
.
“ยอดชาย”กระทุ้ง “สุชาติ” ผู้เป็นหนึ่งในชลบุรี สอบบ่อขยะเถื่อนริมมอเตอร์เวย์หนองปรือ พบขยะอิเล็กทรอนิกส์-กากอุตสาหกรรมซ้ำซาก จี้สาวถึงนายทุน-ผู้มีอิทธิพล-นักการเมือง อย่ายอมให้ใครเอาขี้เขวี้ยงหน้าบ้านเรา
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบบ่อขยะ ริมถนนมอเตอร์เวย์ หลังพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ และกากอุตสาหกรรมซ้ำซาก ว่า จากกรณีที่ประชาชน ร้องเรียนว่า พบบ่อขยะขนาดใหญ่ ริมถนนมอเตอร์เวย์ ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลเมืองหนองปรือ ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และพบว่า เป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ถูกลักลอบนำมาทิ้งในบ่อขยะเถื่อน ซึ่งเป็นพื้นที่เอกชน และอยู่ใกล้กับบ่อขยะของเทศบาล ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือ ปัญหาการลักลอบทิ้งขยะ และกากอุตสาหกรรมในบริเวณนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จากเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ และเมื่อเข้าตรวจสอบ ก็พบถุงบิ๊กแบ็กขนาดใหญ่จำนวนมาก ที่บรรจุกากอุตสาหกรรม ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการหลอมโลหะ
.
นายยอดชาย กล่าวต่อว่า ขอตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดพื้นที่แห่งนี้ จึงเกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจังแล้วหรือไม่ ดังนั้นตนขอเรียกร้องไปยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รมวทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เร่งตรวจสอบแหล่งกำเนิดขยะ ผู้ว่าจ้าง ผู้ขนส่ง และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมตรวจสอบคุณภาพดินและแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียง เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน และขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภายใต้สังกัด โดยเฉพาะการกำกับดูแลพื้นที่ของเทศบาลเมืองหนองปรือ ว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือ บกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่
.
นายยอดชาย กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้ต้องสืบสวนให้ถึงผู้มีอิทธิพล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน สัญญาเช่าที่ดิน การใช้บุคคลอื่นเป็นนอมินี และความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบการกระทำผิด ต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา และขอเรียกร้องไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ซึ่งมีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน และนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา กล้าหาญ และไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ไม่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับนักการเมือง ขอให้สืบสวนให้ถึงต้นตอ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และขยายผลไปถึงผู้สั่งการอย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้คดีจบลงเพียงแค่ผู้กระทำผิดรายย่อย แต่ต้องนำตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมารับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เพราะประชาชนต้องการเห็นความยุติธรรม ไม่ใช่เห็นคดีเงียบหายไปเพราะอิทธิพลหรือผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
.
นายยอดชาย กล่าวย้ำว่า พื้นที่ของประชาชน พื้นที่ของคนหนองปรือ พัทยา ต้องไม่กลายเป็นถังขยะทิ้งสารพิษของนายทุน และกฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ไม่หยุดอยู่แค่ผู้กระทำผิดรายย่อย แต่ต้องสาวไปถึงผู้บงการและผู้ที่ปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และหวังว่า เรื่องนี้ จะไม่เป็นมวยล้มต้มประชาชนคนหนองปรือ คนพัทยา
.
“ท่านสุชาติ ในฐานะเป็นคนชลบุรี เหมือนกับผม ผมมั่นใจว่า ท่านก็รักจังหวัดชลบุรีไม่ต่างจากผม วันนี้มีคนเอาอุจจาระมาเขวี้ยงบ้านเรา วันนี้มีนายทุน เอาสารพิษมาปล่อยไว้ในดิน เอาขยะพิษ มาทิ้งไว้ในน้ำ ให้พี่น้องชาวชลบุรีของเรา ต้องรับภาระ และผลกระทบ ส่งผลทั้งลูกหลาน และภาพลักษณ์การท่องเที่ยว วันนี้ท่านอยู่เฉยไม่ได้แล้ว ต้องเร่งปราบปรามคนพวกนี้ เชื่อว่า ความเป็นหนึ่งของท่านในจังหวัดชลบุรี จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างครบถ้วนเบ็ดเสร็จ และเด็ดขาด” นายยอดชาย กล่าว
.
.
ระทึก! เจอปลาหมอคางดำตัวโตเต็มวัยปนกับปลานิลในกระชัง ลำปาวเสี่ยงเสียหายหนัก
https://www.dailynews.co.th/news/6317165/
.
พบปลาหมอคางดำตัวเต็มวัย ปะปนมากับปลานิลขณะจับขึ้นรถขนส่ง ที่บ้านนาอวน จ.กาฬสินธุ์ แม้เจอเพียง 1 ตัว แต่สร้างความกังวลให้คนเลี้ยงปลาในกระชัง ยอดสะสมทั้งเขื่อนพุ่ง 517 ตัว เร่งหาต้นตอ ก่อนระบาดหนัก
.
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ chainarong Setthachua โพสต์ภาพพร้อมข้อความ
“ด่วน!!” ระบุว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 29 ต.ค. พบปลาหมอคางดำตัวเต็มวัยในกระชังเลี้ยงปลานิลของฟาร์มแห่งหนึ่งในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว โดยพบปะปนกับปลานิลระหว่างขึ้นปลาจากกระชังไปส่งลูกค้า พร้อมตั้งคำถามว่าปลาหมอคางดำจากภาคกลางเดินทางมาถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวได้อย่างไร
.
โพสต์ดังกล่าวมีผู้กดไลก์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก รวมถึง นาย
ยุติธรรม ภูบัวนาค ประมงพื้นบ้านเจ้าของเฟซบุ๊ก “ยุติธรรม คนหากินริมเขื่อน” ผู้จับปลาหมอคางดำได้เป็นคนแรกของเขื่อนเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 69 โดยเขาโพสต์ว่า ชาวบ้านที่จับปลาในกระชังพบปลาหมอคางดำปะปนมากับปลานิลที่กำลังขึ้นรถขนส่ง และชาวบ้านมองว่าเป็นปลาชนิดหนึ่งที่กินได้ เพราะไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน
.
นาย
ยุติธรรมยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความจริง โดยพบเพียงตัวเดียว ขณะที่ชาวบ้านกำลังจับปลาขึ้นตาชั่งและลำเลียงขึ้นรถ ซึ่งมีรถขนส่งมารอคิวรับปลาหลายคัน จึงยังไม่แน่ชัดว่าพบจากกระชังของเกษตรกรรายใด และถ่ายภาพไว้ได้เพียงเท่านั้นเพราะต้องเร่งทำงาน ส่วนตัวปลาไม่ทราบว่าถูกนำไปที่ใด แต่ทำให้หลายคนตกใจและแปลกใจ
.
การพบปลาหมอคางดำในกระชังเลี้ยงปลานิลครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นใหม่ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสืบหาต้นตอ ว่าปลาเข้ามาปะปนได้อย่างไร เพราะชัดเจนแล้วว่ามีการระบาดในเขื่อนลำปาวจริง หากภาครัฐไม่กำจัดอย่างเด็ดขาด ระบบนิเวศของเขื่อนและธุรกิจเลี้ยงปลานิลในกระชังมีโอกาสได้รับความเสียหายแน่นอน
.
สำหรับยอดสะสมการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.–30 ต.ค. 69 อยู่ที่ 517 ตัว โดยยังกระจุกอยู่ใน 3 จุดเดิม ได้แก่ บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย 404 ตัว บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี 106 ตัว บ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ 7 ตัว
.
https://www.facebook.com/chainarong.stc/posts/pfbid02iUzh5Q8oZE47xHfinPKLQy5c7CNP6VbLUUwkNZYhNyvoGvJoJGqv9Cds8LWKahxEl
.
.
น้ำมันแพงพ่นพิษ! รถรับส่งนักเรียนอุทัยธานีหันใช้ LPG ลดต้นทุน หลังแบกค่าเชื้อเพลิงไม่ไหว
https://www.dailynews.co.th/news/6316877/
.
ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่องกระทบผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนใน จ.อุทัยธานี ต้องปรับตัวหันกลับมาใช้แก๊ส LPG หวังลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะที่ปั๊มแก๊สเผยยอดลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถที่ต้องวิ่งระยะทางไกล
.
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศสถานีบริการแก๊สในเขตอำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อพูดคุยสอบถามผู้ใช้รถยนต์ที่ติดตั้งระบบแก๊ส LPG และพนักงานสถานีบริการ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
โดย ผู้ประกอบการขับรถรับส่งนักเรียนรายหนึ่งเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้การใช้น้ำมันมีค่าใช้จ่ายสูง จึงหันกลับมาใช้แก๊ส LPG ซึ่งช่วยให้มีเงินเหลือเพิ่มขึ้นบ้าง แม้จะไม่ได้ประหยัดมากนัก แต่ก็คุ้มกว่าการใช้น้ำมัน โดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถเป็นประจำเพื่อรับส่งนักเรียน ส่วนมาตรการลดราคาน้ำมัน E20 ผู้ประกอบการรายนี้มองว่าอาจไม่ได้ช่วยผู้ใช้รถทุกกลุ่ม เนื่องจาก E20 ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน ขณะที่รถดีเซลต้องใช้น้ำมันอีกประเภท สำหรับรถที่ใช้ทำการเกษตรของตน ยังเติมน้ำมัน B7 เพราะกังวลว่า B20 อาจส่งผลต่อเครื่องยนต์และระบบปั๊มหัวฉีด จึงยังไม่มั่นใจที่จะเปลี่ยนไปใช้
.
ด้าน นาย
ฉลวย ณรงค์มี พนักงานปั๊มแก๊ส เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีรถเข้ามาเติมแก๊สเพิ่มขึ้น ลูกค้าหลายรายบอกว่าการใช้แก๊สช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไกล ส่งผลให้ยอดขายของปั๊มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หลังผู้ใช้รถบางส่วนหันมาเติมแก๊สมากขึ้นเพราะราคาน้ำมันสูงขึ้น
JJNY : ปชน.ชลบุรีจี้สอบ│เจอปลาหมอคางดำ ลำปาวเสี่ยงเสียหาย│รถรับส่งนร.อุทัยธานีหันใช้ LPG│เลือกตั้งอิสราเอลนับเกือบ 99%
https://www.matichon.co.th/politics/news_5954094
.
“ยอดชาย”กระทุ้ง “สุชาติ” ผู้เป็นหนึ่งในชลบุรี สอบบ่อขยะเถื่อนริมมอเตอร์เวย์หนองปรือ พบขยะอิเล็กทรอนิกส์-กากอุตสาหกรรมซ้ำซาก จี้สาวถึงนายทุน-ผู้มีอิทธิพล-นักการเมือง อย่ายอมให้ใครเอาขี้เขวี้ยงหน้าบ้านเรา
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบบ่อขยะ ริมถนนมอเตอร์เวย์ หลังพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ และกากอุตสาหกรรมซ้ำซาก ว่า จากกรณีที่ประชาชน ร้องเรียนว่า พบบ่อขยะขนาดใหญ่ ริมถนนมอเตอร์เวย์ ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลเมืองหนองปรือ ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และพบว่า เป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ถูกลักลอบนำมาทิ้งในบ่อขยะเถื่อน ซึ่งเป็นพื้นที่เอกชน และอยู่ใกล้กับบ่อขยะของเทศบาล ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือ ปัญหาการลักลอบทิ้งขยะ และกากอุตสาหกรรมในบริเวณนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จากเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ และเมื่อเข้าตรวจสอบ ก็พบถุงบิ๊กแบ็กขนาดใหญ่จำนวนมาก ที่บรรจุกากอุตสาหกรรม ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการหลอมโลหะ
.
นายยอดชาย กล่าวต่อว่า ขอตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดพื้นที่แห่งนี้ จึงเกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจังแล้วหรือไม่ ดังนั้นตนขอเรียกร้องไปยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รมวทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เร่งตรวจสอบแหล่งกำเนิดขยะ ผู้ว่าจ้าง ผู้ขนส่ง และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมตรวจสอบคุณภาพดินและแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียง เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน และขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภายใต้สังกัด โดยเฉพาะการกำกับดูแลพื้นที่ของเทศบาลเมืองหนองปรือ ว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือ บกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่
.
นายยอดชาย กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้ต้องสืบสวนให้ถึงผู้มีอิทธิพล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน สัญญาเช่าที่ดิน การใช้บุคคลอื่นเป็นนอมินี และความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบการกระทำผิด ต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา และขอเรียกร้องไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ซึ่งมีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน และนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา กล้าหาญ และไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ไม่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับนักการเมือง ขอให้สืบสวนให้ถึงต้นตอ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และขยายผลไปถึงผู้สั่งการอย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้คดีจบลงเพียงแค่ผู้กระทำผิดรายย่อย แต่ต้องนำตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมารับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เพราะประชาชนต้องการเห็นความยุติธรรม ไม่ใช่เห็นคดีเงียบหายไปเพราะอิทธิพลหรือผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
.
นายยอดชาย กล่าวย้ำว่า พื้นที่ของประชาชน พื้นที่ของคนหนองปรือ พัทยา ต้องไม่กลายเป็นถังขยะทิ้งสารพิษของนายทุน และกฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ไม่หยุดอยู่แค่ผู้กระทำผิดรายย่อย แต่ต้องสาวไปถึงผู้บงการและผู้ที่ปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และหวังว่า เรื่องนี้ จะไม่เป็นมวยล้มต้มประชาชนคนหนองปรือ คนพัทยา
.
“ท่านสุชาติ ในฐานะเป็นคนชลบุรี เหมือนกับผม ผมมั่นใจว่า ท่านก็รักจังหวัดชลบุรีไม่ต่างจากผม วันนี้มีคนเอาอุจจาระมาเขวี้ยงบ้านเรา วันนี้มีนายทุน เอาสารพิษมาปล่อยไว้ในดิน เอาขยะพิษ มาทิ้งไว้ในน้ำ ให้พี่น้องชาวชลบุรีของเรา ต้องรับภาระ และผลกระทบ ส่งผลทั้งลูกหลาน และภาพลักษณ์การท่องเที่ยว วันนี้ท่านอยู่เฉยไม่ได้แล้ว ต้องเร่งปราบปรามคนพวกนี้ เชื่อว่า ความเป็นหนึ่งของท่านในจังหวัดชลบุรี จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างครบถ้วนเบ็ดเสร็จ และเด็ดขาด” นายยอดชาย กล่าว
.
.
ระทึก! เจอปลาหมอคางดำตัวโตเต็มวัยปนกับปลานิลในกระชัง ลำปาวเสี่ยงเสียหายหนัก
https://www.dailynews.co.th/news/6317165/
.
พบปลาหมอคางดำตัวเต็มวัย ปะปนมากับปลานิลขณะจับขึ้นรถขนส่ง ที่บ้านนาอวน จ.กาฬสินธุ์ แม้เจอเพียง 1 ตัว แต่สร้างความกังวลให้คนเลี้ยงปลาในกระชัง ยอดสะสมทั้งเขื่อนพุ่ง 517 ตัว เร่งหาต้นตอ ก่อนระบาดหนัก
.
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ chainarong Setthachua โพสต์ภาพพร้อมข้อความ “ด่วน!!” ระบุว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 29 ต.ค. พบปลาหมอคางดำตัวเต็มวัยในกระชังเลี้ยงปลานิลของฟาร์มแห่งหนึ่งในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว โดยพบปะปนกับปลานิลระหว่างขึ้นปลาจากกระชังไปส่งลูกค้า พร้อมตั้งคำถามว่าปลาหมอคางดำจากภาคกลางเดินทางมาถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวได้อย่างไร
.
โพสต์ดังกล่าวมีผู้กดไลก์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก รวมถึง นายยุติธรรม ภูบัวนาค ประมงพื้นบ้านเจ้าของเฟซบุ๊ก “ยุติธรรม คนหากินริมเขื่อน” ผู้จับปลาหมอคางดำได้เป็นคนแรกของเขื่อนเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 69 โดยเขาโพสต์ว่า ชาวบ้านที่จับปลาในกระชังพบปลาหมอคางดำปะปนมากับปลานิลที่กำลังขึ้นรถขนส่ง และชาวบ้านมองว่าเป็นปลาชนิดหนึ่งที่กินได้ เพราะไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน
.
นายยุติธรรมยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความจริง โดยพบเพียงตัวเดียว ขณะที่ชาวบ้านกำลังจับปลาขึ้นตาชั่งและลำเลียงขึ้นรถ ซึ่งมีรถขนส่งมารอคิวรับปลาหลายคัน จึงยังไม่แน่ชัดว่าพบจากกระชังของเกษตรกรรายใด และถ่ายภาพไว้ได้เพียงเท่านั้นเพราะต้องเร่งทำงาน ส่วนตัวปลาไม่ทราบว่าถูกนำไปที่ใด แต่ทำให้หลายคนตกใจและแปลกใจ
.
การพบปลาหมอคางดำในกระชังเลี้ยงปลานิลครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นใหม่ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสืบหาต้นตอ ว่าปลาเข้ามาปะปนได้อย่างไร เพราะชัดเจนแล้วว่ามีการระบาดในเขื่อนลำปาวจริง หากภาครัฐไม่กำจัดอย่างเด็ดขาด ระบบนิเวศของเขื่อนและธุรกิจเลี้ยงปลานิลในกระชังมีโอกาสได้รับความเสียหายแน่นอน
.
สำหรับยอดสะสมการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.–30 ต.ค. 69 อยู่ที่ 517 ตัว โดยยังกระจุกอยู่ใน 3 จุดเดิม ได้แก่ บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย 404 ตัว บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี 106 ตัว บ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ 7 ตัว
.
https://www.facebook.com/chainarong.stc/posts/pfbid02iUzh5Q8oZE47xHfinPKLQy5c7CNP6VbLUUwkNZYhNyvoGvJoJGqv9Cds8LWKahxEl
.
.
น้ำมันแพงพ่นพิษ! รถรับส่งนักเรียนอุทัยธานีหันใช้ LPG ลดต้นทุน หลังแบกค่าเชื้อเพลิงไม่ไหว
https://www.dailynews.co.th/news/6316877/
.
ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่องกระทบผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนใน จ.อุทัยธานี ต้องปรับตัวหันกลับมาใช้แก๊ส LPG หวังลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะที่ปั๊มแก๊สเผยยอดลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถที่ต้องวิ่งระยะทางไกล
.
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศสถานีบริการแก๊สในเขตอำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อพูดคุยสอบถามผู้ใช้รถยนต์ที่ติดตั้งระบบแก๊ส LPG และพนักงานสถานีบริการ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
โดย ผู้ประกอบการขับรถรับส่งนักเรียนรายหนึ่งเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้การใช้น้ำมันมีค่าใช้จ่ายสูง จึงหันกลับมาใช้แก๊ส LPG ซึ่งช่วยให้มีเงินเหลือเพิ่มขึ้นบ้าง แม้จะไม่ได้ประหยัดมากนัก แต่ก็คุ้มกว่าการใช้น้ำมัน โดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถเป็นประจำเพื่อรับส่งนักเรียน ส่วนมาตรการลดราคาน้ำมัน E20 ผู้ประกอบการรายนี้มองว่าอาจไม่ได้ช่วยผู้ใช้รถทุกกลุ่ม เนื่องจาก E20 ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน ขณะที่รถดีเซลต้องใช้น้ำมันอีกประเภท สำหรับรถที่ใช้ทำการเกษตรของตน ยังเติมน้ำมัน B7 เพราะกังวลว่า B20 อาจส่งผลต่อเครื่องยนต์และระบบปั๊มหัวฉีด จึงยังไม่มั่นใจที่จะเปลี่ยนไปใช้
.
ด้าน นายฉลวย ณรงค์มี พนักงานปั๊มแก๊ส เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีรถเข้ามาเติมแก๊สเพิ่มขึ้น ลูกค้าหลายรายบอกว่าการใช้แก๊สช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไกล ส่งผลให้ยอดขายของปั๊มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หลังผู้ใช้รถบางส่วนหันมาเติมแก๊สมากขึ้นเพราะราคาน้ำมันสูงขึ้น