ต่อจากกระทู้ที่แล้ว
ล่าสุดคือมีคุยกับ HR HR ถามว่ามี assign งานมาบ้างมั้ย ผมก็ตอบไปว่ามี สัมภาษณ์เรียบร้อย แต่สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้รับ เพราะ budget ไม่พอ ผมลองถามอีกคนที่สัมภาษณ์เหมือนกัน คนนั้นคือไม่เคยทำระบบนี้มาก่อน สุดท้ายคือไม่ได้รับเพราะ เวลาไม่ตรงกัน (คือมีแพลนลาพักในช่วงงานพอดี)
คือตั้งแต่ทราบเรื่อง PIP มาคือ ผ่านมา 3 เดือนแล้ว (เดือนนี้ผมลาพักร้อนเกือบทั้งเดือน ตามที่พี่อีกคนแนะนำ เพราะจะไม่นับ Utilization) รวมเป็น 4 เดือน ยังไม่มีงานให้ทำเลย (assign งานที่ทำจบก่อน PIP พอดี) มีแต่งานแบบ Internal ทั่วไป เช่น proposal จัด workshop etc. แต่ไม่ใช่งานที่ลูกค้าจ้างแล้ว assign ให้ผมทำ
ตอนแรกเลยผมขอเจรจาว่า ทำเป็นหนังสือเลิกจ้างได้มั้ย แบบมันทรมานว่าจะได้ assign งานเมื่อไหร่ จะได้จบ ๆ กันไป HR เค้าก็มีไปคุยนะครับ แต่ผ่านไปอาทิตย์นึง HR ก็แจ้งมาว่า ได้ขอทางผู้ใหญ่แล้ว ทางผู้ใหญ่ยังไม่ตัดสินใจที่จะเลิกจ้างเรา (ถ้าพูดแบบโลกไม่สวยคือ ลาออกเอง) ซึ่งก็คิดไว้อยู่แล้วว่า บ. น่าจะไม่ทำ เพราะผมทำมา 9 ปีกว่า เงินชดเชยมันก็เยอะพอสมควร การที่บีบให้เราลาออกเองมันมีค่าเสียหายน้อยกว่ามาก
ทีนี้ HR ก็เลยอธิบายสถานการณ์เราตอนนี้ว่า
ถ้ายังไม่มี utilization ปีหน้าก็อาจจะกลับมาเป็นประเด็นเดิมอีก ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะไม่มี ชม. ให้ชาร์จจะทำยังไงได้
ทาง HR เลยให้มา 2 ทางเลือกคือ
ทางเลือกที่ 1. อยู่ต่อ
- PIP ต่อ มีนัดกับ HR ต่อทุกเดือนเหมือนเดิม
- หางานภายในบริษัทต่อ
- รอลุ้น assignment
- รอประเมินรอบใหม่ ประมาณเดือน 5-6 ปีหน้า
ข้อเสียคือ
- ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะมีโปรเจกต์
- แม้แต่ HR เองก็พูดตรง ๆ ว่า ไม่รู้จะขายอะไรน้องนะว่ามันจะมีมาใหม่มั้ย (HR เค้าไม่รู้รายละเอียดข้างในทีมว่าเป็นอย่างไร)
กับทางเลือกที่ 2.
- "ถ้ายังไม่ได้งานใหม่และไม่มี assignment ภายใน xxx สมมุติเช่น สิ้นปีนี้ ถ้าน้องมองว่าปลายปีนี้พอแล้ว พี่จะไปคุยเรื่องเงินช่วยเหลือให้"
แล้ว HR ถามผมให้กลับไปคิดมาว่า
อยากเอาอนาคตตัวเองแบบไหน ?
เป็นพวกคุณจะตัดสินใจแบบไหนครับ ?
แนะนอนว่าถ้าเลือกแบบ 1 มันก็มีโอกาสที่ปีหน้าจะถูกประเมินเหมือนเดิมเพราะ Utilization ไม่ถึง แต่ถ้าเลือกแบบ 2 มันก็มีโอกาสมากที่จะไม่ได้อะไรเลย ได้แค่เงินสะสมตามที่เราทำงานมา คือ HR เค้าก็ดูหวังดีนะครับ จากที่ผมฟังมา แต่ก็เชื่อใจได้มั้ยก็ไม่แน่ใจครับ
ตอนนี้ก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะยังไง หรือจะไปปรึกษากับแรงงานดีครับ ผมคิดไปคิดมาตัดสินใจไม่ได้
คือ ทำงานได้ตลอดไม่มีปัญหา แต่พอล้มครั้งเดียว คือเหมือนล้มแบบล้มทั้งยืน งานก็ไม่มีให้ทำ เหมือนถูกดองเค็ม คือรู้สึกแย่มากที่ บ. ทำแบบนี้ โอกาสยังไม่มีให้ทำเลย แล้วจะพิสูจน์ได้ยังไง คนอื่นที่โดน PIP เหมือนกัน ผมก็ถามนะว่ามี HR คุยแบบนี้บ้างมั้ย พวกเขาก็ตอบว่ายังไม่มีนัดแบบนี้ HR ก็อธิบายนะว่า คนอื่นก็มีเรียกคุยเหมือนกันแต่พอดีมีคุยหลายคนเลยยังไม่ถึงเวลา (นี่ก็คิดว่าใช่หรอ ทำไมมีแค่เราคนเดียวที่ถูกเรียกตลอด)
คุยกับที่บ้านก็อยากให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านแล้วค่อยเริ่มต้นใหม่ แต่ในใจก็แบบกังวล คิดไปคิดมาว่า เราทำอะไรผิด มีเริ่มหางานใหม่เหมือนกัน แต่รู้สึกยังไม่พร้อม
😢😢😢 นี่สินะ ชีวิตมนุษย์เงินเดือน
ทำงานที่ บ. ตั้งแต่เรียนจบ แต่เพราะอยู่ตำแหน่งเดิมมานานหลายปี ทำให้ บ. ให้เราเข้า PIP (ต่อ)
ล่าสุดคือมีคุยกับ HR HR ถามว่ามี assign งานมาบ้างมั้ย ผมก็ตอบไปว่ามี สัมภาษณ์เรียบร้อย แต่สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้รับ เพราะ budget ไม่พอ ผมลองถามอีกคนที่สัมภาษณ์เหมือนกัน คนนั้นคือไม่เคยทำระบบนี้มาก่อน สุดท้ายคือไม่ได้รับเพราะ เวลาไม่ตรงกัน (คือมีแพลนลาพักในช่วงงานพอดี)
คือตั้งแต่ทราบเรื่อง PIP มาคือ ผ่านมา 3 เดือนแล้ว (เดือนนี้ผมลาพักร้อนเกือบทั้งเดือน ตามที่พี่อีกคนแนะนำ เพราะจะไม่นับ Utilization) รวมเป็น 4 เดือน ยังไม่มีงานให้ทำเลย (assign งานที่ทำจบก่อน PIP พอดี) มีแต่งานแบบ Internal ทั่วไป เช่น proposal จัด workshop etc. แต่ไม่ใช่งานที่ลูกค้าจ้างแล้ว assign ให้ผมทำ
ตอนแรกเลยผมขอเจรจาว่า ทำเป็นหนังสือเลิกจ้างได้มั้ย แบบมันทรมานว่าจะได้ assign งานเมื่อไหร่ จะได้จบ ๆ กันไป HR เค้าก็มีไปคุยนะครับ แต่ผ่านไปอาทิตย์นึง HR ก็แจ้งมาว่า ได้ขอทางผู้ใหญ่แล้ว ทางผู้ใหญ่ยังไม่ตัดสินใจที่จะเลิกจ้างเรา (ถ้าพูดแบบโลกไม่สวยคือ ลาออกเอง) ซึ่งก็คิดไว้อยู่แล้วว่า บ. น่าจะไม่ทำ เพราะผมทำมา 9 ปีกว่า เงินชดเชยมันก็เยอะพอสมควร การที่บีบให้เราลาออกเองมันมีค่าเสียหายน้อยกว่ามาก
ทีนี้ HR ก็เลยอธิบายสถานการณ์เราตอนนี้ว่า
ถ้ายังไม่มี utilization ปีหน้าก็อาจจะกลับมาเป็นประเด็นเดิมอีก ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะไม่มี ชม. ให้ชาร์จจะทำยังไงได้
ทาง HR เลยให้มา 2 ทางเลือกคือ
ทางเลือกที่ 1. อยู่ต่อ
- PIP ต่อ มีนัดกับ HR ต่อทุกเดือนเหมือนเดิม
- หางานภายในบริษัทต่อ
- รอลุ้น assignment
- รอประเมินรอบใหม่ ประมาณเดือน 5-6 ปีหน้า
ข้อเสียคือ
- ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะมีโปรเจกต์
- แม้แต่ HR เองก็พูดตรง ๆ ว่า ไม่รู้จะขายอะไรน้องนะว่ามันจะมีมาใหม่มั้ย (HR เค้าไม่รู้รายละเอียดข้างในทีมว่าเป็นอย่างไร)
กับทางเลือกที่ 2.
- "ถ้ายังไม่ได้งานใหม่และไม่มี assignment ภายใน xxx สมมุติเช่น สิ้นปีนี้ ถ้าน้องมองว่าปลายปีนี้พอแล้ว พี่จะไปคุยเรื่องเงินช่วยเหลือให้"
แล้ว HR ถามผมให้กลับไปคิดมาว่า
อยากเอาอนาคตตัวเองแบบไหน ?
เป็นพวกคุณจะตัดสินใจแบบไหนครับ ?
แนะนอนว่าถ้าเลือกแบบ 1 มันก็มีโอกาสที่ปีหน้าจะถูกประเมินเหมือนเดิมเพราะ Utilization ไม่ถึง แต่ถ้าเลือกแบบ 2 มันก็มีโอกาสมากที่จะไม่ได้อะไรเลย ได้แค่เงินสะสมตามที่เราทำงานมา คือ HR เค้าก็ดูหวังดีนะครับ จากที่ผมฟังมา แต่ก็เชื่อใจได้มั้ยก็ไม่แน่ใจครับ
ตอนนี้ก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะยังไง หรือจะไปปรึกษากับแรงงานดีครับ ผมคิดไปคิดมาตัดสินใจไม่ได้
คือ ทำงานได้ตลอดไม่มีปัญหา แต่พอล้มครั้งเดียว คือเหมือนล้มแบบล้มทั้งยืน งานก็ไม่มีให้ทำ เหมือนถูกดองเค็ม คือรู้สึกแย่มากที่ บ. ทำแบบนี้ โอกาสยังไม่มีให้ทำเลย แล้วจะพิสูจน์ได้ยังไง คนอื่นที่โดน PIP เหมือนกัน ผมก็ถามนะว่ามี HR คุยแบบนี้บ้างมั้ย พวกเขาก็ตอบว่ายังไม่มีนัดแบบนี้ HR ก็อธิบายนะว่า คนอื่นก็มีเรียกคุยเหมือนกันแต่พอดีมีคุยหลายคนเลยยังไม่ถึงเวลา (นี่ก็คิดว่าใช่หรอ ทำไมมีแค่เราคนเดียวที่ถูกเรียกตลอด)
คุยกับที่บ้านก็อยากให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านแล้วค่อยเริ่มต้นใหม่ แต่ในใจก็แบบกังวล คิดไปคิดมาว่า เราทำอะไรผิด มีเริ่มหางานใหม่เหมือนกัน แต่รู้สึกยังไม่พร้อม
😢😢😢 นี่สินะ ชีวิตมนุษย์เงินเดือน