💴​ คนจีนแห่ตั้งแผงลอยขายของ 62% ชี้ขาดทุน เพราะสินค้าซ้ำกัน-ต้นทุนสูง​

คนจีนแห่ตั้งแผงลอยขายของ 62% ชี้ขาดทุน เพราะสินค้าซ้ำกัน-ต้นทุนสูง
.
ในจีนตอนนี้ มีคนออกมาตั้งแผงขายของริมทางกว่า 4.2 ล้านคน แต่ในจำนวนนี้มีมากถึง 62% ที่ประสบปัญหาขาดทุน สวนทางกับภาพในคลิปสั้นบนโลกออนไลน์ของบางร้านที่อวดว่าตั้งแผงขายของได้เงินวันละ 3,000 หยวน (ราว 15,000 บาท)  เบื้องหลังรายได้หลักแสนของคนบางกลุ่ม อาจไม่ได้มาจากการขายของหน้าร้าน แต่มาจากการเปิดคอร์สสอนค้าขายให้คนที่อยากทำตามความสำเร็จในคลิป จนมีแต่คนแห่ออกมาขาย
.
สามีภรรยาคู่หนึ่งในเมืองเหิงสุ่ย มณฑลเหอเป่ย เป็นตัวอย่างของคนที่หลงเชื่อกระแสนี้ เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2025 ทั้งคู่เห็นคลิปสอนขายอาหารพะโล้หม้อใหญ่ที่กำลังได้รับความนิยม จึงเดินทางไปเรียนต่างมณฑลและจ่ายค่าเรียน 2,980 หยวน (ราว 14,900 บาท)
.
หลังเรียนเพียง 3 วัน ทั้งคู่กลับมาซื้อรถสามล้อ หม้อพะโล้ และวัตถุดิบ เพื่อเปิดแผงขายริมถนน แต่หลังขายไปกว่า 20 วัน กลับมียอดขายเฉลี่ยเพียงวันละ 50-60 หยวน (ราว 250-300 บาท) แม้วันที่ขายดีที่สุดจะทำยอดได้กว่า 300 หยวน (ราว 1,500 บาท) แต่เมื่อหักต้นทุนและวัตถุดิบที่เสียหายแล้วก็ยังขาดทุน ที่สำคัญ ผู้เรียนคอร์สเดียวกันในเมืองยังเปิดร้านขายอาหารที่มีทั้งเมนู รูปแบบแผง และการจัดจานคล้ายกันแทบทั้งหมด
.
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ฝีมือของพ่อค้าแม่ค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากการที่ร้านค้าขายสินค้าซ้ำกันมากกว่า 95% ไม่ว่าจะเป็น “เข่าเหลิ่งเมี่ยน” หรือโรตีสไตล์จีน ชามะนาว หรือต้มพะโล้ ทำให้เดินตลาดกลางคืนไปทางไหนก็เจอเมนูคล้ายกัน เมื่อผู้ค้าจำนวนมากเข้ามาแย่งลูกค้าในตลาดเดียวกัน แต่จำนวนลูกค้าไม่ได้เพิ่มตาม จำนวนยอดขายที่แต่ละร้านได้รับจึงลดลง หลายร้านต้องลดราคาแข่งกันจนแทบไม่เหลือกำไร
.
นอกจากการแข่งขันที่สูงแล้ว ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอีกปัญหาสำคัญ ในอดีต การขายของริมถนนมีข้อได้เปรียบตรงที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ เพียงนำรถเข็นไปตั้งตามมุมถนนก็เริ่มขายได้ โดยมีต้นทุนหลักเป็นค่าวัตถุดิบ แต่ปัจจุบันแผงลอยริมถนนในเขตเมืองหลายแห่งถูกแทนที่ด้วยตลาดกลางคืนที่มีการจัดระเบียบและบริหารพื้นที่อย่างเป็นระบบ ผู้ค้าจึงต้องจ่ายค่าใช้จ่ายประจำวันหลายร้อยหยวน แม้ยังขายสินค้าไม่ได้เลยก็ตาม
.
ยอดขายสูงไม่ได้หมายความว่าจะมีกำไรสูงตามไปด้วย โดยทั่วไปร้านอาหารว่างริมทางในจีนมีกำไรสุทธิประมาณ 30-40% และมียอดขายวันละ 100-800 หยวน (ราว 500-4,000 บาท) และเมื่อหักค่าวัตถุดิบ ค่าเช่าแผง ค่าบรรจุภัณฑ์ และความเสียหายของวัตถุดิบสดแล้ว กำไรที่เหลืออาจไม่มากอย่างที่คิด โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่วัตถุดิบสดอาจเสียหายถึง 25-40% ขณะที่ฝนตกหนักเพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้ต้องทิ้งวัตถุดิบที่เตรียมไว้ทั้งวัน จนกำไรที่สะสมมาหลายวันหายไปในพริบตา
.
ข้อมูลยังระบุว่า พ่อค้าแม่ค้ากว่า 62% ขาดทุนหรือมีรายได้เท่าทุนตลอดทั้งปี ขณะที่ 69% มีรายได้สุทธิต่อเดือนต่ำกว่า 3,000 หยวน (ราว 15,000 บาท) และมีเพียง 6.54% ที่มีรายได้เกิน 10,000 หยวน (ราว 50,000 บาท) ต่อเดือนอย่างสม่ำเสมอ ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างภาพความสำเร็จในคลิปสั้นกับรายได้จริงหลังหักต้นทุน
.
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการขายของริมถนนจะไม่มีโอกาสทำกำไรเสมอไป หญิงสาวชาวจีนเจน Z ในเมืองเจิ้งโจวรายหนึ่ง ขายไก่คลุกซอสสไตล์เสฉวน โดยคิดค้นรสชาติถึง 8 แบบ พร้อมเพิ่มเมนูกล่องสุ่ม สร้างความแตกต่างจากร้านทั่วไป จนมีรายได้เกิน 10,000 หยวนต่อเดือนอย่างสม่ำเสมอ
.
ส่วนอดีตโปรแกรมเมอร์อีกรายผันตัวมาขายเบอร์เกอร์ไข่และเนื้อ ราคาเพียงชิ้นละ 5 หยวน โดยเลือกใช้ไข่จาก Sam’s Club และน้ำมันถั่วลิสงจากห้าง Pangdonglai เน้นขายจำนวนมากแม้กำไรต่อชิ้นไม่สูง ปัจจุบันมีพนักงานช่วยงานและทำรายได้ถึง 50,000 หยวน (ราว 2.5 แสนบาท) ต่อเดือน
.
สิ่งที่คนเหล่านี้มีเหมือนกันไม่ใช่การเรียนคอร์สสอนขายของ แต่เป็นการสร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์ หรือเลือกทำเลที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยค่าเรียนเพียงอย่างเดียว ดังนั้นก่อนลงทุนทำร้านต้องศึกษาและวางแผนให้ดี เพราะนอกจากจะไม่ทำกำไรแล้วยังอาจจะเหนื่อยฟรีด้วย
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#เศรษฐกิจจีน #ค้าขาย
.
https://www.facebook.com/share/p/19eCBvTwTW/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่