🛰️​ ดาวประหลาดที่ไม่ส่องแสงใดๆ ออกมาเลย และมันใหญ่โตกว่าวงโคจรของดาวพลูโตหลายสิบเท่า!​

กระทู้สนทนา
นี่คือดาวประหลาดที่ไม่ส่องแสงใดๆ ออกมาเลย และมันใหญ่โตกว่าวงโคจรของดาวพลูโตหลายสิบเท่า! ล่าสุด เจมส์ เว็บบ์ ได้ตรวจพบวัตถุลึกลับ 3 ดวง ที่อาจเป็น "ดาวฤกษ์มืดยักษ์" ที่ว่านี้!...
.

ในช่วงแรกเริ่มของจักรวาลหลังจากเกิดบิกแบง (Big Bang) กลุ่มก๊าซปฐมภูมิที่เต็มไปด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมได้เริ่มจับตัวกันอย่างหนาแน่น

ทฤษฎีดั้งเดิมอธิบายว่า แรงโน้มถ่วงจะดึงก๊าซเหล่านี้ให้หดตัวลงเรื่อยๆ จนแกนกลางมีความร้อนสูงพอที่จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear fusion) กลายเป็นดาวฤกษ์ยุคแรกเริ่มที่มีมวลมหาศาลและมีอายุขัยสั้น
.

แต่ในธรรมชาติยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่ นั่นคือ สสารมืด (Dark matter) ซึ่งเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 85 ของสสารที่สร้างแรงโน้มถ่วงทั้งหมดในจักรวาล

เมื่อกลุ่มก๊าซปฐมภูมิยุบตัวลง มันจึงดึงดูดและกักเก็บสสารมืดปริมาณมหาศาลเอาไว้ที่แกนกลางด้วย
.

ตามแบบจำลองทางทฤษฎี นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่า อนุภาคของสสารมืดอาจมีสมบัติเป็นปฏิยานุภาคของตัวมันเองได้

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง เมื่อถูกบีบอัดอย่างหนัก อนุภาคเหล่านี้จะพุ่งชนและทำลๅยล้างกันเองผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การประลัย (Annihilation)

พลังงานมหาศาลที่ปล่อยออกมาจากการทำลๅยล้างนี้จะผลักดันออกสู่ภายนอก คอยต้านทานแรงโน้มถ่วงและหยุดยั้งไม่ให้กลุ่มก๊าซยุบตัวลงไปมากกว่าเดิม จนเกิดเป็นโครงสร้างที่เรียกว่า ดาวฤกษ์มืด (Dark star)
.

วัตถุอวกาศชนิดนี้จะไม่เปล่งแสงออกมาให้เรามองเห็น และมีขนาดใหญ่โตตั้งแต่ 400 ไปจนถึง 200,000 เท่าของดวงอาทิตย์ หรือกว้างเทียบเท่าวงโคจรของดาวพฤหัสบดีไปจนถึงใหญ่กว่าวงโคจรของดาวพลูโตหลายสิบเท่า!

โดยสามารถมีมวลได้ตั้งแต่ 0.5 ถึง 10 เท่าของดวงอาทิตย์
.

เปาโล กอนโดโล (Paolo Gondolo) รองศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยยูทาห์ (University of Utah) อธิบายถึงแนวคิดนี้ว่า

"พวกมันไม่ได้ส่องสว่างเหมือนดาวฤกษ์ทั่วไป แต่ก็มีความหนาแน่นกว่าเนบิวลามาก และมีแหล่งพลังงานอยู่ภายในที่คอยพยุงไม่ให้ตัวมันยุบตัวลง ซึ่งกลไกนี้เหมือนกับดาวฤกษ์ปกติเลย"
.

ดาวฤกษ์มืดจึงดำรงอยู่ได้ด้วยพลังงานจากการเผาผลาญสสารมืดเพื่อพยุงโครงสร้างของตัวเองไว้ โดยไม่ได้ใช้การหลอมรวมนิวเคลียสอะตอมแบบดาวฤกษ์ที่เราคุ้นเคย

ทฤษฎีการมีอยู่ของดาวฤกษ์มืดนี้ยังช่วยตอบคำถามสำคัญทางจักรวาลวิทยาที่ว่า หลุมดำมวลยิ่งยวด (Supermassive black hole) ในช่วงเริ่มต้นของจักรวาลก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างไรกัน

แนวคิดนี้เริ่มมีข้อมูลใหม่มาสนับสนุนบ้างแล้ว โดยในปี 2023 งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ระบุว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ได้ตรวจพบวัตถุอวกาศยุคแรกเริ่ม 3 ดวง (ได้แก่ JADES-GS-z13-0, JADES-GS-z12-0 และ JADES-GS-z11-0) ซึ่งมีลักษณะทางสเปกตรัมตรงกับแบบจำลองของดาวฤกษ์มืดยักษ์

หากการค้นพบนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ วัตถุลึกลับจากรุ่งอรุณของจักรวาลเหล่านี้อาจเป็นต้นกำเนิดของหลุมดำขนาดยักษ์ที่ยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ในอวกาศมาจนถึงปัจจุบันก็เป็นได้
.

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Shilling, G. "Dark stars – the weird, invisible monsters of the early Universe that could still exist today." BBC Sky at Night Magazine, 2026.
[2] Ilie, C., Paulin, J., & Freese, K. "Supermassive Dark Star candidates seen by JWST." Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS), 2023.

#อวกาศ #ดาราศาสตร์ #สสารมืด #จักรวาลวิทยา #วิทยาศาสตร์ #ฟิสิกส์ #ดาวฤกษ์ #หลุมดำ #เจมส์เว็บบ์ #ความรู้
https://www.facebook.com/share/p/1UbphP1vzX/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่