TERU ย้อนเล่า “ยุคมืด” ของวง แม้จะเป็น Visual Kei แต่กลับทำเพลงบัลลาด จนถึงขั้น “ไม่มีที่ยืนให้กับพวกเราเลยจริง ๆ”

ไม่รู้ยังมีแฟน ๆ สาย J-rock กันบ้างมั๊ยครับพอดีเห็นทางป๋า Teru ไปออกรายการแล้วได้พูดถึงช่วงสมัยวงแรก ๆ น่าสนใจเลยเอามาฝากกันครับเผื่อมีเพื่อน ๆ ชอบวง "Glay" ครับ
ป๋า TERU วง "GLAY" ย้อนเล่า "ยุคมืด" ของวง แม้จะเป็น "Visual Kei" แต่กลับทำเพลงบัลลาด จนถึงขั้น “ไม่มีที่ยืนให้กับพวกเราเลยจริง ๆ”


ป๋า TERU วง "GLAY" ย้อนเล่า "ยุคมืด" ของวง แม้จะเป็น "Visual Kei" แต่กลับทำเพลงบัลลาด จนถึงขั้น “ไม่มีที่ยืนให้กับพวกเราเลยจริง ๆ”
ป๋า TERU ในวัย 55 ปี นักร้องนำของวงร็อก "GLAY" ได้ไปปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ญี่ปุ่น "Oshare Clip" ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 25 และพูดถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "ยุคมืด" ของวง
หลังจากจบชั้นมัธยมปลาย สมาชิกทั้ง 4 คนได้เดินทางจากเมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดฮอกไกโด เข้าสู่กรุงโตเกียว
TERU ได้เล่าว่า แม้พ่อแม่จะคัดค้าน แต่เขาก็พยายามอธิบายและโน้มน้าวจนในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปโตเกียว โดยพ่อแม่บอกกับเขาว่า
“ถ้าผ่านไป 3 ปีแล้วยังไม่ได้เดบิวต์ ก็กลับบ้านมาได้แล้วนะ”
อย่างไรก็ตาม TERU เล่าถึงช่วงเวลานั้นว่า
“พวกเราเรียกช่วงเวลานั้นว่า ‘ยุคมืด’ ครับ เพราะไม่มีเงินจริง ๆ เรียกได้ว่าแทบไม่มีเงินเลย
ถ้าต้องทำงานไปด้วย เวลาที่พวกเราจะซ้อมดนตรีได้ก็คือหลังจากทุกคนเลิกงานแล้ว และช่วงเวลาที่เช่าสตูดิโอแบบแพ็กเกจได้ในราคาถูกก็ต้องเป็นหลังเที่ยงคืนไปแล้วครับ”

พวกเขาจึงใช้ชีวิตด้วยการซ้อมดนตรีในช่วงดึกดื่น แล้วไปทำงานต่อโดยแทบไม่ได้นอน
ความยากลำบากของวง "GLAY" วง "Visual Kei" ที่ร้องเพลงบัลลาด
TAKURO ได้ตอบคำถามในแบบสอบถามเกี่ยวกับช่วงเวลานั้นว่า
“สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือ การที่พวกเราไม่สามารถหาที่ทางให้กับ "GLAY" ในโตเกียว เมืองที่พวกเราใฝ่ฝันอยากมาได้เสียที



ทั้งที่ไว้ผมตั้งสูงและแต่งตัวฉูดฉาด แต่กลับเป็นวงที่ร้องเพลงบัลลาดอันอ่อนโยนด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง
และดูเหมือนว่าในตอนนั้นแทบไม่มีวงที่มีลักษณะแบบนี้อยู่เลย
ทางไลฟ์เฮาส์เองก็ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าควรจัดการกับวง "GLAY" ยังไร เพราะพวกเราเป็นวง "Visual Kei" ที่ร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว เช่น ครอบครัวและมิตรภาพ
ไม่ว่าจะไปติดต่อร้านไหน พวกเราก็มักจะถูกบอกว่า
‘เลือกเอาสักทางสิ!’
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเรารู้สึกเจ็บปวดมากครับ”



TERU เองก็กล่าวถึงเรื่องนี้พร้อมหัวเราะอย่างขมขื่นว่า
“พวกเราถูกถามอยู่บ่อย ๆ ว่า ‘ตกลงพวกแกอยากทำอะไรกันแน่? ทำเพลงให้หนักหน่วงกว่านี้สิ!’”
เขาย้อนเล่าต่อว่า
“พวกเราอยากได้รับโอกาสให้เข้าไปเล่นในอีเวนต์ต่าง ๆ แต่กลับถูกปฏิเสธด้วยคำพูดว่า ‘ที่นี่ไม่สามารถรับพวกคุณได้’
สุดท้ายก็กลายเป็นว่า พวกเราไม่มีที่ยืนให้กับตัวเองเลยจริง ๆ”
แม้จะเผชิญกับความยากลำบาก แต่วง "GLAY" ก็ไม่เคยเปลี่ยนแนวทางของตัวเอง
แม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น TERU ก็ยืนยันว่าพวกเขาไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนทางดนตรี



“TAKURO มีแนวเพลงที่อยากทำและเนื้อเพลงที่อยากเขียนมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายแล้วครับ และวง "GLAY" ก็คือวงที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำสิ่งเหล่านั้นให้เป็นจริง
ผมรู้สึกมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า หน้าที่ของผมคือการถ่ายทอดสิ่งที่ TAKURO ต้องการสื่อสารออกมาให้ทุกคนได้รับรู้ ผ่านการแสดงบนเวทีและการร้องเพลงของผม”
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปวง "GLAY" ก็เริ่มค้นพบที่ทางของตัวเอง
หลังจากนั้น เมื่อยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป และวงอย่าง "LUNA SEA" และ "L'Arc-en-Ciel" ปรากฏตัวขึ้น TERU ก็รู้สึกว่าบรรยากาศในวงการดนตรีเริ่มเปลี่ยนไปด้วย
เขากล่าวว่า
“หลังจากดนตรีที่เน้นท่วงทำนองอันไพเราะเริ่มแพร่หลายมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงเวลานั้น พวกเราก็ค่อย ๆ เริ่มหาที่ทางของตัวเองในวงการได้มากขึ้นครับ”
จากคำสัญญา 3 ปี กลายเป็น 5 ปี
สำหรับคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อแม่ว่าจะกลับบ้านหากผ่านไป 3 ปีแล้วยังไม่ได้เดบิวต์นั้น TERU เปิดเผยว่า ในความเป็นจริงเขาอยู่ต่อจนเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เขาหัวเราะพร้อมกล่าวว่า
“ตอนนั้นก็ประมาณปีที่ 5 แล้วครับ ผมก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเสียอย่างนั้น”


แต่สุดท้ายแล้วทางวงก็ได้พิสูจน์เส้นทางของเขาเรียบร้อยว่าเส้นทางที่เขาเลือกนั้นถูกต้องจริง ๆ ครับและเพลงของวงเพราะเยอะมาก ๆๆๆๆๆ ส่วนตัวผมรู้จักวง "GLAY" กับเพลง "i'm in love" จาก Glay EXPO 99 ครับและก็ติดตามวงมาตั้งแต่วันนั้นเลยครับและเพื่อน ๆ ตามพวกเขาจากเพลงอะไรกันบ้างครับ
Cr. livedoor
ขอฝากเพจเล็ก ๆ ที่ลงเกี่ยวกับ Jrock , Anime ด้วยครับ : zirodaisuki , youtube
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่