
อย่าหาว่าผมบ้านะครับ แต่ผมมีไอเดียแบบนั้นจริงๆ ใครที่เป็นเจ้าสัวหรือคนรวยมาอ่านกระทู้นี้ ถ้าตื่นรู้ทันกว่าคนรวยคนอื่นเอาไอเดียไปทำได้เลยนะครับ คือผมบริจาคไอเดียฟรีครับ หรือเผื่อเพื่อนๆด้วยครับ ตื่นรู้เตรียมพร้อม เราไม่อาจรู้ได้ว่ามันจะเกิด มหาวิบัติภัยธรรมชาติ หรือสงครามโลก ครั้งที่ 3 หรือไม่ เราไม่รู้ได้ แต่เตรียมตัวไว้เพื่อไว้ก็ดีครับ เหมือนในหนังเรื่อง Take Shelter ที่พระเอกมีลางสังหร ซื้อตู้คอนเทนเนอร์จะมาสร้างเป็นห้องใต้ดินหลุมหลบภัยแต่ชาวบ้านก็หาว่าบ้า เมียก็หาว่าบ้า จากที่จะทำแต่ก็ไม่ทำ สุดท้าย ตอนจบ มหาภัยธรรมชาติเกิดจริงตามลางสังหรณ์
คือถ้าผมมีงบ 100 ล้าน จะจ้างวิศวกรทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ครับ ในการวางระบบอินฟาโครงสร้างบังเกอร์ให้สามารถอยู่ได้ยาวนาน 10-20 ปี มีระบบสร้างอาหารหมุนเวียนในตัว และวิจัยผลิตอาหารเม็ด ที่สามารถกิน 1 เม็ด สามารถอิ่มได้ทั้งวัน
มีระบบผลิตน้ำใช้ในตัว และระบบที่สามารถนำของเหลวน้ำขี้หรือเยี่ยวมากลั่นกลับมาใช้ดื่มกินเป็นน้ำสะอาดได้
มีระบบปั่นไฟ และระบบปั่นไฟด้วยแรงคนปั่นจักรยาน เพื่อทดแรงตอนปั่นไม่ให้ใช้พลังงานคนเยอะ ใส่ตัวฟันเฟืองเข้าไปเยอะๆ เพื่อให้ทดแรงหลายเท่า เหมือนประหยัดพลังงานคน รวมถึงการสร้างพลังงานไฟฟ้าจากเห็ด ผมเคยเห็นข่าวแว่บๆ ว่าฝรั่งเค้าคิดค้นวิจัยอยู่น่าจะเอามาต่อยอดได้ เหมือนที่ผมบอกในกระทู้ที่แล้วครับ ชื่อกระทู้ "ทำไมฝรั่งตะวันตกถึงชอบคิดค้นทุ่มสุดตัวศึกษาจริงจังและสร้างสิ่งประดิษฐ์ ต่างจากคนเอเชียไม่ค่อยคิด" นั่นแหละก็ฝรั่งอีกนั่นแหละคิดค้นต้นฉบับ
จ้างนักวิทยาศาสตร์หลายแขนงมารวมตัวกัน และทำงานวิจัยสร้างวิธีเก็บถนอมอาหารที่สามารถเก็บได้นานถึง 5 ปี
และโครงสร้างบ้านสามารถป้องกันกัมตภาพรังสีเข้ามาได้ หลักๆ ก็อยู่ใต้ดินระดับความลึกสามารถทนทานแรงระเบิดนิวเคลียร์ได้ หลบลงลึกลงไป
และในตัวบ้านจะมีเหมือนรถยานยนต์สะเทินน้ำสะเทินบก สามารถดำน้ำได้ วิ่งบนบกได้ บินได้เหมือนเครื่องบินกางปีกล่อนได้ และสามารถขุดเจาะทะลวงดำดินไปโผล่บนพื้นดินได้ด้วยครับ ในกรณีสละที่มั่นบังเกอร์ฉุกเฉินเอาไม่อยู่
แต่ถ้าเหตุซ้ำรอยเหมือนตอนอุกาบาตชนโลกเหมือนเมื่อ 66 ล้านปีก่อน อันนี้ก็ตัวใครตัวมัน เพราะกว่าก๊าซพิษหลังอุกาบาตชนโลกจะจางหายจากชั้นบรรยากาศทั่วโลกหมดต้องใช้เวลานานถึงประมาณ 1 แสนปี ใครมันจะไปรอไหวใช่ไหมครับ
หรืออย่างที่นักวิทยาศาสตร์เค้าจำลองโมเดลอายุขัยพระอาทิตย์ เค้าบอกว่ายิ่งพระอาทิตย์อายุมากขึ้น มันจะแผ่รังสิความร้อนมายังโลกมากขึ้น แต่ก็น่าจะใช้เวลาหลายล้านปีอยู่ มลพิษที่มนุษย์สร้างทำให้โลกร้อนเด็กๆ ไปเลย เพราะความร้อนดวงอาทิตย์นี่หนักเลยเพราะโลกร้อนสูงจะทำให้พีชบนโลกเริ่มล้มตายสุดท้ายไม่มีพีชบนโลกจะไม่มีออกซิเจน และกลับไปสู่ยุคเริ่มแรกดึกดำบรรพ์ของโลก คือมีแต่พวกแบคทีเรียที่อยู่ได้ในอุณภูมิที่สูงขึ้น อันนี้ไม่ได้โชว์ภูมิอวดรู้นะครับ อันนี้มีข่าวอยู่ครับเรื่องนักวิทยาศาสตร์ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จำลองโมเดลกว่าแสนๆครั้ง ลองไปหาดูได้ไม่ยากครับ
ว่าแต่ที่ผมพล่ามมาทั้งหมด งบ 100 ล้านบาทนี่ไม่รู้ว่าจะพอรึเปล่าก็ไม่รู้นะครับ อาจจะลดสเปคหน่อย
เพื่อนๆมีมุมมองอย่างไร?
ปล.ผมไม่ได้บ้านะครับ
ถ้ามีงบสร้างบ้าน 100 ล้านบาท เอาจริงๆ นะครับ ผมจะไม่สร้างหรูอวดบารมีความสำเร็จ ผมจะออกแบบเผื่อเป็นบังเกอร์ไว้วันสิ้นโลก
อย่าหาว่าผมบ้านะครับ แต่ผมมีไอเดียแบบนั้นจริงๆ ใครที่เป็นเจ้าสัวหรือคนรวยมาอ่านกระทู้นี้ ถ้าตื่นรู้ทันกว่าคนรวยคนอื่นเอาไอเดียไปทำได้เลยนะครับ คือผมบริจาคไอเดียฟรีครับ หรือเผื่อเพื่อนๆด้วยครับ ตื่นรู้เตรียมพร้อม เราไม่อาจรู้ได้ว่ามันจะเกิด มหาวิบัติภัยธรรมชาติ หรือสงครามโลก ครั้งที่ 3 หรือไม่ เราไม่รู้ได้ แต่เตรียมตัวไว้เพื่อไว้ก็ดีครับ เหมือนในหนังเรื่อง Take Shelter ที่พระเอกมีลางสังหร ซื้อตู้คอนเทนเนอร์จะมาสร้างเป็นห้องใต้ดินหลุมหลบภัยแต่ชาวบ้านก็หาว่าบ้า เมียก็หาว่าบ้า จากที่จะทำแต่ก็ไม่ทำ สุดท้าย ตอนจบ มหาภัยธรรมชาติเกิดจริงตามลางสังหรณ์
คือถ้าผมมีงบ 100 ล้าน จะจ้างวิศวกรทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ครับ ในการวางระบบอินฟาโครงสร้างบังเกอร์ให้สามารถอยู่ได้ยาวนาน 10-20 ปี มีระบบสร้างอาหารหมุนเวียนในตัว และวิจัยผลิตอาหารเม็ด ที่สามารถกิน 1 เม็ด สามารถอิ่มได้ทั้งวัน
มีระบบผลิตน้ำใช้ในตัว และระบบที่สามารถนำของเหลวน้ำขี้หรือเยี่ยวมากลั่นกลับมาใช้ดื่มกินเป็นน้ำสะอาดได้
มีระบบปั่นไฟ และระบบปั่นไฟด้วยแรงคนปั่นจักรยาน เพื่อทดแรงตอนปั่นไม่ให้ใช้พลังงานคนเยอะ ใส่ตัวฟันเฟืองเข้าไปเยอะๆ เพื่อให้ทดแรงหลายเท่า เหมือนประหยัดพลังงานคน รวมถึงการสร้างพลังงานไฟฟ้าจากเห็ด ผมเคยเห็นข่าวแว่บๆ ว่าฝรั่งเค้าคิดค้นวิจัยอยู่น่าจะเอามาต่อยอดได้ เหมือนที่ผมบอกในกระทู้ที่แล้วครับ ชื่อกระทู้ "ทำไมฝรั่งตะวันตกถึงชอบคิดค้นทุ่มสุดตัวศึกษาจริงจังและสร้างสิ่งประดิษฐ์ ต่างจากคนเอเชียไม่ค่อยคิด" นั่นแหละก็ฝรั่งอีกนั่นแหละคิดค้นต้นฉบับ
จ้างนักวิทยาศาสตร์หลายแขนงมารวมตัวกัน และทำงานวิจัยสร้างวิธีเก็บถนอมอาหารที่สามารถเก็บได้นานถึง 5 ปี
และโครงสร้างบ้านสามารถป้องกันกัมตภาพรังสีเข้ามาได้ หลักๆ ก็อยู่ใต้ดินระดับความลึกสามารถทนทานแรงระเบิดนิวเคลียร์ได้ หลบลงลึกลงไป
และในตัวบ้านจะมีเหมือนรถยานยนต์สะเทินน้ำสะเทินบก สามารถดำน้ำได้ วิ่งบนบกได้ บินได้เหมือนเครื่องบินกางปีกล่อนได้ และสามารถขุดเจาะทะลวงดำดินไปโผล่บนพื้นดินได้ด้วยครับ ในกรณีสละที่มั่นบังเกอร์ฉุกเฉินเอาไม่อยู่
แต่ถ้าเหตุซ้ำรอยเหมือนตอนอุกาบาตชนโลกเหมือนเมื่อ 66 ล้านปีก่อน อันนี้ก็ตัวใครตัวมัน เพราะกว่าก๊าซพิษหลังอุกาบาตชนโลกจะจางหายจากชั้นบรรยากาศทั่วโลกหมดต้องใช้เวลานานถึงประมาณ 1 แสนปี ใครมันจะไปรอไหวใช่ไหมครับ
หรืออย่างที่นักวิทยาศาสตร์เค้าจำลองโมเดลอายุขัยพระอาทิตย์ เค้าบอกว่ายิ่งพระอาทิตย์อายุมากขึ้น มันจะแผ่รังสิความร้อนมายังโลกมากขึ้น แต่ก็น่าจะใช้เวลาหลายล้านปีอยู่ มลพิษที่มนุษย์สร้างทำให้โลกร้อนเด็กๆ ไปเลย เพราะความร้อนดวงอาทิตย์นี่หนักเลยเพราะโลกร้อนสูงจะทำให้พีชบนโลกเริ่มล้มตายสุดท้ายไม่มีพีชบนโลกจะไม่มีออกซิเจน และกลับไปสู่ยุคเริ่มแรกดึกดำบรรพ์ของโลก คือมีแต่พวกแบคทีเรียที่อยู่ได้ในอุณภูมิที่สูงขึ้น อันนี้ไม่ได้โชว์ภูมิอวดรู้นะครับ อันนี้มีข่าวอยู่ครับเรื่องนักวิทยาศาสตร์ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จำลองโมเดลกว่าแสนๆครั้ง ลองไปหาดูได้ไม่ยากครับ
ว่าแต่ที่ผมพล่ามมาทั้งหมด งบ 100 ล้านบาทนี่ไม่รู้ว่าจะพอรึเปล่าก็ไม่รู้นะครับ อาจจะลดสเปคหน่อย
เพื่อนๆมีมุมมองอย่างไร?
ปล.ผมไม่ได้บ้านะครับ