นักวิจัยเปลี่ยนไผ่เป็นน้ำมันชีวภาพ ประเมินต้นทุนผลิตเชื้อเพลิงเพียง 2.75 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเทียบเท่า
นักวิจัยจาก Worcester Polytechnic Institute (WPI) สหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า ไผ่อาจเป็นวัตถุดิบทางเลือกสำหรับผลิตเชื้อเพลิงเหลวที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยสามารถแปรรูปเป็นน้ำมันชีวภาพดิบได้ในห้องปฏิบัติการ และมีแนวโน้มพัฒนาสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคต
งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Sustainable Energy & Fuels เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ใช้เทคโนโลยีไฮโดรเทอร์มอลลิควิแฟกชัน (Hydrothermal Liquefaction: HTL) แปรรูปไผ่ด้วยน้ำภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง
ผลทดลองพบว่า เมื่อให้ความร้อนที่ 300 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 นาที โดยไม่เติมตัวเร่งปฏิกิริยา สามารถเปลี่ยนไผ่เป็นน้ำมันชีวภาพดิบได้ 35.6% ของมวลวัตถุดิบ พร้อมกู้คืนคาร์บอนจากวัตถุดิบไว้ในผลิตภัณฑ์น้ำมันได้ 53.1%
ด้านเศรษฐศาสตร์ แบบจำลองประเมินว่าต้นทุนจำหน่ายเชื้อเพลิงจากโรงงานที่พัฒนาเต็มที่แล้วอาจอยู่ที่ประมาณ 2.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอนเทียบเท่าน้ำมันเบนซิน (gasoline-gallon equivalent) ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ราคาขายปลีกน้ำมัน และยังขึ้นอยู่กับสมมติฐานด้านกำลังการผลิตและต้นทุนโรงงาน
ขณะเดียวกัน การประเมินวัฏจักรชีวิตตั้งแต่การผลิตจนถึงการใช้งานพบว่า เชื้อเพลิงจากไผ่อาจมีความเข้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 3.5 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเมกะจูล ซึ่งต่ำกว่าน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมประมาณ 26 เท่าตามเกณฑ์เปรียบเทียบของงานวิจัย
นักวิจัยยังประเมินว่า หากนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ผลิตพลังงานเทียบเท่ากับเอทานอลจากข้าวโพดที่ผลิตในสหรัฐฯ อาจใช้พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 13% ของพื้นที่ที่ใช้ในระบบเอทานอลข้าวโพดที่นำมาเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณจากแบบจำลอง ไม่ใช่ผลการผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรม
แม้ผลการศึกษาจะแสดงศักยภาพของไผ่ในฐานะวัตถุดิบพลังงานหมุนเวียน แต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้ยังเป็นน้ำมันชีวภาพดิบ ซึ่งต้องผ่านการกลั่นและปรับปรุงคุณภาพก่อนนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงตามมาตรฐานสำหรับยานพาหนะ การเพิ่มกำลังการผลิตและพิสูจน์ความคุ้มค่าในโรงงานจริงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญต่อไป
ที่มา
1. Worcester Polytechnic Institute, “WPI Researchers Identify Bamboo as Fuel Alternative,” 14 ตุลาคม 2026
2. Woodard, T. M., Cai, C. M., Walters, J., & Timko, M. T. (2026). “Bamboo as a cost-effective feedstock for production of low carbon transportation fuels.” Sustainable Energy & Fuels. DOI
#ประวัติศาสตร์ #เทคโนโลยี #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #Learning #ความรู้ #News #ข่าว
https://www.facebook.com/share/p/14uD7szYA9N/
⛽ นักวิจัยเปลี่ยนไผ่เป็นน้ำมันชีวภาพ
นักวิจัยจาก Worcester Polytechnic Institute (WPI) สหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า ไผ่อาจเป็นวัตถุดิบทางเลือกสำหรับผลิตเชื้อเพลิงเหลวที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยสามารถแปรรูปเป็นน้ำมันชีวภาพดิบได้ในห้องปฏิบัติการ และมีแนวโน้มพัฒนาสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคต
งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Sustainable Energy & Fuels เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ใช้เทคโนโลยีไฮโดรเทอร์มอลลิควิแฟกชัน (Hydrothermal Liquefaction: HTL) แปรรูปไผ่ด้วยน้ำภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง
ผลทดลองพบว่า เมื่อให้ความร้อนที่ 300 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 นาที โดยไม่เติมตัวเร่งปฏิกิริยา สามารถเปลี่ยนไผ่เป็นน้ำมันชีวภาพดิบได้ 35.6% ของมวลวัตถุดิบ พร้อมกู้คืนคาร์บอนจากวัตถุดิบไว้ในผลิตภัณฑ์น้ำมันได้ 53.1%
ด้านเศรษฐศาสตร์ แบบจำลองประเมินว่าต้นทุนจำหน่ายเชื้อเพลิงจากโรงงานที่พัฒนาเต็มที่แล้วอาจอยู่ที่ประมาณ 2.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอนเทียบเท่าน้ำมันเบนซิน (gasoline-gallon equivalent) ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ราคาขายปลีกน้ำมัน และยังขึ้นอยู่กับสมมติฐานด้านกำลังการผลิตและต้นทุนโรงงาน
ขณะเดียวกัน การประเมินวัฏจักรชีวิตตั้งแต่การผลิตจนถึงการใช้งานพบว่า เชื้อเพลิงจากไผ่อาจมีความเข้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 3.5 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเมกะจูล ซึ่งต่ำกว่าน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมประมาณ 26 เท่าตามเกณฑ์เปรียบเทียบของงานวิจัย
นักวิจัยยังประเมินว่า หากนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ผลิตพลังงานเทียบเท่ากับเอทานอลจากข้าวโพดที่ผลิตในสหรัฐฯ อาจใช้พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 13% ของพื้นที่ที่ใช้ในระบบเอทานอลข้าวโพดที่นำมาเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณจากแบบจำลอง ไม่ใช่ผลการผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรม
แม้ผลการศึกษาจะแสดงศักยภาพของไผ่ในฐานะวัตถุดิบพลังงานหมุนเวียน แต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้ยังเป็นน้ำมันชีวภาพดิบ ซึ่งต้องผ่านการกลั่นและปรับปรุงคุณภาพก่อนนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงตามมาตรฐานสำหรับยานพาหนะ การเพิ่มกำลังการผลิตและพิสูจน์ความคุ้มค่าในโรงงานจริงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญต่อไป
ที่มา
1. Worcester Polytechnic Institute, “WPI Researchers Identify Bamboo as Fuel Alternative,” 14 ตุลาคม 2026
2. Woodard, T. M., Cai, C. M., Walters, J., & Timko, M. T. (2026). “Bamboo as a cost-effective feedstock for production of low carbon transportation fuels.” Sustainable Energy & Fuels. DOI
#ประวัติศาสตร์ #เทคโนโลยี #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #Learning #ความรู้ #News #ข่าว
https://www.facebook.com/share/p/14uD7szYA9N/