถึงตอนเย็นๆ วิวสวยน่าเดินเล่น
รถเข้าไปได้ถึงด้านในสุด มีวงเวียนรูปปั้น "กระรอกด่อน" หรือกระรอกเผือก
ตามตำนานผาแดงนางไอ่ ซึ่งเป็นตำนานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด
.
เรื่องมีอยู่ว่า
พญาภังคี (พญานาค) ได้ปลอมตัวเป็นกระรอกขาว
ขึ้นมาชมความงามของนางไอ่คำ หรือ "นางไอ่"
แล้วถูกชาวเมืองจับไปกิน โดยแบ่งเนื้อกินกันทั้งเมือง
เพราะเชื่อว่าเป็นศิริมงคล
พอพ่อของพญาภังคีรู้เรื่อง โกรธมาก
ยกทัพขึ้นมาทำลายบ้านเมือง จนเกิดเป็น
หนองหาร จังหวัดสกลนคร หนองหาน จังหวัดอุดรธานี และบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด
เกร็ดความรู้เล็กๆ
หนองหาร สกลนคร สะกดด้วย "ร"
แต่หนองหาน อุดรธานี สะกดด้วย "น"
ป้าก็เพิ่งรู้นี่แหละ
.
ค่ำแล้ว ป้าก็กลับไปเล่นแมวที่บ้านสวนต่อ
ที่บ้านทำกับข้าวไว้รอ
แมวที่ไม่ซ้ำกับ EP1
อ่านตอนต่อๆ ไปได้จาก Link
EP1 : นึกอยากไปก็ไปกันง่ายๆ เลย : https://pantip.com/topic/44273861
EP2 : เที่ยวในเมือง : https://pantip.com/topic/44274685
ติดตามสาระอื่นๆ ได้จากเพจ หลากหลาย by Artima : https://www.facebook.com/profile.php?id=100064724916964