ต้องเกริ่นก่อนว่า เราเป็นนักปั่นหูตัวยง มาตั้งแต่เด็กแต่เล็ก
เท่าที่จำความได้ อยู่ชั้นประถม ก็สนุกกับการ ปั่นหู หาดอกหญ้าปั่นหู ไม้พันสำลีปั่นหู อุปกรณ์แคะแกะเกาปั่น เท่าที่มีใน บ้านนอก เท่าที่จะหามาได้ตามตลาดนัด จะมี เครื่องแคะหูกับไม้ปั่นหูที่เป็นขนขาวๆก็หามา
และเท่าที่จำความได้ ก็จะมีอาการหูน้ำหนวก จากการเล่นน้ำ แม่น้ำ ว่ายน้ำ ต่างๆ ซึ่งในแต่ละปี แม่จะพาหาหมอ เรื่องหูปีละหลายๆครั้ง ไม่ได้เอะใจอะไรกันนึกว่าเป็นหูน้ำหนวก แบบที่เด็กๆเขาเป็นกัน เพราะชอบว่ายน้ำ กินยาแล้วก็หยอดหู ซ้ำๆซากๆ ตั้งแต่เด็ก ยันจบมัธยมปลาย และเข้ามหาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ ในช่วงนั้นจะไม่ค่อยเป็น เท่าไหร่ นานๆทีอาจจะเพราะ ปั่นอย่างเดียว น้ำไม่เข้าหู หรือไม่ก็ไม่ได้สนใจ ทายาหยอดไปวันๆ
ช่วงทำงานก็ยังคง หาหมอ ที่ประจำคือ รพ.รามาธิบดี หาหมอหู เป็นประจำ หยอดยากินยา ติดบ้านตลอดเวลา
เป็นแบบนี้มาตลอด ชีวิต ตั้งแต่เด็ก ยันแก่ ยังไม่รู้สึกอะไร เพราะว่ามันนานๆที 3 เดือน 6 เดือนหาหมอทีนึง
ช่วงเข้าศิริราชในเรื่องโรคไตประมาณปี2552 ก็จะย้ายมาหาหมอหูที่ศิริราช ด้วยเพราะหนองด้วย เสียงจั๊กจั่นดังหึ่งตลอดเวลา นอนกลางคืนก็ชัดจนนอนไม่ได้ คราวนี้หมอบอกว่า แก้วหูเราทะลุ ซึ่งน่าจะทะลุนานแล้ว อาจจะเป็นสาเหตุให้ หูเรา มีหนอง อยู่ในนั้น ตลอดเนื่องจากเวลาเราอาบน้ำเราอาจจะมีน้ำเข้าหูช่วงสระผม ในช่วงหลัง จึงใช้ที่อุดหูอาบน้ำสระผม และไม่ลงเล่นน้ำ น้ำต่างๆน้ำตกน้ำทะเล หรือสระว่ายน้ำใดๆ ก็หยุด มาได้สักพัก แต่อย่างน้อยก็ปีละครั้งที่จะเป็น
จนมาช่วงเปลี่ยนไตปี2562 ก็จะกินยากดภูมิ อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่าย อาจจะพลาดน้ำเข้าหูหรือ แม้กระทั่ง ไม้ปั่นหูที่ไม่สะอาด
แล้ววันหนึ่งก็พลาด เกิดหนองในหู ทำการรักษา ทุกเดือน ติดต่อกันนานมาก เกือบปี ก็ไม่หาย ทุกเดือนต้องไปดูดหนอง ออกจากหูแล้วก็หมอบอกว่า หูมันทะลุ ก็ยากหน่อย พยายามอย่าให้น้ำเข้าหู อย่าเอาอะไรไปปั่นหู เดี๋ยวจะติดเชื้อ
และในปีที่ 2 ของการเปลี่ยนไต วันหนึ่งเกิดอาการ ปวดหัว และปวดกราม ซีกขวาทั้งหมด คอบ่าไหล่ แต่ยังคงไปหาหมอหูอยู่ ซึ่งหมอหูก็ ดูดหนองให้ กินยาและยาหยอด ซึ่ง มันก็เงียบไป แต่ปวดกรามปวดหัว ปวดคอบ่าไหล่ หมอเลยให้ไปหา หมอกระดูก หมอกระดูกก็ตรวจไม่พบอะไร ก็ไปหาหมอสมอง เช็คดูแล้ว ก็ไม่พบอะไร ก็ยังปวดอยู่อย่างนั้นจึงกลับไปหาหมอหูอีกรอบ
จากการหาหมอแบบไม่ได้นัดไว้ จึงได้พบหมอหูคนนี้ เป็นนักเรียนแพทย์ผู้ชายชาวต่างชาติ อาจจะอินเดีย พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง อังกฤษงูๆปลาๆของเรา สมัยนั้นยังไม่มีสมาร์ทโฟนที่แปลได้ ก็อื้อๆฮ้าๆกันไป หมอชายท่านนี้ได้ทำการตรวจ พบว่ามีหนอง ลึกลงไปมาก ใช้ก้านยาวๆลองดูดหนองดู เขาดูดออกมา 1 สลิ้งเต็มๆ น่าจะประมาณ หลอดเล็กไม่รู้ว่า 10cc หรือเปล่า เสร็จแล้วไม่จบมันเต็ม เอาอีกหลอดไปดูด ก็ยังออกมาอีก จนเกือบเต็ม เอามาให้ดูเป็นหนองขาวๆ 2 หลอด ฉันตกใจมาก และก็ทำการรักษาต่อโดยการมาทุกอาทิตย์
หมอจะดูดหนองแล้วป้ายยาม่วง ซึ่งแน่นอนว่า แหย่ทะลุทะลวงไม่เหลือแก้วหูอีกต่อไป เพราะว่าล้วงยาม่วงลงไปลึกมาก ทำอย่างนี้ไป จนกว่าจะแห้ง ก็หายเป็นปลิดทิ้งไม่มีอาการปวดหัวปวดกรามอีกต่อไป
จากนั้นได้ทำการปรึกษาอาจารย์แพทย์ว่าจะทำยังไงปัญหานี้ซ้ำซากทุกปีแล้วปีนี้ หนักที่สุดถึงกับมีหนอง 2 หลอดเต็มๆ
อาจารย์หมอให้คำแนะนำว่า ควรทำแก้วหูปิดมันซะ ไม่งั้นเผลอน้ำเข้าก็ติดเชื้อทุกที
อาจารย์ได้นัดทำการผ่าหู เพื่อทำแก้วหูใหม่ เราก็ตกลงนัดหมาย
วันที่ผ่า ประมาณปี 64 ช่วงโควิดซาลงมา แต่ก็ยังเคร่งครัด มีการตรวจ โควิด แล้วจึง เข้าห้องพัก นัดผ่าตัดหูเรียบร้อย
จัดแจงเข้าห้องพักเปลี่ยนชุด มีการทำตามระเบียบต่างๆ ในการเข้าห้องพักพยาบาลสอบถามต่างๆ เสร็จเรียบร้อยรอเข้าห้องผ่าตัดช่วงเย็น เราก็ชิวๆ เพราะว่าเจอกับการผ่าตัดมาประมาณ 7 รอบ ในช่วงของการเป็นโรคไต แล้วก็สบายๆเลยไม่คิดอะไรมาก ก่อนไป พยาบาลมาไถหัวเรา โกนผมรอบๆหู เป็นเด็กหูเกรียน แล้วเขาก็เข็นเข้าห้อง ผ่าตัด เราก็หลับตา สลบ แล้วก็ไม่รู้สึกตัวอีกต่อไป
หลังจากที่ปลุกให้ตื่นสะลึมสะลือก็พากลับไปที่ห้องพัก เราเลือกห้องพิเศษไว้ ตื่นมา ปรากฏว่า ผ้ามัดทั้งหัวเหลือแต่ จมูกตาปากเราก็ตกใจ นี่เราผ่าหูหรือผ่าหัว ทำไมมัดผ้าก้อสทั้งหัว หลังจาก หายชาหายสลบ อาการปวด จากการผ่าตัด แกเอ้ยยยยยย โลกจะแตก ปวดไปทั้งหัวอยากจะตัดหัวทิ้ง นี่เขาทำอะไรกับหัวเรา ไม่รู้เลย ในช่วงนั้น ลุกก็ไม่ไหวขอกระจกส่อง ผ้าขาวพันทั้งหัว
เราผ่าตัดหูขวา เลยต้องนอนตะแคงซ้าย แล้วทั้งคืนปวดจนนอนไม่ได้วนขอพารา เขาก็ให้ ทุก 6 ชั่วโมง พยายามขอทุก 4 ชั่วโมงไม่ได้เหรอ ขอ 2 เม็ดไม่ได้หรอ ซึ่งพยาบาลไม่ให้ทนปวดนอนไม่หลับยันเช้า
ในช่วงสาย ข้าวก็กินไม่ไหวเพราะอ้าปากแทบไม่ไหวเลย ช่วงสายหมอมาเปิดผ้าที่พันไว้ทั้งหมด ทั้งหัว เหลือไว้ที่หูอย่างเดียว แล้วบอกว่า ให้กลับบ้านได้เย็นนี้ ห๊าาาา กลับเลยจ้ะ มีคนรอเตียงเข้าวันนี้ ก็ต้องเก็บของกลับแบบปวดๆ อีก 3 วัน กลับมาเปิดแผล แล้วทำแผล เช็คความเรียบร้อย
3 วันที่อยู่บ้านก็นอนแทบไม่ได้ ปวดมาก นอนก็ไม่ถนัด ตะแคง ข้างเดียว นอนหงายก็ไม่ไหว
หลังจาก 3 วันกลับมาเปิดแผล ทำแผลเช็คความสะอาด หมอก็ให้กลับ บอกให้ไปทำแผลทุกวัน ที่อนามัย ตำบล ก็ไปทุกวัน ทำแผลจนแห้งสนิท ซึ่งเราให้คนที่บ้านถ่ายรูปให้ดู พบแผลยาวที่หลังหู ตั้งแต่บนลงล่าง
วันที่กลับไปตัดไหมที่โรงพยาบาล จึงถามหมอว่าในความคิดของเรา คือการเอาอุปกรณ์ แหย่เข้าไปในหู จินตนาการว่า ใช้ กล้องส่องหรืออะไร เพราะว่าเห็นหมอผ่าตัดพยายาม ทำอะไรกันเล็กๆจิ๋วๆได้ หมอบอกว่าตัดหูพลิกออกไปเลย แล้วเย็บแก้วหู แก้วหูก็ทำมาจาก หนังหลังหูของเรานั่นแหละ แล้วก็ประกบหูกลับแล้วเย็บ มิน่าล่ะ ก็ว่าทำไมเจ็บขนาดนั้น ถอดหูออกมาเย็บนี่เอง เหลือเพียงหนังหน้าหูเท่านั้นที่เหลืออ้าหมด จินตนาการที่คิดไม่เป็นความจริงเจ็บปวด แทบทนไม่ไหว แต่ก็ผ่านมาได้
แล้วเมื่อหูหายก็พบว่าหูไม่เท่ากันพอใส่แว่นแล้วขา 1 ข้างของแว่นไม่มีที่วางเพราะหูมันต่ำลงไป เออก็ช่างมันแต่ตอนนี้เราสบายหูมาก
หลังจาก 3 เดือนก็หายดีหูไม่ค่อยมีเสียงเท่าไหร่จากอาการจั๊กจั่นหรือลมฟู่ฟ่า ที่ได้ยินเสียงแปลกๆ ในหูเพราะว่าไม่มีแก้วหู แล้วได้ทำการถามหมอว่าอย่างนี้เราจะลงเล่นน้ำได้หรือยังหมอก็บอกว่าสบายมากหูปิดสนิทแน่นเรียบร้อยแล้ว
ที่นี้มาที่เรื่อง หัวกระทู้นั้นคือบอกลาก้านสำลี
วัตถุแปลกปลอมทุกชนิดที่จะเข้าไปในหู หมอได้บอกว่าขอไม่ให้ปั่นหูเช็ดหูคอตตอนบัดต่างๆขอให้เลิกใช้ เพราะว่าธรรมชาติของหู จะขจัดขี้หูเอง เวลาอาบน้ำสระผม ให้เอานิ้วแหย่ที่ผ้าเช็ดตัว แล้วก็เช็ดๆภายนอกเท่านั้น ภายในหู ช่องหู รูหูห้ามแตะต้องใดๆทั้งสิ้นหยุดมือ เลิกใช้ทุกสิ่ง แล้วจะรู้ว่าหูจะสบายมาก
เราได้ทดลองอดกลั้นไม่ทำสิ่งใด ไม่ปั่นหู ไม่เช็ดหู ทั้งหมด เป็นเวลา 4 ปี และพบหมอทุกปีหมอบอกว่าหูสะอาดดีมาก ไม่มีขี้หูถึงมีก็เล็กน้อยแก้วหูติดสนิทดี และเราลงเล่นสระว่ายน้ำ เล่นน้ำทะเลไปดำน้ำ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ ไม่ได้พบหมอเพื่อขอยาหรือหยอดหูใดๆทั้งสิ้น
จึงมาเล่าประสบการณ์ของการไม่ยุ่งกับรูหูเลย มันก็เป็นจริงอย่างที่หมอได้บอกว่าธรรมชาติมีการจัดกำจัดของมันเอง
และไม่มีอาการคันหูหรือทำให้ทำอะไร ที่จะต้องยกไม้ปั่นหูมาเลย อย่างเก่งแค่เอา มือขยี้ๆเท่านั้นเอง
สามารถพิสูจน์ได้ว่า การไม่ยุ่งกับหูเลย จะทำให้หูสะอาด มีสุขภาพดี ไม่มีขี้หูไม่มีการติดเชื้อใดๆมา 4 ปีแล้วสบายใจมาก สิ่งที่เกิดทั้งชีวิตได้หมดสิ้นไปแล้วแต่แลกด้วยความเจ็บปวดจากการผ่าหู เย็บแก้วหูใหม่
จบปัญหาหู ที่เป็นมาตลอดชีวิต
ภาพการเฉือนหู น่ากลัวนะ ปิดสปอยละกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
4 ปีที่บอกลาก้านสำลี(คัตเติ้ลบัต) จบปัญหาหูที่เป็นมาตลอดชีวิต (มีผ่าเย็บแก้วหู)
เท่าที่จำความได้ อยู่ชั้นประถม ก็สนุกกับการ ปั่นหู หาดอกหญ้าปั่นหู ไม้พันสำลีปั่นหู อุปกรณ์แคะแกะเกาปั่น เท่าที่มีใน บ้านนอก เท่าที่จะหามาได้ตามตลาดนัด จะมี เครื่องแคะหูกับไม้ปั่นหูที่เป็นขนขาวๆก็หามา
และเท่าที่จำความได้ ก็จะมีอาการหูน้ำหนวก จากการเล่นน้ำ แม่น้ำ ว่ายน้ำ ต่างๆ ซึ่งในแต่ละปี แม่จะพาหาหมอ เรื่องหูปีละหลายๆครั้ง ไม่ได้เอะใจอะไรกันนึกว่าเป็นหูน้ำหนวก แบบที่เด็กๆเขาเป็นกัน เพราะชอบว่ายน้ำ กินยาแล้วก็หยอดหู ซ้ำๆซากๆ ตั้งแต่เด็ก ยันจบมัธยมปลาย และเข้ามหาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ ในช่วงนั้นจะไม่ค่อยเป็น เท่าไหร่ นานๆทีอาจจะเพราะ ปั่นอย่างเดียว น้ำไม่เข้าหู หรือไม่ก็ไม่ได้สนใจ ทายาหยอดไปวันๆ
ช่วงทำงานก็ยังคง หาหมอ ที่ประจำคือ รพ.รามาธิบดี หาหมอหู เป็นประจำ หยอดยากินยา ติดบ้านตลอดเวลา
เป็นแบบนี้มาตลอด ชีวิต ตั้งแต่เด็ก ยันแก่ ยังไม่รู้สึกอะไร เพราะว่ามันนานๆที 3 เดือน 6 เดือนหาหมอทีนึง
ช่วงเข้าศิริราชในเรื่องโรคไตประมาณปี2552 ก็จะย้ายมาหาหมอหูที่ศิริราช ด้วยเพราะหนองด้วย เสียงจั๊กจั่นดังหึ่งตลอดเวลา นอนกลางคืนก็ชัดจนนอนไม่ได้ คราวนี้หมอบอกว่า แก้วหูเราทะลุ ซึ่งน่าจะทะลุนานแล้ว อาจจะเป็นสาเหตุให้ หูเรา มีหนอง อยู่ในนั้น ตลอดเนื่องจากเวลาเราอาบน้ำเราอาจจะมีน้ำเข้าหูช่วงสระผม ในช่วงหลัง จึงใช้ที่อุดหูอาบน้ำสระผม และไม่ลงเล่นน้ำ น้ำต่างๆน้ำตกน้ำทะเล หรือสระว่ายน้ำใดๆ ก็หยุด มาได้สักพัก แต่อย่างน้อยก็ปีละครั้งที่จะเป็น
จนมาช่วงเปลี่ยนไตปี2562 ก็จะกินยากดภูมิ อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่าย อาจจะพลาดน้ำเข้าหูหรือ แม้กระทั่ง ไม้ปั่นหูที่ไม่สะอาด
แล้ววันหนึ่งก็พลาด เกิดหนองในหู ทำการรักษา ทุกเดือน ติดต่อกันนานมาก เกือบปี ก็ไม่หาย ทุกเดือนต้องไปดูดหนอง ออกจากหูแล้วก็หมอบอกว่า หูมันทะลุ ก็ยากหน่อย พยายามอย่าให้น้ำเข้าหู อย่าเอาอะไรไปปั่นหู เดี๋ยวจะติดเชื้อ
และในปีที่ 2 ของการเปลี่ยนไต วันหนึ่งเกิดอาการ ปวดหัว และปวดกราม ซีกขวาทั้งหมด คอบ่าไหล่ แต่ยังคงไปหาหมอหูอยู่ ซึ่งหมอหูก็ ดูดหนองให้ กินยาและยาหยอด ซึ่ง มันก็เงียบไป แต่ปวดกรามปวดหัว ปวดคอบ่าไหล่ หมอเลยให้ไปหา หมอกระดูก หมอกระดูกก็ตรวจไม่พบอะไร ก็ไปหาหมอสมอง เช็คดูแล้ว ก็ไม่พบอะไร ก็ยังปวดอยู่อย่างนั้นจึงกลับไปหาหมอหูอีกรอบ
จากการหาหมอแบบไม่ได้นัดไว้ จึงได้พบหมอหูคนนี้ เป็นนักเรียนแพทย์ผู้ชายชาวต่างชาติ อาจจะอินเดีย พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง อังกฤษงูๆปลาๆของเรา สมัยนั้นยังไม่มีสมาร์ทโฟนที่แปลได้ ก็อื้อๆฮ้าๆกันไป หมอชายท่านนี้ได้ทำการตรวจ พบว่ามีหนอง ลึกลงไปมาก ใช้ก้านยาวๆลองดูดหนองดู เขาดูดออกมา 1 สลิ้งเต็มๆ น่าจะประมาณ หลอดเล็กไม่รู้ว่า 10cc หรือเปล่า เสร็จแล้วไม่จบมันเต็ม เอาอีกหลอดไปดูด ก็ยังออกมาอีก จนเกือบเต็ม เอามาให้ดูเป็นหนองขาวๆ 2 หลอด ฉันตกใจมาก และก็ทำการรักษาต่อโดยการมาทุกอาทิตย์
หมอจะดูดหนองแล้วป้ายยาม่วง ซึ่งแน่นอนว่า แหย่ทะลุทะลวงไม่เหลือแก้วหูอีกต่อไป เพราะว่าล้วงยาม่วงลงไปลึกมาก ทำอย่างนี้ไป จนกว่าจะแห้ง ก็หายเป็นปลิดทิ้งไม่มีอาการปวดหัวปวดกรามอีกต่อไป
จากนั้นได้ทำการปรึกษาอาจารย์แพทย์ว่าจะทำยังไงปัญหานี้ซ้ำซากทุกปีแล้วปีนี้ หนักที่สุดถึงกับมีหนอง 2 หลอดเต็มๆ
อาจารย์หมอให้คำแนะนำว่า ควรทำแก้วหูปิดมันซะ ไม่งั้นเผลอน้ำเข้าก็ติดเชื้อทุกที
อาจารย์ได้นัดทำการผ่าหู เพื่อทำแก้วหูใหม่ เราก็ตกลงนัดหมาย
วันที่ผ่า ประมาณปี 64 ช่วงโควิดซาลงมา แต่ก็ยังเคร่งครัด มีการตรวจ โควิด แล้วจึง เข้าห้องพัก นัดผ่าตัดหูเรียบร้อย
จัดแจงเข้าห้องพักเปลี่ยนชุด มีการทำตามระเบียบต่างๆ ในการเข้าห้องพักพยาบาลสอบถามต่างๆ เสร็จเรียบร้อยรอเข้าห้องผ่าตัดช่วงเย็น เราก็ชิวๆ เพราะว่าเจอกับการผ่าตัดมาประมาณ 7 รอบ ในช่วงของการเป็นโรคไต แล้วก็สบายๆเลยไม่คิดอะไรมาก ก่อนไป พยาบาลมาไถหัวเรา โกนผมรอบๆหู เป็นเด็กหูเกรียน แล้วเขาก็เข็นเข้าห้อง ผ่าตัด เราก็หลับตา สลบ แล้วก็ไม่รู้สึกตัวอีกต่อไป
หลังจากที่ปลุกให้ตื่นสะลึมสะลือก็พากลับไปที่ห้องพัก เราเลือกห้องพิเศษไว้ ตื่นมา ปรากฏว่า ผ้ามัดทั้งหัวเหลือแต่ จมูกตาปากเราก็ตกใจ นี่เราผ่าหูหรือผ่าหัว ทำไมมัดผ้าก้อสทั้งหัว หลังจาก หายชาหายสลบ อาการปวด จากการผ่าตัด แกเอ้ยยยยยย โลกจะแตก ปวดไปทั้งหัวอยากจะตัดหัวทิ้ง นี่เขาทำอะไรกับหัวเรา ไม่รู้เลย ในช่วงนั้น ลุกก็ไม่ไหวขอกระจกส่อง ผ้าขาวพันทั้งหัว
เราผ่าตัดหูขวา เลยต้องนอนตะแคงซ้าย แล้วทั้งคืนปวดจนนอนไม่ได้วนขอพารา เขาก็ให้ ทุก 6 ชั่วโมง พยายามขอทุก 4 ชั่วโมงไม่ได้เหรอ ขอ 2 เม็ดไม่ได้หรอ ซึ่งพยาบาลไม่ให้ทนปวดนอนไม่หลับยันเช้า
ในช่วงสาย ข้าวก็กินไม่ไหวเพราะอ้าปากแทบไม่ไหวเลย ช่วงสายหมอมาเปิดผ้าที่พันไว้ทั้งหมด ทั้งหัว เหลือไว้ที่หูอย่างเดียว แล้วบอกว่า ให้กลับบ้านได้เย็นนี้ ห๊าาาา กลับเลยจ้ะ มีคนรอเตียงเข้าวันนี้ ก็ต้องเก็บของกลับแบบปวดๆ อีก 3 วัน กลับมาเปิดแผล แล้วทำแผล เช็คความเรียบร้อย
3 วันที่อยู่บ้านก็นอนแทบไม่ได้ ปวดมาก นอนก็ไม่ถนัด ตะแคง ข้างเดียว นอนหงายก็ไม่ไหว
หลังจาก 3 วันกลับมาเปิดแผล ทำแผลเช็คความสะอาด หมอก็ให้กลับ บอกให้ไปทำแผลทุกวัน ที่อนามัย ตำบล ก็ไปทุกวัน ทำแผลจนแห้งสนิท ซึ่งเราให้คนที่บ้านถ่ายรูปให้ดู พบแผลยาวที่หลังหู ตั้งแต่บนลงล่าง
วันที่กลับไปตัดไหมที่โรงพยาบาล จึงถามหมอว่าในความคิดของเรา คือการเอาอุปกรณ์ แหย่เข้าไปในหู จินตนาการว่า ใช้ กล้องส่องหรืออะไร เพราะว่าเห็นหมอผ่าตัดพยายาม ทำอะไรกันเล็กๆจิ๋วๆได้ หมอบอกว่าตัดหูพลิกออกไปเลย แล้วเย็บแก้วหู แก้วหูก็ทำมาจาก หนังหลังหูของเรานั่นแหละ แล้วก็ประกบหูกลับแล้วเย็บ มิน่าล่ะ ก็ว่าทำไมเจ็บขนาดนั้น ถอดหูออกมาเย็บนี่เอง เหลือเพียงหนังหน้าหูเท่านั้นที่เหลืออ้าหมด จินตนาการที่คิดไม่เป็นความจริงเจ็บปวด แทบทนไม่ไหว แต่ก็ผ่านมาได้
แล้วเมื่อหูหายก็พบว่าหูไม่เท่ากันพอใส่แว่นแล้วขา 1 ข้างของแว่นไม่มีที่วางเพราะหูมันต่ำลงไป เออก็ช่างมันแต่ตอนนี้เราสบายหูมาก
หลังจาก 3 เดือนก็หายดีหูไม่ค่อยมีเสียงเท่าไหร่จากอาการจั๊กจั่นหรือลมฟู่ฟ่า ที่ได้ยินเสียงแปลกๆ ในหูเพราะว่าไม่มีแก้วหู แล้วได้ทำการถามหมอว่าอย่างนี้เราจะลงเล่นน้ำได้หรือยังหมอก็บอกว่าสบายมากหูปิดสนิทแน่นเรียบร้อยแล้ว
ที่นี้มาที่เรื่อง หัวกระทู้นั้นคือบอกลาก้านสำลี
วัตถุแปลกปลอมทุกชนิดที่จะเข้าไปในหู หมอได้บอกว่าขอไม่ให้ปั่นหูเช็ดหูคอตตอนบัดต่างๆขอให้เลิกใช้ เพราะว่าธรรมชาติของหู จะขจัดขี้หูเอง เวลาอาบน้ำสระผม ให้เอานิ้วแหย่ที่ผ้าเช็ดตัว แล้วก็เช็ดๆภายนอกเท่านั้น ภายในหู ช่องหู รูหูห้ามแตะต้องใดๆทั้งสิ้นหยุดมือ เลิกใช้ทุกสิ่ง แล้วจะรู้ว่าหูจะสบายมาก
เราได้ทดลองอดกลั้นไม่ทำสิ่งใด ไม่ปั่นหู ไม่เช็ดหู ทั้งหมด เป็นเวลา 4 ปี และพบหมอทุกปีหมอบอกว่าหูสะอาดดีมาก ไม่มีขี้หูถึงมีก็เล็กน้อยแก้วหูติดสนิทดี และเราลงเล่นสระว่ายน้ำ เล่นน้ำทะเลไปดำน้ำ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ ไม่ได้พบหมอเพื่อขอยาหรือหยอดหูใดๆทั้งสิ้น
จึงมาเล่าประสบการณ์ของการไม่ยุ่งกับรูหูเลย มันก็เป็นจริงอย่างที่หมอได้บอกว่าธรรมชาติมีการจัดกำจัดของมันเอง
และไม่มีอาการคันหูหรือทำให้ทำอะไร ที่จะต้องยกไม้ปั่นหูมาเลย อย่างเก่งแค่เอา มือขยี้ๆเท่านั้นเอง
สามารถพิสูจน์ได้ว่า การไม่ยุ่งกับหูเลย จะทำให้หูสะอาด มีสุขภาพดี ไม่มีขี้หูไม่มีการติดเชื้อใดๆมา 4 ปีแล้วสบายใจมาก สิ่งที่เกิดทั้งชีวิตได้หมดสิ้นไปแล้วแต่แลกด้วยความเจ็บปวดจากการผ่าหู เย็บแก้วหูใหม่
จบปัญหาหู ที่เป็นมาตลอดชีวิต
ภาพการเฉือนหู น่ากลัวนะ ปิดสปอยละกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้