คือเหตุการตรงหน้าเรามองตรงๆเลย พอผ่านไปสักระยะมานักทบทวนเหตุการอีกรอบ แล้วเรากับมองเหตุการออก เป็นประจำตอนเที่ยงคืนเนี่ย เช่น ย่าเราปล่อยหอคนเช่าบอกว่าค่าห้องค่าน้ำ15 บาท 10 บาท ย่าก็พูดต่อๆไปให้คนเช่าคนอื่น แล้วพ่อเรามานั่งบ่นย่าว่าโง่ แล้วย่าบอกว่า โกหกกูก็บาปอะ เราก็มองว่าโง่ตอนนั้น พอกลับมาคิดอีกรอบ ก็ เข้าใจเจตนาย่าดี คือหลอกลองใจ และอีกเหตุการ คนขายน้ำที่รร พูดๆไม่ชัดพรึ่มพรำ คิดว่าพูดไม่ชัดก็เออๆไปแล้วไป พอมานั่งคิดอีกที่ ป้าเขาคิดว่ากูกวนตีน พูดเสียงบำแล้วทำล้อเลียน และ ครูทัศนศึกษาถามว่าไปเล่นที่ไหนมั่งเราก็เอ๋อไประยะนึงพูดไม่ออกแล้วเอากระดาษตั๋วให้ดู แต่กลับมาคิดอีกรอบเราน่าจะคุยกับเขาโฟลกว่านี้ ไปไหนมาไหน และ เพื่อนร้านข้างแม่มีคนรุ่นเดียวกับเรา แล้วเขามาพูดว่าอธิบายความสัมพันธ์ว่าเป็นญาติ แล้วเราก็งงญาติมันต้องเป็นคนในสายเลือดไม่ใช่หรอ แต่มานอนคิดอีกที่อ๋อหมายถึงเพื่อน พี่ น้อง กว่าจะเข้าก็8-9ปีผ่านมาพึ่งมาตรัสรู้ และ เพื่อนผู้หญิงเขยิบเข้ามาใกล้เราคิดว่าชอบหรือน่าขนลุกแปลกๆ แต่มานั่งคิดอีกที เพื่อนแค่อยากเป็นเพื่อนมากกว่านี้ คือเราเป็นอะไรอะเข้าใจเจตนาตรงหน้าไม่ได้หรือเป็นออทิสติก ต้องมานั่งนอนคิดอีกรอบประมาณเที่ยงคืน ขอพูดตรงๆนะเพื่อความเข้าใจมากขึ้นเป็นอย่างงี้ทุกรอบหลังgoon พอgoonเสร็จแล้วมานั่งคิดทบทวนก็เป็นอย่างเงี้ย ฟังดูตลกไหม แอ๋ะหรือสิ่งที่นั่งทบทวนผิด
คือมีปัญหาเรื่องทำความเข้าเจตนาคนอื่น มักมองการกระทำของเขาตรงๆ หรือเราจะเป็นออทิสติก หรือไม่เราเปิดใจ