[ รีวิวหนังโรง ] Clayface (2026)



++ Clayface ถือว่าเป็นหนังแนว Body + Psychological Horror เรื่องแรกของ DC Studios ภายใต้การร่วมเขียนบทภาพยนต์โดย Hossein Amini นักเขียนบทชาวอังกฤษ เชื้อสายอิหร่าน และ John Flanagan นักเขียนบท และ ผกก.หนังแนว Horror ที่เป็นตัวตึงคนหนึ่งของวงการ โดยเขามีแนวความคิดที่อยากจะเห็นการ์ตูนที่เกี่ยวกับอาชญากรแห่งเมือง Gotham คนนี้ ได้มีตัวตนขึ้นจริงในรูปแบบ Live Action ก่อนที่หนังจะถูกอนุมัติในยุคของ James Gunn และส่งต่องานกำกับให้กับ James Watkins ผกก. ที่มีผลงานเด่น ๆ ที่ จขกท. ชื่นชอบอย่าง The Women in Black (2012) และ Speak No Evil (2024) เป็นต้น...



++ หนังเล่าเรื่องราวของ Matt Hagen (Tom Rhys Harries) ดาราหนุ่มอนาคตไกลแห่ง Coast City ที่กำลังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยม รวมทั้งงานหนังและงานละครเวทีที่กำลังมาถึงอีกมากมายหลายชิ้น วันหนึ่งขณะที่เขาและเพื่อนซี้อย่าง Corey Bowery (Joshua James) ได้เดินทางกลับไปยัง Gotham City บ้านเกิดของพวกเขา และพวกเขาได้เข้าไปฉลองปาร์ตี้ในผับแห่งหนึ่ง จน Matt ได้พบกับสาวสวยเซ็กซี่ Mia (Joana Ribeiro) สาวข้างกาย Markos มาเฟียคนดังแห่งเมือง Gotham ด้วยเสน่ห์เย้ายวนของ Mia ทำให้ Matt เผลอไปมีอะไรกับเธอ เมื่อตื่นขึ้นมา Matt ก็ได้พบว่าในห้องนั้น เต็มไปด้วยลูกน้องของ Markos ความแค้นทำให้ Markos จับเขากรีดหน้าจนเสียโฉม ภายหลังการศัลยกรรมตกแต่งที่ไม่เป็นผล พร้อมกับความซวยซ้ำซวยซ้อน เขายังได้ถูกโกงเงินจากผู้ดูแลด้านการเงินไปจนหมดตัว และคนในวงการบันเทิงก็ทอดทิ้งเขา Matt สิ้นหวังหมดหนทาง แถมความฉ้อฉลใน Gotham ก็ทำให้ Markos หลุดรอดจากคดี จนเขาได้พบข้อมูลติดต่อของ Dr.Caitlyn Corr (Naomi Ackie) นักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทดลองเรื่องนาโนเซลส์ คืนชีพเซลส์ในร่างกายเพื่อรักษาสภาพให้ดีดังเดิม เขาจึงได้ติดต่อขอเป็นมนุษย์ทดลองให้กับ Dr.Caitlyn งานนี้จะสำเร็จหรือไม่ ความแค้นในใจเขาจะถูกล้างได้หรือไม่ ในขณะเดียวกันก็ได้เกิดคดีฆาตกรรมลึกลับกับคนที่มีเรื่องราวพัวพันกับเขาขึ้นมาเรื่อย ๆ และงานนี้ John Borrelli (Max Minghella) นายตำรวจหน่วยสืบสวนของ Gotham ผู้เป็นคนรักของ Dr.Caitlyn ก็กำลังตามหาตัวคนกระทำอยู่...



++ ภาพรวมของหนังหลังจากที่ได้ดูแล้ว ต้องบอกว่า จขกท. ค่อนข้างชอบหนังเรื่องนี้มากกว่าที่คิดไว้ก่อนดูนะ ภาพรวมของหนังมีความ Dark เป็นการเล่าเรื่องในแบบ Drama ที่เล่นกับเรื่องของ Trauma ในจิตใจของตัวละครนำอย่าง Matt อารมณ์จะมีความหม่นหมอง กดดัน หดหู่ คล้าย ๆ กับ Joker บทช่วงแรกเป็นการปูเนื้อเรื่อง ปมต่าง ๆ ของตัวละคร ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานอยู่เหมือนกัน อาจเพราะผู้สร้างต้องการจะแนะนำตัวละครด้วยมั้ง แต่มันก็ไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ เพราะยังมีซีนความผิดปกติของพระเอกที่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ทำให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจ ส่วนพาร์ทหลังของหนังมีความสนุกดี มีลูกเล่นอะไรต่าง ๆ ที่เกิดจากความผิดปกติของตัวพระเอก ตรงนี้ จขกท. ชอบนะ ด้วยความที่ไม่ได้เป็นแฟนของ Clayface มาก่อน ก็เลยรู้สึกว่ามันสนุกดี มีความครีเอท มีความตื่นตาตื่นใจดีมาก แต่ถึงอย่างไร จขกท. กลับรู้สึกว่าตอนจบของหนังมันอาจจะดร็อปลงมาซักหน่อย คือมันเหมือนว่ารวบรัดตัดตอนมากเกินไป เพราะตัวหนังไม่ยาวมาก 108 นาที แล้วปูเรื่องช่วงแรกค่อนข้างนาน เลยทำให้ตอนจบมันดูรวบไปซักหน่อย แล้วพระเอกกับ Dr.Caitlyn ก็ทำอะไรที่มันเหมือนกับ ไม่ค่อยสมเหตุสมผลตามคิดของ จขกท. นะ คือมันมีเหตุการณ์รุนแรงก่อนหน้านี้ แต่จะให้จบแบบนี้ มันค่อนข้างจะงง ๆ หน่อยครับ...

++ สิ่งที่ชอบมากคงไม่พ้นเรื่องของ Effects ที่หนังนำเสนอ ต้องบอกเลยว่าหนังมีความรุนแรงนำเสนอค่อนข้างมาก และอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ซึ่งตรงนี้หนังก็ได้นำเสนอผ่านงานทั้งที่เป็น Practical Effects และ CGI ซึ่ง จขกท. ต้องบอกว่าทีมสร้างทำออกมาได้ดีทั้งคู่ ภาพที่ออกมามันเลยมีความสมจริงมาก ชนิดที่เรียกได้ว่า คนที่กลัวเลือด กลัวแผล กลัวภาพการผ่าตัด กลัวอะไรที่มันเหลว ๆ เละ ๆ หยะแหยง ๆ แหวะ ๆ น่าจะทนดูได้ลำบากหน่อย ขนาด จขกท. ว่าตัวเองมีขีดความสามารถรับชมที่สูงแล้วนะ ยังมีบางซีนแอบเบือนหน้าหนีเลยครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพอเป็น Live Action แล้ว งานที่ออกมาถือว่าดีมากเลยทีเดียว...



++ ด้านงานแสดง สำหรับหนุ่ม Tom Rhys Harries ถือว่าสอบผ่าน ไม่รู้ว่า จขกท. คิดไปเองหรือเปล่าว่า รูปทรงใบหน้าของเขามันเหมาะกับการเล่นบท Clayface มาก ๆ คือ หน้าของเขาจะมีมุมมีเหลี่ยมที่พอมาใส่ Effects เป็น Clayface แล้ว มันค่อนข้างจะลงตัวในความเป็น Live Action มาก ๆ นอกจากนี้เขายังรับมือกับพาร์ท Drama หนัก ๆ ในเรื่องได้ดีทีเดียว ส่วนสาว Naomi Ackie เธอก็เล่นหนังได้ตามมาตรฐานมาตลอดอยู่แล้ว ในเรื่องนี้อาจจะมีติดในส่วนของ Characters ของพวกตัวร้าย ที่มันอาจจะดูโบราณไปหน่อย แบบเล่นใหญ่เล่นโตอะไรแบบนี้ แต่ภาพรวมไม่ติดอะไรครับ...



++ สรุป Clayface เป็นหนังที่มีภาพรวมออกแนว Drama แบบหนัก ๆ อารมณ์ของหนังมีความเครียด หดหู่ กดดัน ฉากความรุนแรงล้นเหลือ ระดับ 18+ เป็นหนังที่ดูแล้ว depressed มาก ๆ แต่ทุกอย่างที่ออกมาทีมสร้างทำถึง จขกท. ชอบครับ หนังมีทุนสร้างไม่สูงมาก ไม่เกิน 44 ล้านเหรียญ ดังนั้น คงไม่เจ๊งอย่างแน่นอนครับ ใครอยากดูอะไรที่เป็นจังหวะใหม่ ๆ จาก DC จขกท. แนะนำให้ดูครับ...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่