[ รีวิวหนังดี ] Other Mommy (2026)



++ ถ้าจะพูดถึงหนังเรื่องนี้เป็นอย่างแรก คงต้องบอกว่า จขกท. อยากจะตั้ง Genre ใหม่ให้กับหนังเรื่องนี้ โดยให้เป็นหนังแนว Creative Philosophical Horror หรือ หนังสยองขวัญแนวปรัชญาเชิงสร้างสรรค์ เพราะภาพรวมของหนังมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ สิ่งที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์สำหรับหนังเรื่องนี้ในเมืองไทยเลยก็คือ หนังเรื่องนี้ไม่มีการฉายรอบสื่อก่อนฉายจริงครับ ซึ่งทุกคนก็ค่อนข้างงงเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่อย่างไรก็ดี หนังเรื่องนี้ก็มียันต์กันเหนียวไว้ 3 ผืนเลยครับ ซึ่งทั้ง 3 ผืนนี้มีชื่อว่า Blumhouse, James Wan และ Rob Savage ผกก. หนุ่มไฟแรง เจ้าของผลงานอย่าง Host (2020), Dashcam (2021) และ The Boogeyman (2023) ทำให้ จขกท. ค่อนข้างมั่นใจว่าหนังเรื่องนี้ไม่น่าจะอ่อมอย่างแน่นอนครับ...

++ Other Mommy เป็นหนังแนว Supernatural Psychological Horror ที่ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวที่ประกอบไปด้วย Russell (Jay Duplass) ผู้เป็นพ่อ, Ursula (Jessica Chastain) ผู้เป็นแม่ และ Bela (Arabella Olivia Clark) ลูกสาววัย 8 ขวบ ทั้งหมดอาศัยอยู่ในบ้านที่แสนจะอบอุ่น หากแต่วันหนึ่ง Bela กลับพบว่ามีบางสิ่งที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนของเธอ และมันมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกับแม่ของเธอ แถมยังดูเหมือนจะเข้าใจจิตใจของเธอมากกว่าแม่ของเธออีก ซึ่งเมื่อสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดได้รับรู้เรื่องราวเร้นลับนี้แล้ว พวกเขาจะทำอย่างไรกัน ต้องติดตามครับ...



++ ความรู้สึกหลังดูหนังจบแล้วก็คือ หนังมีกลิ่นอายของหนัง 3 เรื่องมารวม ๆ กัน คือ Boogeyman + Clayface และ Ghostbusters การเล่าเรื่องและการดำเนินเรื่องเร็วมาก หนังมีความยาวแค่ 93 นาที เปิดเรื่องมาไม่พูดพล่ามทำเพลง แนะนำตัวละครนิดหน่อยแล้วผีก็ออกเลย จากนั้นก็หลอกหลอนกันไป คนสู้กับผี คนหนีผีไปตลอดทั้งเรื่อง สิ่งที่ จขกท. ชอบมาก ๆ สิ่งแรกจากหนังเรื่องนี้อย่างที่บอกคือ ความ creative ในเรื่องฉากผีหลอก มันเป็นอะไรที่ดูเหมือนคิดมาอย่างดีแล้ว ชี้ชัดแล้วว่าจะตีตอนไหน แบบใด และไม่ซ้ำซาก มีความคิดสร้างสรรค์ดีมาก ๆ ระหว่างที่ดูหนังไปก็รู้สึกอยากติดตามว่าผีมันจะหลอกคนในรูปแบบไหนบ้างนะ เพราะจุดเด่นของผีในเรื่องนี้ คือ มันเป็นปีศาจที่สามารถจำแลงกายเป็นอะไรก็ได้ เพื่อหลอกให้คนเชื่อในตัวมัน ทำให้ยุทธวิธีการหลอกของผีมันหลากหลายมาก และงานสยองขวัญก็มาครบทั้ง ตุ้งแช่ โผล่ทางโน้นทางนี้ บิดเนื้อหักตัวท่ากายกรรมกวางเจา แทงทะลุอวัยวะ หัวระเบิด เลือดสาดนองเต็มพื้น มาหมดเลยจ้า แต่ถามว่าน่ากลัว สยองขวัญมั้ย ก็ใช่ครับ แต่ จขกท. บอกเลยว่าความปั่นจิต ปั่นประสาท และความครีเอทในการพาตัวละครไปหลอกผีนั้นมัน เริ่ดมาก!!! อิอิ...



++ ต่อมาเรื่องของบทหนังนั้น เรียกได้ว่า หนังเรื่องนี้มันมีสารที่ต้องการสื่อในเรื่องของปรัชญาชีวิตและการดำเนินชีวิตครอบครัว ซึ่งดูเหมือนจะหนัก ใช่ครับ! เนื้อหาจริง ๆ ค่อนข้างหนัก แต่เขาก็มีวิธีเล่าที่ทำให้มันย่อยง่ายขึ้น มีความเบาลง โดยเฉพาะพาร์ทที่จะต้องพูดกับเด็ก ซึ่งตัวกลางที่เขายกมา คือ คุณยายใจดีของแม่สาวน้อย Bela นั่นเอง ซึ่งตรงนี้ทำให้หนังดูมีความอบอุ่นขึ้นด้วย และสารที่หนังต้องการสื่อก็จะเป็นตัวขับเคลื่อนหนังไปตลอดทั้งเรื่อง อันนี้ถ้าเรามองลึก ๆ มันก็สามารถที่จะเปรียบเทียบได้ว่า เรื่องราวร้าย ๆ ในหนังนั้น มันก็เป็นเหมือนสัญญะที่พูดถึงเรื่องราวที่ไม่ดีในจิตใจของสมาชิกในครอบครัว ที่ภายนอกดูเหมือนจะอบอุ่น รักกันดี แต่ภายในเต็มไปด้วยความลับ การปิดบังโกหก และความขาดแคลนซึ่งความเข้าใจที่มีต่อกันจริง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นเหมือนช่องโหว่ให้เหล่าบรรดาภูติผีปีศาจร้ายในขุมนรก ได้ผุดขึ้นมาเพื่อเข้ามายึดครองจิตใจคน ๆ นั้นได้ ถ้าคน ๆ นั้นจิตใจไม่เข้มแข็งพอ ซึ่งเหยื่อของพวกมันก็คือพวกเด็ก ๆ ที่มีใจบริสุทธิ์ อ่อนต่อโลกนั่นเอง...



++ ด้านงานสร้าง จขกท. ชอบนะ อย่างที่บอกไป คือ ซีนผีหลอกมันดูครีเอทดี แถมยังรู้สึกได้ว่า บางซีนเหมือน ผกก. จะทำออกมาเพื่อคารวะซีนผีหลอกจากหนังเรื่องดัง ๆ เรื่องก่อน ๆ คือ มันดูมีความคุ้นหูคุ้นตามาก แต่สิ่งหนึ่งที่ จขกท. อยากพูดถึง คือ พาร์ทปราบผี คือ เอาตรง ๆ ว่ามันดูประดักประเดิดมาก ไอ่ทีมปราบผีอ่ะ มันดูไม่เข้ากับบรรยากาศหนังก่อนหน้านั้นเลย แต่ถ้าจะบอกว่า ผกก. ใส่มาเพื่อคารวะหนังดังในสมัยก่อน จขกท. ก็คงคิดว่าเป็นไปได้นะ แถมซีนหลังจากนั้นเจ้าครอบครัวนี้ก็ยังมีบทแนวตลกรับประทานอีก ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องราวคอขาดบาดตาย มันเหมือน ผกก. เขาต้องการที่จะเสียดสีอะไรบางอย่างหรือเปล่า น่าคิดนะครับ อิอิ ส่วนงานถ่ายทำ การออกแบบผี การดีไซน์ต่าง ๆ จขกท. ว่า ผกก. ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก The Boogeyman (2023) ค่อนข้างเยอะ ก็ใช่สิ! เพราะ ผกก. เขาก็กำกับทั้ง 2 เรื่องนี้ไงครับ ด้านพาร์ทงานแสดง Jessica Chastain เล่นบท Other Mommy ได้ดีมาก ปั่นประสาทสุด ส่วนแม่หนูน้อย Arabella Olivia Clark ก็ทำผลงานได้ดีมากครับ เก่งเกินเด็ก...



++ สรุปว่า Other Mommy เป็นหนังสยองขวัญเรท R ที่มีของพอตัว จขกท. ชอบนะ มีคนเคยถามว่าเราจะสามารถส่งผ่านความคิดที่เป็นเชิงปรัชญา (ชีวิต) ในหนังสยองขวัญได้หรือไม่ ? จขกท. ก็คงตอบว่า ให้ลองดูหนังเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง อาจจะพอใช้ได้อยู่เหมือนกันนะครับ อย่างที่หนังบอกไว้ว่า "ไม่มีใครมีชีวิตอยู่โดยปราศจากรอยแผล แต่คนเราจะเป็นคนเลือก หรือไม่เลือกว่าจะเอาอะไรมาใส่ในชีวิต เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้มนุษย์แข็งแรงขึ้น" อยากให้ลองเข้าไปดูกันครับ หนังครีเอทใช้ได้เลยครับ อ้อ! หนังมีฉากหลัง end credit สั้น ๆ 1 ฉาก แต่จะรอดูหรือไม่ก็ได้ครับ...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่