จากกรณีสื่อออนไลน์มีการโพสต์ภาพเตือนภัยชายรายหนึ่งที่มีพฤติกรรมชอบทำร้ายร่างกายผู้อื่นที่ยืนรอรถที่ป้ายรถเมล์เป็นประจำ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายแชมป์ อายุ 33 ปี พร้อมนางณี อายุ 67 ปี ผู้เป็นมารดา เข้าพบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
นางณี เปิดเผยว่า นายแชมป์ ลูกชายป่วยเป็นออทิสติกมาตั้งแต่กำเนิด และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยขาดยา พบแพทย์โรงพยาบาลศรีธัญญาตามนัดโดยตลอด โดยอาการเริ่มกำเริบหนักขึ้นในช่วงประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมา ก่อนจะย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และเมื่อราว 1 เดือนก่อน หลังปรับแนวทางการรักษา อาการโดยรวมเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีอาการกำเริบเป็นบางช่วง
นางณี ยอมรับว่า ที่ผ่านมาลูกชายเคยมีอาการกำเริบ และมีพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นหลายครั้ง โดยเชื่อว่าส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปมฝังใจในวัยเด็กที่ถูกทำร้ายร่างกายมา แต่ตนก็ได้ตักเตือนลูกชายมาโดยตลอดว่าไม่ควรใช้ความรุนแรงกับผู้อื่น และหากก่อเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทุกครั้งที่ลูกชายออกจากบ้านจะให้พกบัตรประจำตัวผู้ป่วยออทิสติกติดตัวไว้เสมอ รวมถึงเขียนข้อความออทิสติกห้อยไว้กับบัตร โดยตนจะคอยโทรศัพท์ติดตามอยู่ตลอด เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ลูกชายเป็นคนชื่นชอบการนั่งรถโดยสารสาธารณะจึงมักเดินทางออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านตามสถานที่ต่างๆเป็นประจำ
ส่วนกรณีล่าสุดที่บริเวณป้ายรถเมล์ย่านฟอร์จูนทาวน์ เบื้องต้นทราบว่าหลังลงจากรถโดยสาร นายแชมป์ได้เข้าไปทำร้ายผู้เสียหายบริเวณใบหน้า ซึ่งครอบครัวเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่อาการกำเริบ ตนขอโทษผู้เสียหายทุกคน ในฐานะแม่ขอน้อมรับผิดและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าลูกชายไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใคร
ขณะที่นายแชมป์ ได้ยกมือไหว้ผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า “ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
ภายหลังการพูดคุยเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่และญาติได้นำตัวนายแชมป์ขึ้นรถตู้ของ สน.ดอนเมือง เพื่อส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยระหว่างการนำตัวขึ้นรถ นายแชมป์มีอาการตื่นตกใจและพยายามหลบเลี่ยง เจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันควบคุมสถานการณ์และพูดคุยทำความเข้าใจ จนสามารถส่งนายแชมป์เข้าสู่กระบวนการรักษาได้
ที่มา - ข่าวช่องวัน
เกมโอเวอร์ ตำรวจคุมตัวชายป่วยออทิสติกที่ชอบไล่ทำร้ายผู้คน ด้านแม่ผู้ก่อเหตุกล่าวขอโทษกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางณี เปิดเผยว่า นายแชมป์ ลูกชายป่วยเป็นออทิสติกมาตั้งแต่กำเนิด และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยขาดยา พบแพทย์โรงพยาบาลศรีธัญญาตามนัดโดยตลอด โดยอาการเริ่มกำเริบหนักขึ้นในช่วงประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมา ก่อนจะย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และเมื่อราว 1 เดือนก่อน หลังปรับแนวทางการรักษา อาการโดยรวมเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีอาการกำเริบเป็นบางช่วง
นางณี ยอมรับว่า ที่ผ่านมาลูกชายเคยมีอาการกำเริบ และมีพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นหลายครั้ง โดยเชื่อว่าส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปมฝังใจในวัยเด็กที่ถูกทำร้ายร่างกายมา แต่ตนก็ได้ตักเตือนลูกชายมาโดยตลอดว่าไม่ควรใช้ความรุนแรงกับผู้อื่น และหากก่อเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทุกครั้งที่ลูกชายออกจากบ้านจะให้พกบัตรประจำตัวผู้ป่วยออทิสติกติดตัวไว้เสมอ รวมถึงเขียนข้อความออทิสติกห้อยไว้กับบัตร โดยตนจะคอยโทรศัพท์ติดตามอยู่ตลอด เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ลูกชายเป็นคนชื่นชอบการนั่งรถโดยสารสาธารณะจึงมักเดินทางออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านตามสถานที่ต่างๆเป็นประจำ
ส่วนกรณีล่าสุดที่บริเวณป้ายรถเมล์ย่านฟอร์จูนทาวน์ เบื้องต้นทราบว่าหลังลงจากรถโดยสาร นายแชมป์ได้เข้าไปทำร้ายผู้เสียหายบริเวณใบหน้า ซึ่งครอบครัวเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่อาการกำเริบ ตนขอโทษผู้เสียหายทุกคน ในฐานะแม่ขอน้อมรับผิดและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าลูกชายไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใคร
ขณะที่นายแชมป์ ได้ยกมือไหว้ผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า “ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
ภายหลังการพูดคุยเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่และญาติได้นำตัวนายแชมป์ขึ้นรถตู้ของ สน.ดอนเมือง เพื่อส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยระหว่างการนำตัวขึ้นรถ นายแชมป์มีอาการตื่นตกใจและพยายามหลบเลี่ยง เจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันควบคุมสถานการณ์และพูดคุยทำความเข้าใจ จนสามารถส่งนายแชมป์เข้าสู่กระบวนการรักษาได้
ที่มา - ข่าวช่องวัน