เพราะการวิ่งแค่วันเดียว
อาจทำให้ ‘สัตว์ป่า’ต้องเดินอ้อมตลอดชีวิต
ถอดบทเรียน ‘ดราม่าวิ่งเทรลแก่งกระจาน’
สู่คำถามว่าเส้นแบ่งคนกับป่าควรอยู่ตรงไหน?
.
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน หรือเลื่อนฟีดโซเชียลไปมา เราก็อาจเห็นภาพคนกำลังอุ้มน้องหมา น้องแมว หรือถ้าพิเศษขึ้นมาหน่อยก็อาจเห็นคนยกตู้ปลาออกมานั่งเล่นพักผ่อนด้วยกันนอกบ้าน
.
การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ทุกวันนี้จึงมีความใกล้ชิดและมีสายสัมพันธ์ที่พิเศษมากกว่ายุคก่อน และภาพที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านก็กลายเป็นเรื่องปกติของเราไปแล้ว
.
ทว่าในทางกลับกัน โลกของเราไม่ได้มีสัตว์อยู่แค่ในสังคม แต่ยังมีสัตว์อีกมากมายที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในป่าซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังเดียวของพวกเขา ที่ต้องใช้ทั้งสัญชาตญาณเพื่อการอยู่รอดจากสัตว์นักล่าอื่น และเพื่อหาอาหารให้มีชีวิตรอดในแต่ละวัน
.
บ้านของสัตว์เหล่านี้จึงเป็นบ้านเพื่อการอยู่รอด และคงแตกต่างออกไปหากวันหนึ่งบ้านที่เคยเห็นแต่สัตว์ต่างสายพันธ์ุกลายมาเป็นบ้านที่มีมนุษย์เดินผ่าน ความไม่คุ้นชินนี้อาจทำให้สัตว์บางชนิดต้องเป็นฝ่ายหลบซ่อนหรือหนีออกจากบ้านของตัวเอง
.
จากเหตการณ์ที่ผ่านมาในโลกโซเชียล มีการถกเถียงเรื่องการวิ่งเทรลที่จะจัดขึ้นในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งมีกำหนดจัดงานในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 แต่มีเสียงคัดค้านจากกลุ่มประชาชนและนักอนุรักษ์ เพราะเกรงว่าการนำคนจำนวนมากเข้าไปวิ่งในเส้นทางอุทยานจะรบกวนการใช้ชีวิตของสัตว์ป่าและเพิ่มขยะในป่า
.
แม้ทางผู้จัดและทีมสนับสนุนจะยืนยันว่าเส้นทางบางส่วนเป็นเส้นทางสัญจรและเส้นทางดูนกอยู่แล้ว รวมถึงเสนอว่าจะเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นการวิ่งช่วงบ้านกร่างกับพะเนินทุ่งแทน แต่เสียงคัดค้านก็ยังไม่ลดลง เพราะยังต้องมาพิจารณากันใหม่ว่ามาตรการนี้ลดผลกระทบได้อย่างไร
.
ขณะที่เมื่อ 19 ตุลาคม 2569 มีการนัดหารือเพื่อรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาการปรับเส้นทางและมาตรการจัดกิจกรรม โดยผู้จัดระบุว่าจะหาข้อยุติร่วมกับสมาคมอุทยานแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก่อนแจ้งผลให้ทราบ
.
อย่างไรก็ดีล่าสุด 20 ตุลาคม 2569 ทางผู้จัดพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางใหม่มาเป็น พุบอนและเขาดอกไม้ โดยใช้บ้านพุเข็มเป็นจุดปล่อยตัว และเน้นชูไฮไลต์นั่งเรือข้ามอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน โดยให้นักวิ่งนั่งเรือจากอุทยานเพื่อข้ามฟากไปยังจุดสตาร์ทที่พุเข็ม
.
และเพื่อยังคงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ทั้งนี้เส้นทางใหม่ที่ระบุยังเป็นเส้นทางที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
กรณีนี้ทำให้กลับมาตั้งคำถามว่าประเด็นการอนุรักษ์และการจัดงานวิ่งจะมีขอบเขตการอยู่ร่วมกันอย่างไร แล้วควรขีดเส้นไว้ที่ตรงไหน
.
เพราะในมุมมองของมนุษย์ งานวิ่งหรือการท่องเที่ยวอาจเป็นเพียงกิจกรรมชั่วคราว แค่ไม่กี่ชั่วโมง หรือแค่หนึ่งวันบนถนนที่มีผู้คนและรถขับผ่านอยู่แล้ว
.
แต่สำหรับสัตว์ป่า การมีถนนกลับกลายเป็นแนวกั้นตัดผ่านบ้าน ตัดขาดครอบครัว ตัดขาดแหล่งน้ำและอาหารของพวกเขา
.
และการมีคนจำนวนมากเข้าไปในบ้าน ก็ทำให้วิถีชีวิตของสัตว์เหล่านั้นเปลี่ยนไปด้วย
.
เช่นในงานวิจัยด้านนิเวศวิทยาและพฤติกรรมสัตว์ป่าของ ทิม เอส. โดเฮอร์ตี (Tim S. Doherty) และคณะ ที่รวบรวมกรณีศึกษาจากสัตว์กว่า 167 ชนิดทั่วโลก พบว่า สัตว์ป่ามากกว่า 2 ใน 3 มีพฤติกรรมการเดินเปลี่ยนไปเพราะกิจกรรมของมนุษย์
.
โดยมีกลุ่มสัตว์ที่ต้องเดินหลบหรือต้องใช้ระยะเวลานานขึ้นเพื่อเดินอ้อมเพราะต้องการหลบเลี่ยงมนุษย์ เฉลี่ย 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สัตว์อีกกลุ่มเดินน้อยลงเพราะพื้นที่มีจำกัด เฉลี่ย 37 เปอร์เซ็นต์
.
และที่น่าสนใจคือ การรบกวนชั่วคราวแต่เกิดขึ้นซ้ำๆ จากกิจกรรมของมนุษย์เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เช่น การท่องเที่ยว การเดินป่า วิ่ง และการล่าสัตว์ ทำให้สัตว์ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินมากกว่าการตัดไม้หรือแปลงเกษตร เนื่องจากสัตว์ตอบสนองต่อการเจอคนเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับ ‘ผู้ล่าที่คาดเดาไม่ได้’ เพราะคนมีกลิ่น มีเสียงที่แตกต่างจากสัตว์อื่นที่สัตว์ป่าพบเจอ ทำให้สัตว์ป่าไม่ไว้วางใจที่จะอยู่ใกล้มนุษย์
.
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพฤติกรรมบางอย่างของมนุษย์ส่งผลต่อสัตว์ ทั้งต่อการหาอาหารและการเดินตามสัญชาตญาณ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรกลับมาทบทวนการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าอีกครั้ง
.
โดยเฉพาะในผืนป่าแก่งกระจาน หนึ่งในมรดกทางธรรมชาติของโลกที่ยังคงมีความสมบูรณ์ของป่าและพบสัตว์ป่าหายากจำนวนมาก เพื่อให้ผืนป่ายังเป็นบ้านที่ปลอดภัยของสัตว์ ขณะที่กิจกรรมของมนุษย์ก็มีขอบเขตการอยู่ร่วมกันของคนกับป่าอย่างแท้จริง
.
#SOCIETY #BrandThink
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/brandthink.me/photos/society-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/1699613355060327/?set=a.811136570574681
มนุษย์วิ่งแค่วันเดียว แต่สัตว์ป่าต้องเดินอ้อมตลอดชีวิต: ถอดบทเรียน ‘ดราม่าวิ่งเทรลแก่งกระจาน’
อาจทำให้ ‘สัตว์ป่า’ต้องเดินอ้อมตลอดชีวิต
ถอดบทเรียน ‘ดราม่าวิ่งเทรลแก่งกระจาน’
สู่คำถามว่าเส้นแบ่งคนกับป่าควรอยู่ตรงไหน?
.
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน หรือเลื่อนฟีดโซเชียลไปมา เราก็อาจเห็นภาพคนกำลังอุ้มน้องหมา น้องแมว หรือถ้าพิเศษขึ้นมาหน่อยก็อาจเห็นคนยกตู้ปลาออกมานั่งเล่นพักผ่อนด้วยกันนอกบ้าน
.
การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ทุกวันนี้จึงมีความใกล้ชิดและมีสายสัมพันธ์ที่พิเศษมากกว่ายุคก่อน และภาพที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านก็กลายเป็นเรื่องปกติของเราไปแล้ว
.
ทว่าในทางกลับกัน โลกของเราไม่ได้มีสัตว์อยู่แค่ในสังคม แต่ยังมีสัตว์อีกมากมายที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในป่าซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังเดียวของพวกเขา ที่ต้องใช้ทั้งสัญชาตญาณเพื่อการอยู่รอดจากสัตว์นักล่าอื่น และเพื่อหาอาหารให้มีชีวิตรอดในแต่ละวัน
.
บ้านของสัตว์เหล่านี้จึงเป็นบ้านเพื่อการอยู่รอด และคงแตกต่างออกไปหากวันหนึ่งบ้านที่เคยเห็นแต่สัตว์ต่างสายพันธ์ุกลายมาเป็นบ้านที่มีมนุษย์เดินผ่าน ความไม่คุ้นชินนี้อาจทำให้สัตว์บางชนิดต้องเป็นฝ่ายหลบซ่อนหรือหนีออกจากบ้านของตัวเอง
.
จากเหตการณ์ที่ผ่านมาในโลกโซเชียล มีการถกเถียงเรื่องการวิ่งเทรลที่จะจัดขึ้นในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งมีกำหนดจัดงานในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 แต่มีเสียงคัดค้านจากกลุ่มประชาชนและนักอนุรักษ์ เพราะเกรงว่าการนำคนจำนวนมากเข้าไปวิ่งในเส้นทางอุทยานจะรบกวนการใช้ชีวิตของสัตว์ป่าและเพิ่มขยะในป่า
.
แม้ทางผู้จัดและทีมสนับสนุนจะยืนยันว่าเส้นทางบางส่วนเป็นเส้นทางสัญจรและเส้นทางดูนกอยู่แล้ว รวมถึงเสนอว่าจะเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นการวิ่งช่วงบ้านกร่างกับพะเนินทุ่งแทน แต่เสียงคัดค้านก็ยังไม่ลดลง เพราะยังต้องมาพิจารณากันใหม่ว่ามาตรการนี้ลดผลกระทบได้อย่างไร
.
ขณะที่เมื่อ 19 ตุลาคม 2569 มีการนัดหารือเพื่อรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาการปรับเส้นทางและมาตรการจัดกิจกรรม โดยผู้จัดระบุว่าจะหาข้อยุติร่วมกับสมาคมอุทยานแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก่อนแจ้งผลให้ทราบ
.
อย่างไรก็ดีล่าสุด 20 ตุลาคม 2569 ทางผู้จัดพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางใหม่มาเป็น พุบอนและเขาดอกไม้ โดยใช้บ้านพุเข็มเป็นจุดปล่อยตัว และเน้นชูไฮไลต์นั่งเรือข้ามอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน โดยให้นักวิ่งนั่งเรือจากอุทยานเพื่อข้ามฟากไปยังจุดสตาร์ทที่พุเข็ม
.
และเพื่อยังคงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ทั้งนี้เส้นทางใหม่ที่ระบุยังเป็นเส้นทางที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
กรณีนี้ทำให้กลับมาตั้งคำถามว่าประเด็นการอนุรักษ์และการจัดงานวิ่งจะมีขอบเขตการอยู่ร่วมกันอย่างไร แล้วควรขีดเส้นไว้ที่ตรงไหน
.
เพราะในมุมมองของมนุษย์ งานวิ่งหรือการท่องเที่ยวอาจเป็นเพียงกิจกรรมชั่วคราว แค่ไม่กี่ชั่วโมง หรือแค่หนึ่งวันบนถนนที่มีผู้คนและรถขับผ่านอยู่แล้ว
.
แต่สำหรับสัตว์ป่า การมีถนนกลับกลายเป็นแนวกั้นตัดผ่านบ้าน ตัดขาดครอบครัว ตัดขาดแหล่งน้ำและอาหารของพวกเขา
.
และการมีคนจำนวนมากเข้าไปในบ้าน ก็ทำให้วิถีชีวิตของสัตว์เหล่านั้นเปลี่ยนไปด้วย
.
เช่นในงานวิจัยด้านนิเวศวิทยาและพฤติกรรมสัตว์ป่าของ ทิม เอส. โดเฮอร์ตี (Tim S. Doherty) และคณะ ที่รวบรวมกรณีศึกษาจากสัตว์กว่า 167 ชนิดทั่วโลก พบว่า สัตว์ป่ามากกว่า 2 ใน 3 มีพฤติกรรมการเดินเปลี่ยนไปเพราะกิจกรรมของมนุษย์
.
โดยมีกลุ่มสัตว์ที่ต้องเดินหลบหรือต้องใช้ระยะเวลานานขึ้นเพื่อเดินอ้อมเพราะต้องการหลบเลี่ยงมนุษย์ เฉลี่ย 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สัตว์อีกกลุ่มเดินน้อยลงเพราะพื้นที่มีจำกัด เฉลี่ย 37 เปอร์เซ็นต์
.
และที่น่าสนใจคือ การรบกวนชั่วคราวแต่เกิดขึ้นซ้ำๆ จากกิจกรรมของมนุษย์เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เช่น การท่องเที่ยว การเดินป่า วิ่ง และการล่าสัตว์ ทำให้สัตว์ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินมากกว่าการตัดไม้หรือแปลงเกษตร เนื่องจากสัตว์ตอบสนองต่อการเจอคนเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับ ‘ผู้ล่าที่คาดเดาไม่ได้’ เพราะคนมีกลิ่น มีเสียงที่แตกต่างจากสัตว์อื่นที่สัตว์ป่าพบเจอ ทำให้สัตว์ป่าไม่ไว้วางใจที่จะอยู่ใกล้มนุษย์
.
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพฤติกรรมบางอย่างของมนุษย์ส่งผลต่อสัตว์ ทั้งต่อการหาอาหารและการเดินตามสัญชาตญาณ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรกลับมาทบทวนการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าอีกครั้ง
.
โดยเฉพาะในผืนป่าแก่งกระจาน หนึ่งในมรดกทางธรรมชาติของโลกที่ยังคงมีความสมบูรณ์ของป่าและพบสัตว์ป่าหายากจำนวนมาก เพื่อให้ผืนป่ายังเป็นบ้านที่ปลอดภัยของสัตว์ ขณะที่กิจกรรมของมนุษย์ก็มีขอบเขตการอยู่ร่วมกันของคนกับป่าอย่างแท้จริง
.
#SOCIETY #BrandThink
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้