ข่าวจากโซเชี่ยลที่ออกมาเกลื่อนพร้อมกับการตีไข่ใส่ข่าวบอกว่า
ที่มีหลายประเทศในยุโรปให้ประชาชนตุนสะเบียงอาหารน้ำดื่มและสิ่งสำคัญในการดำรงชีพถ้าเกิดเหตุการณ์แผ่นดินใหว
หรือสงคราม ภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ทุกอย่างอยุดชงักหาซื้อไม่ได้
เราอยากจะให้ทุกคนอ่านข่าวอย่างมีสติอย่าไปเชื่อข่าวที่แชร์กันไปทั่วเต็มไปหมด
เปิดหูเปิดตาว่าเราอยู่ประเทศใหนมีภัยพิบัติมีสงครามหรือไม่
เราอยู่อย่างอดอยากในเรื่องอาหารการกินที่แพงและหาซื้อยากหรือไม่
รอฟังข่าวแจ้งจากทางการเท่านั้นเช่ช่วงเวลาโควิดห้ามเดินทางข้ามจังหวัดอะไรแบบนั้น
การตุนสเบียงอาหารของชาวสวิสเขาก็ตุนกันมานานนมแม้จะไม่มีสงครามหรือภัยพิบัติ
มุมอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง: ปลากระป๋อง พาสต้า ข้าวสาร นม UHT และน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งรัฐบาลสวิสจะรณรงค์ให้ทุกบ้านมี "เสบียงฉุกเฉิน" (Notvorrat) สำหรับกินได้อย่างน้อย 1 สัปดาห์เก็บไว้เสมอ
ยิ่งคนแก่ที่เคยผ่านสงครามมาเขาก็ยิ่งตุนใว้ไม่ลืม
จนกลายเป็นสะสมอาหารเกินความจำเป็นจนหมดอายุหลาย ๆ อย่างก็ไม่ทิ้งเช่นคุณย่าของลูก ๆ เรา
พวกเราจะได้รับชอ็คโกแล็ตที่หมดอายุเป็นปีซึ่งพ่อของลูกจะบอกว่าเมื่อย่าเอาขนมหวานมาให้จะต้องตรวจเช็ควันที่หมดอายุก่อนกินหรือทิ้งไปให้หมด
พ่อของลูกจะทิ้งอาหารแทบจะทุกอย่างที่คุณย่าเอามาให้ทันทีถ้าเขาทำได้
เพราะเขามีความทรงจำที่ไม่ดีเรื่องอาหารหมดอายุในการตุนสเบียงของแม่ของเขาหรือคุณย่าของหลาน ๆ
เพราะขนมหวานเช่นชอ็คโกแล็ตไม่ต้องหมดอายุแค่เก็บไม่ดี
มันก็ไม่น่ากินเก็บในตู้เย็นที่มีกลิ่นหอมกลิ่นกระเทียมเครื่องเทศมันก็จะดูเอากลิ่นเข้าไปที่ชอ็คโกแล็ต
ในสวิตเซอร์แลนด์ คำว่า "ห้องใต้ดิน" มีความหมายพิเศษอย่างยิ่ง ซึ่งมักจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในระดับโลกสำหรับผู้อยู่อาศัยในสวิตเซอร์แลนด์ ห้องใต้ดินมักเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่าหรือสัญญาซื้อขาย และใช้เป็นพื้นที่เก็บของในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องจากข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับที่หลบภัย ห้องใต้ดินจึงมักถูกดัดแปลงเป็นบังเกอร์ป้องกันภัยพลเรือน (ที่หลบภัยทางอากาศ) อย่างเต็มรูปแบบ
ประเทศนี้ยึดถือหลักการ
"ที่หลบภัยหนึ่งแห่งสำหรับประชากรหนึ่งคน"มานานหลายทศวรรษ ด้วยที่หลบภัยกว่า 370,000 แห่ง จึงหมายความว่าในทางทฤษฎีแล้วมีที่หลบภัยใต้ดินเพียงพอสำหรับประชากรทั้งหมด (ครอบคลุมมากกว่า 100%)
✦ปรากฏการณ์ของ "ที่หลบภัยทางอากาศ"
หากคุณเช่าอพาร์ตเมนต์หรือเป็นเจ้าของบ้านในสวิตเซอร์แลนด์ มีความเป็นไปได้สูงที่ห้องเก็บของใต้ดินของคุณจะมีผนังคอนกรีตขนาดใหญ่หนา ประตูเหล็กแข็งแรง และพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่
✦การใช้งานในชีวิตประจำวัน:ในชีวิตประจำวันปกติ ผู้พักอาศัยใช้ห้องเหล่านี้ได้อย่างสะดวกสบาย เช่น เป็นห้องเก็บไวน์ ห้องทำงาน หรือห้องเก็บของทั่วไป นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นห้องออกกำลังกายส่วนตัวหรือห้องจัดปาร์ตี้ได้อีกด้วย
ในกรณีฉุกเฉิน:หากสภาแห่งสหพันธรัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จะมีกำหนดเวลาตามกฎหมายบังคับใช้ ประชาชนต้องอพยพออกจากที่หลบภัยทางอากาศส่วนตัวทั้งหมดและทำให้ที่หลบภัยเหล่านั้นใช้งานได้
ภายใน 5 วัน
อุปกรณ์:ห้องใต้ดินป้องกันภัยพลเรือนของสวิตเซอร์แลนด์แท้ๆ จะมาพร้อมกับเตียงฉุกเฉิน (เปล) ห้องสุขาแบบแห้ง และระบบระบายอากาศพร้อมตัวกรองก๊าซ ซึ่งสามารถใช้งานได้ด้วยมือหมุนในกรณีไฟฟ้าดับ
✦กฎระเบียบทางกฎหมาย (ข้อบังคับในการใช้ที่พักพิง)
ข้อกำหนดในการสร้างห้องใต้ดินเหล่านี้ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด:
ข้อกำหนดด้านการก่อสร้าง:ผู้ใดก็ตามที่ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน (โดยปกติจะมี 38 ห้องขึ้นไป) จะต้องรวมห้องหลบภัยไว้ในแบบแปลนของตนด้วย
✦ค่าธรรมเนียมทดแทน:ตั้งแต่ปี 2012
กฎหมายเรื่องนี้ของสวิตเซอร์แลนด์ (เรียกว่า Schutzraumpflicht หรือหน้าที่ในการจัดให้มีห้องหลบภัย)
มีการปรับปรุงในปี ค.ศ. 2012 เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย
✦หากคุณสร้างบ้านส่วนตัว (Einfamilienhaus) 💒
ไม่บังคับให้ต้องสร้างห้องใต้ดิน/ห้องหลบภัยแล้ว: หากเป็นการสร้างบ้านเดี่ยวสำหรับครอบครัวเดียว หรืออาคารขนาดเล็กที่มีจำนวนห้องนอน (Zimmer) รวมกัน
ไม่ถึง 38 ห้อง คุณไม่จำเป็นต้องสร้างห้องหลบภัยใต้ดินครับ
แต่ต้องจ่าย "เงินชดเชย" (Ersatzabgabe): เจ้าของบ้านที่ไม่สร้างห้องหลบภัยจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่รัฐ (ประมาณ 400 - 800 ฟรังก์สวิส ต่อหนึ่งที่นั่งหลบภัย) เพื่อให้รัฐนำเงินส่วนนี้นำไปใช้สร้างและบำรุงรักษา "บังเกอร์สาธารณะ" ของชุมชนแทน โดยรัฐจะจัดสรรที่นั่งในบังเกอร์สาธารณะ (เช่น ใต้โรงเรียน หรือลานจอดรถของเมือง) ให้แก่คุณและครอบครัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
✦การคำนวณจำนวนเงิน: จำนวนเงินรวมไม่ได้สิ้นสุดที่ 400–800 ฟรังก์สวิสเป๊ะๆ แต่เป็น
ราคาต่อหนึ่งที่นั่งหลบภัย (pro Schutzplatz) โดยทั่วไปจำนวนที่นั่งจะคำนวณตามขนาดและจำนวนห้องของบ้าน (เช่น บ้านเดี่ยวสำหรับครอบครัวอาจถูกประเมินว่าต้องมี 2-4 ที่นั่งหลบภัย) ดังนั้น ยอดรวมทั้งหมดที่ต้องจ่ายจริงมักจะอยู่ที่ประมาณ
1,500 ถึง 3,000 ฟรังก์สวิส ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละเทศบาล (Gemeinde)
✦หากคุณสร้างอาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ / อาคารบ้านเช่า (Mehrfamilienhaus) 🏢
ยังคงบังคับให้ต้องสร้าง: หากอาคารบ้านเช่าหรืออพาร์ตเมนต์ที่คุณสร้างมีขนาดใหญ่ มีจำนวนห้องนอน
ตั้งแต่ 38 ห้องขึ้นไป กฎหมายบังคับว่า
ต้องสร้างห้องหลบภัยใต้ดินไว้ในอาคาร เพื่อรองรับผู้เช่าหรือผู้อยู่อาศัยทั้งหมดในตึกนั้นๆ
การจัดสรร:ในกรณีเกิดวิกฤต ผู้ที่ไม่มีที่หลบภัยส่วนตัวในชั้นใต้ดินจะได้รับการจัดสรรสถานที่ในที่พักพิงสาธารณะใกล้เคียงโดยเทศบาล แผนการจัดสรรที่แน่นอนจะได้รับการปรับปรุงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่โดยปกติแล้วจะมีการแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการก็ต่อเมื่อสถานการณ์ด้านความปลอดภัยเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน
รัฐบาลกลางได้ริเริ่มกลยุทธ์ในการทยอยยกเลิกที่พักพิงส่วนตัวขนาดเล็กมาก (น้อยกว่า 7 แห่ง) ในบ้านเดี่ยวเก่า เนื่องจากเหตุผลก็คือ การบำรุงรักษาระบบระบายอากาศซึ่งมีอายุมากกว่า 40 ปีนั้น ไม่สามารถทำได้ทั้งในทางเทคนิคและทางเศรษฐกิจสำหรับบุคคลทั่วไป ในกรณีเช่นนี้ ในอนาคต ประชาชนจะได้รับการจัดสรรที่พักพิงรวมขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เพิ่มเติมสำหรับผู้เช่าและเจ้าของบ้าน
การใช้งานในเวลาปกติ: แม้ตึกจะมีห้องใต้ดินที่เป็นบังเกอร์ แต่ในเวลาปกติเจ้าของตึกจะซอยพื้นที่แบ่งเป็นล็อกๆ ให้ผู้เช่าใช้เป็น
"ห้องเก็บของส่วนตัว" (Kellerabteil) ได้ตามปกติ
ข้อยกเว้นของแต่ละท้องถิ่น: ในบางภูมิภาคหรือบางชุมชนที่มีจำนวนบังเกอร์สาธารณะหนาแน่นและเพียงพอต่อจำนวนประชากรอยู่แล้ว (มีสัดส่วนเกิน 100%) ทางการท้องถิ่นอาจยกเว้นไม่บังคับให้ตึกใหญ่สร้างบังเกอร์เพิ่ม แต่ให้จ่ายเงินชดเชยแทนได้เช่นกัน
✦ประตูห้องใต้ดิน
ประตูบังเกอร์ซิวิลสวิส (Panzertür) ที่เห็นหนาๆ และดูหนักมากนั้น
โครงภายนอกและขอบจะเป็นเหล็กกล้า (Steel Frame) แต่ไส้ในตรงกลางจะถูกเทด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete) หนาประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมการป้องกันภัยระดับทหารที่นำมาใช้ในบ้านเรือนทั่วไปอย่างแพร่หลาย
เหตุผลที่ต้องใช้โครงสร้างผสมผสานระหว่างเหล็กและปูน มีดังนี้:
เหล็กกล้าภายนอก: มีไว้เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักยึดติดกับตัวล็อกและบานพับขนาดมหึมา รวมถึงช่วยป้องกันแรงอัดจากระเบิด (Blast-proof) และป้องกันไม่ให้แก๊สพิษหรือรังสีรั่วซึมเข้ามาตามขอบประตู
คอนกรีตหนาด้านใน: บานประตูจะถูกออกแบบมาเป็นช่องว่างคล้ายกล่องเหล็ก จากนั้นช่างจะเทคอนกรีตหนาเข้าไปจนเต็ม ปูนคอนกรีตนี้มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในการบล็อกรังสีนิวเคลียร์ (Radiation Shielding) และทนต่อความร้อนสูงจากเปลวเพลิงภายนอกได้ดีกว่าเหล็กล้วนๆ
ด้วยโครงสร้างผสมนี้ ทำให้ประตูหนึ่งบานมีน้ำหนักมหาศาล (ส่วนใหญ่หนักตั้งแต่
300 ถึง 500 กิโลกรัมขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาด) แต่ระบบบานพับของสวิตเซอร์แลนด์ถูกออกแบบมาอย่างแม่นยำมาก ทำให้เวลาใช้งานในชีวิตประจำวัน แม้ประตูจะหนักมาก แต่คนธรรมดาหรือแม้กระทั่งเด็กก็สามารถออกแรงผลักเปิด-ปิดได้อย่างราบรื่น
✦1. โครงสร้างและบรรยากาศ (เย็น ชื้น มืด)
ผนังและพื้น: มักเป็นปูนเปลือย หินธรรมชาติ หรืออิฐบล็อกสี่เหลี่ยม บางบ้านในชนบทยังคงพื้นดินหรือพื้นหินเอาไว้เพื่อให้ความชื้นจากธรรมชาติระเหยขึ้นมา ซึ่งช่วยรักษาความสดของผักผลไม้ได้ยาวนาน
อุณหภูมิ: ห้องนี้จะไม่มีการติดฮีตเตอร์ (เครื่องทำความร้อน) อุณหภูมิจะถูกควบคุมให้อยู่ที่ประมาณ
5–12 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปี ซึ่งเปรียบเสมือนตู้เย็นธรรมชาติขนาดใหญ่
✦2. การจัดวางและตู้เก็บอาหาร (ระเบียบจัดเต็ม)
ชาวสวิสขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบ ภายในห้องเก็บอาหารใต้ดินจึงมักประกอบด้วย:
ชั้นวางไม้หรือเหล็กสูงจรดเพดาน: วางเรียงรายเต็มผนัง ทุกอย่างจะถูกแยกหมวดหมู่อย่างชัดเจน
กล่องไม้สำรอง (Holzkisten): มักวางไว้ที่พื้นชั้นล่างสุด สำหรับใส่ผักหัวที่เก็บได้นาน เช่น มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และแครอท โดยมักจะปูทรายหยาบพ่นน้ำหมาดๆ ทับไว้เพื่อล็อกความสด
ขวดโหลแก้วดอง (Einmachgläser): วางเรียงเป็นตับบนชั้น เมนูยอดฮิตคือ แตงกวาดอง แยมผลไม้ทำเอง ซอส มะเขือเทศเข้มข้น และผลไม้เชื่อมเคี่ยวตาล ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการถนอมอาหารตุนไว้ใช้ในฤดูหนาว
มุมอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง: ปลากระป๋อง พาสต้า ข้าวสาร นม UHT และน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งรัฐบาลสวิสจะรณรงค์ให้ทุกบ้านมี "เสบียงฉุกเฉิน" (Notvorrat) สำหรับกินได้อย่างน้อย 1 สัปดาห์เก็บไว้เสมอ
✦3. มุมไวน์และชีส 🧀🍷
ในหลายๆ บ้าน ห้องนี้ไม่ได้มีไว้เก็บแค่เสบียงกรังทั่วไป แต่ยังมีมุมเฉพาะสำหรับ:
ชั้นวางไวน์: เพราะอุณหภูมิใต้ดินคงที่และมืดสนิท จึงเป็นที่บ่มไวน์ชั้นยอด
ชั้นบ่มชีส (ในบ้านสวนหรือฟาร์ม): ชีสก้อนกลมมหึมาจะถูกวางพักไว้บนแผ่นไม้กระดานหนาๆ เพื่อรอเวลาตัดแบ่งทาน
หากเป็นอพาร์ตเมนต์สมัยใหม่ในเมือง ห้องนี้จะถูกซอยแบ่งเป็นล็อกๆ ด้วยไม้ระแนงเรียกว่า
Kellerabteil แม้จะดูโมเดิร์นขึ้น แต่ชาวสวิสก็ยังคงซื้อชั้นวางของมาจัดเรียงตุนน้ำดื่ม อาหารกระป๋อง และเครื่องใช้ในบ้านให้เป็นระเบียบเป๊ะไม่ต่างกัน
★★ห้องใต้ดิน ห้องตุนเสบียงอาหาร ห้องหลบภัยของชาว Switzerland★★
ข่าวจากโซเชี่ยลที่ออกมาเกลื่อนพร้อมกับการตีไข่ใส่ข่าวบอกว่า
ที่มีหลายประเทศในยุโรปให้ประชาชนตุนสะเบียงอาหารน้ำดื่มและสิ่งสำคัญในการดำรงชีพถ้าเกิดเหตุการณ์แผ่นดินใหว
หรือสงคราม ภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ทุกอย่างอยุดชงักหาซื้อไม่ได้
เราอยากจะให้ทุกคนอ่านข่าวอย่างมีสติอย่าไปเชื่อข่าวที่แชร์กันไปทั่วเต็มไปหมด
เปิดหูเปิดตาว่าเราอยู่ประเทศใหนมีภัยพิบัติมีสงครามหรือไม่
เราอยู่อย่างอดอยากในเรื่องอาหารการกินที่แพงและหาซื้อยากหรือไม่
รอฟังข่าวแจ้งจากทางการเท่านั้นเช่ช่วงเวลาโควิดห้ามเดินทางข้ามจังหวัดอะไรแบบนั้น
การตุนสเบียงอาหารของชาวสวิสเขาก็ตุนกันมานานนมแม้จะไม่มีสงครามหรือภัยพิบัติ
มุมอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง: ปลากระป๋อง พาสต้า ข้าวสาร นม UHT และน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งรัฐบาลสวิสจะรณรงค์ให้ทุกบ้านมี "เสบียงฉุกเฉิน" (Notvorrat) สำหรับกินได้อย่างน้อย 1 สัปดาห์เก็บไว้เสมอ
ยิ่งคนแก่ที่เคยผ่านสงครามมาเขาก็ยิ่งตุนใว้ไม่ลืม
จนกลายเป็นสะสมอาหารเกินความจำเป็นจนหมดอายุหลาย ๆ อย่างก็ไม่ทิ้งเช่นคุณย่าของลูก ๆ เรา
พวกเราจะได้รับชอ็คโกแล็ตที่หมดอายุเป็นปีซึ่งพ่อของลูกจะบอกว่าเมื่อย่าเอาขนมหวานมาให้จะต้องตรวจเช็ควันที่หมดอายุก่อนกินหรือทิ้งไปให้หมด
พ่อของลูกจะทิ้งอาหารแทบจะทุกอย่างที่คุณย่าเอามาให้ทันทีถ้าเขาทำได้
เพราะเขามีความทรงจำที่ไม่ดีเรื่องอาหารหมดอายุในการตุนสเบียงของแม่ของเขาหรือคุณย่าของหลาน ๆ
เพราะขนมหวานเช่นชอ็คโกแล็ตไม่ต้องหมดอายุแค่เก็บไม่ดี
มันก็ไม่น่ากินเก็บในตู้เย็นที่มีกลิ่นหอมกลิ่นกระเทียมเครื่องเทศมันก็จะดูเอากลิ่นเข้าไปที่ชอ็คโกแล็ต
ในสวิตเซอร์แลนด์ คำว่า "ห้องใต้ดิน" มีความหมายพิเศษอย่างยิ่ง ซึ่งมักจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในระดับโลกสำหรับผู้อยู่อาศัยในสวิตเซอร์แลนด์ ห้องใต้ดินมักเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่าหรือสัญญาซื้อขาย และใช้เป็นพื้นที่เก็บของในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องจากข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับที่หลบภัย ห้องใต้ดินจึงมักถูกดัดแปลงเป็นบังเกอร์ป้องกันภัยพลเรือน (ที่หลบภัยทางอากาศ) อย่างเต็มรูปแบบ
ประเทศนี้ยึดถือหลักการ"ที่หลบภัยหนึ่งแห่งสำหรับประชากรหนึ่งคน"มานานหลายทศวรรษ ด้วยที่หลบภัยกว่า 370,000 แห่ง จึงหมายความว่าในทางทฤษฎีแล้วมีที่หลบภัยใต้ดินเพียงพอสำหรับประชากรทั้งหมด (ครอบคลุมมากกว่า 100%)
✦ปรากฏการณ์ของ "ที่หลบภัยทางอากาศ"
หากคุณเช่าอพาร์ตเมนต์หรือเป็นเจ้าของบ้านในสวิตเซอร์แลนด์ มีความเป็นไปได้สูงที่ห้องเก็บของใต้ดินของคุณจะมีผนังคอนกรีตขนาดใหญ่หนา ประตูเหล็กแข็งแรง และพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่
✦การใช้งานในชีวิตประจำวัน:ในชีวิตประจำวันปกติ ผู้พักอาศัยใช้ห้องเหล่านี้ได้อย่างสะดวกสบาย เช่น เป็นห้องเก็บไวน์ ห้องทำงาน หรือห้องเก็บของทั่วไป นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นห้องออกกำลังกายส่วนตัวหรือห้องจัดปาร์ตี้ได้อีกด้วย
ในกรณีฉุกเฉิน:หากสภาแห่งสหพันธรัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จะมีกำหนดเวลาตามกฎหมายบังคับใช้ ประชาชนต้องอพยพออกจากที่หลบภัยทางอากาศส่วนตัวทั้งหมดและทำให้ที่หลบภัยเหล่านั้นใช้งานได้ภายใน 5 วัน
อุปกรณ์:ห้องใต้ดินป้องกันภัยพลเรือนของสวิตเซอร์แลนด์แท้ๆ จะมาพร้อมกับเตียงฉุกเฉิน (เปล) ห้องสุขาแบบแห้ง และระบบระบายอากาศพร้อมตัวกรองก๊าซ ซึ่งสามารถใช้งานได้ด้วยมือหมุนในกรณีไฟฟ้าดับ
✦กฎระเบียบทางกฎหมาย (ข้อบังคับในการใช้ที่พักพิง)
ข้อกำหนดในการสร้างห้องใต้ดินเหล่านี้ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด:
ข้อกำหนดด้านการก่อสร้าง:ผู้ใดก็ตามที่ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน (โดยปกติจะมี 38 ห้องขึ้นไป) จะต้องรวมห้องหลบภัยไว้ในแบบแปลนของตนด้วย
✦ค่าธรรมเนียมทดแทน:ตั้งแต่ปี 2012
กฎหมายเรื่องนี้ของสวิตเซอร์แลนด์ (เรียกว่า Schutzraumpflicht หรือหน้าที่ในการจัดให้มีห้องหลบภัย)
มีการปรับปรุงในปี ค.ศ. 2012 เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย
✦หากคุณสร้างบ้านส่วนตัว (Einfamilienhaus) 💒
ไม่บังคับให้ต้องสร้างห้องใต้ดิน/ห้องหลบภัยแล้ว: หากเป็นการสร้างบ้านเดี่ยวสำหรับครอบครัวเดียว หรืออาคารขนาดเล็กที่มีจำนวนห้องนอน (Zimmer) รวมกันไม่ถึง 38 ห้อง คุณไม่จำเป็นต้องสร้างห้องหลบภัยใต้ดินครับ
แต่ต้องจ่าย "เงินชดเชย" (Ersatzabgabe): เจ้าของบ้านที่ไม่สร้างห้องหลบภัยจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่รัฐ (ประมาณ 400 - 800 ฟรังก์สวิส ต่อหนึ่งที่นั่งหลบภัย) เพื่อให้รัฐนำเงินส่วนนี้นำไปใช้สร้างและบำรุงรักษา "บังเกอร์สาธารณะ" ของชุมชนแทน โดยรัฐจะจัดสรรที่นั่งในบังเกอร์สาธารณะ (เช่น ใต้โรงเรียน หรือลานจอดรถของเมือง) ให้แก่คุณและครอบครัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
✦การคำนวณจำนวนเงิน: จำนวนเงินรวมไม่ได้สิ้นสุดที่ 400–800 ฟรังก์สวิสเป๊ะๆ แต่เป็น ราคาต่อหนึ่งที่นั่งหลบภัย (pro Schutzplatz) โดยทั่วไปจำนวนที่นั่งจะคำนวณตามขนาดและจำนวนห้องของบ้าน (เช่น บ้านเดี่ยวสำหรับครอบครัวอาจถูกประเมินว่าต้องมี 2-4 ที่นั่งหลบภัย) ดังนั้น ยอดรวมทั้งหมดที่ต้องจ่ายจริงมักจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 ถึง 3,000 ฟรังก์สวิส ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละเทศบาล (Gemeinde)
✦หากคุณสร้างอาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ / อาคารบ้านเช่า (Mehrfamilienhaus) 🏢
ยังคงบังคับให้ต้องสร้าง: หากอาคารบ้านเช่าหรืออพาร์ตเมนต์ที่คุณสร้างมีขนาดใหญ่ มีจำนวนห้องนอนตั้งแต่ 38 ห้องขึ้นไป กฎหมายบังคับว่าต้องสร้างห้องหลบภัยใต้ดินไว้ในอาคาร เพื่อรองรับผู้เช่าหรือผู้อยู่อาศัยทั้งหมดในตึกนั้นๆ
การจัดสรร:ในกรณีเกิดวิกฤต ผู้ที่ไม่มีที่หลบภัยส่วนตัวในชั้นใต้ดินจะได้รับการจัดสรรสถานที่ในที่พักพิงสาธารณะใกล้เคียงโดยเทศบาล แผนการจัดสรรที่แน่นอนจะได้รับการปรับปรุงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่โดยปกติแล้วจะมีการแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการก็ต่อเมื่อสถานการณ์ด้านความปลอดภัยเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน
รัฐบาลกลางได้ริเริ่มกลยุทธ์ในการทยอยยกเลิกที่พักพิงส่วนตัวขนาดเล็กมาก (น้อยกว่า 7 แห่ง) ในบ้านเดี่ยวเก่า เนื่องจากเหตุผลก็คือ การบำรุงรักษาระบบระบายอากาศซึ่งมีอายุมากกว่า 40 ปีนั้น ไม่สามารถทำได้ทั้งในทางเทคนิคและทางเศรษฐกิจสำหรับบุคคลทั่วไป ในกรณีเช่นนี้ ในอนาคต ประชาชนจะได้รับการจัดสรรที่พักพิงรวมขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เพิ่มเติมสำหรับผู้เช่าและเจ้าของบ้าน
การใช้งานในเวลาปกติ: แม้ตึกจะมีห้องใต้ดินที่เป็นบังเกอร์ แต่ในเวลาปกติเจ้าของตึกจะซอยพื้นที่แบ่งเป็นล็อกๆ ให้ผู้เช่าใช้เป็น "ห้องเก็บของส่วนตัว" (Kellerabteil) ได้ตามปกติ
ข้อยกเว้นของแต่ละท้องถิ่น: ในบางภูมิภาคหรือบางชุมชนที่มีจำนวนบังเกอร์สาธารณะหนาแน่นและเพียงพอต่อจำนวนประชากรอยู่แล้ว (มีสัดส่วนเกิน 100%) ทางการท้องถิ่นอาจยกเว้นไม่บังคับให้ตึกใหญ่สร้างบังเกอร์เพิ่ม แต่ให้จ่ายเงินชดเชยแทนได้เช่นกัน
✦ประตูห้องใต้ดิน
ประตูบังเกอร์ซิวิลสวิส (Panzertür) ที่เห็นหนาๆ และดูหนักมากนั้น โครงภายนอกและขอบจะเป็นเหล็กกล้า (Steel Frame) แต่ไส้ในตรงกลางจะถูกเทด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete) หนาประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมการป้องกันภัยระดับทหารที่นำมาใช้ในบ้านเรือนทั่วไปอย่างแพร่หลาย
เหตุผลที่ต้องใช้โครงสร้างผสมผสานระหว่างเหล็กและปูน มีดังนี้:
เหล็กกล้าภายนอก: มีไว้เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักยึดติดกับตัวล็อกและบานพับขนาดมหึมา รวมถึงช่วยป้องกันแรงอัดจากระเบิด (Blast-proof) และป้องกันไม่ให้แก๊สพิษหรือรังสีรั่วซึมเข้ามาตามขอบประตู
คอนกรีตหนาด้านใน: บานประตูจะถูกออกแบบมาเป็นช่องว่างคล้ายกล่องเหล็ก จากนั้นช่างจะเทคอนกรีตหนาเข้าไปจนเต็ม ปูนคอนกรีตนี้มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในการบล็อกรังสีนิวเคลียร์ (Radiation Shielding) และทนต่อความร้อนสูงจากเปลวเพลิงภายนอกได้ดีกว่าเหล็กล้วนๆ
ด้วยโครงสร้างผสมนี้ ทำให้ประตูหนึ่งบานมีน้ำหนักมหาศาล (ส่วนใหญ่หนักตั้งแต่ 300 ถึง 500 กิโลกรัมขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาด) แต่ระบบบานพับของสวิตเซอร์แลนด์ถูกออกแบบมาอย่างแม่นยำมาก ทำให้เวลาใช้งานในชีวิตประจำวัน แม้ประตูจะหนักมาก แต่คนธรรมดาหรือแม้กระทั่งเด็กก็สามารถออกแรงผลักเปิด-ปิดได้อย่างราบรื่น
✦1. โครงสร้างและบรรยากาศ (เย็น ชื้น มืด)
ผนังและพื้น: มักเป็นปูนเปลือย หินธรรมชาติ หรืออิฐบล็อกสี่เหลี่ยม บางบ้านในชนบทยังคงพื้นดินหรือพื้นหินเอาไว้เพื่อให้ความชื้นจากธรรมชาติระเหยขึ้นมา ซึ่งช่วยรักษาความสดของผักผลไม้ได้ยาวนาน
อุณหภูมิ: ห้องนี้จะไม่มีการติดฮีตเตอร์ (เครื่องทำความร้อน) อุณหภูมิจะถูกควบคุมให้อยู่ที่ประมาณ 5–12 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปี ซึ่งเปรียบเสมือนตู้เย็นธรรมชาติขนาดใหญ่
✦2. การจัดวางและตู้เก็บอาหาร (ระเบียบจัดเต็ม)
ชาวสวิสขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบ ภายในห้องเก็บอาหารใต้ดินจึงมักประกอบด้วย:
ชั้นวางไม้หรือเหล็กสูงจรดเพดาน: วางเรียงรายเต็มผนัง ทุกอย่างจะถูกแยกหมวดหมู่อย่างชัดเจน
กล่องไม้สำรอง (Holzkisten): มักวางไว้ที่พื้นชั้นล่างสุด สำหรับใส่ผักหัวที่เก็บได้นาน เช่น มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และแครอท โดยมักจะปูทรายหยาบพ่นน้ำหมาดๆ ทับไว้เพื่อล็อกความสด
ขวดโหลแก้วดอง (Einmachgläser): วางเรียงเป็นตับบนชั้น เมนูยอดฮิตคือ แตงกวาดอง แยมผลไม้ทำเอง ซอส มะเขือเทศเข้มข้น และผลไม้เชื่อมเคี่ยวตาล ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการถนอมอาหารตุนไว้ใช้ในฤดูหนาว
มุมอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง: ปลากระป๋อง พาสต้า ข้าวสาร นม UHT และน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งรัฐบาลสวิสจะรณรงค์ให้ทุกบ้านมี "เสบียงฉุกเฉิน" (Notvorrat) สำหรับกินได้อย่างน้อย 1 สัปดาห์เก็บไว้เสมอ
✦3. มุมไวน์และชีส 🧀🍷
ในหลายๆ บ้าน ห้องนี้ไม่ได้มีไว้เก็บแค่เสบียงกรังทั่วไป แต่ยังมีมุมเฉพาะสำหรับ:
ชั้นวางไวน์: เพราะอุณหภูมิใต้ดินคงที่และมืดสนิท จึงเป็นที่บ่มไวน์ชั้นยอด
ชั้นบ่มชีส (ในบ้านสวนหรือฟาร์ม): ชีสก้อนกลมมหึมาจะถูกวางพักไว้บนแผ่นไม้กระดานหนาๆ เพื่อรอเวลาตัดแบ่งทาน
หากเป็นอพาร์ตเมนต์สมัยใหม่ในเมือง ห้องนี้จะถูกซอยแบ่งเป็นล็อกๆ ด้วยไม้ระแนงเรียกว่า Kellerabteil แม้จะดูโมเดิร์นขึ้น แต่ชาวสวิสก็ยังคงซื้อชั้นวางของมาจัดเรียงตุนน้ำดื่ม อาหารกระป๋อง และเครื่องใช้ในบ้านให้เป็นระเบียบเป๊ะไม่ต่างกัน