แพ็กเจของเกาหลี ต้นกำเนิดอารยธรรมญี่ปุ่น



​หากพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจนึกถึงความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์หรือการแข่งขันทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าเราย้อนกลับไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4 ถึง 7 (ยุคโคฟุน - ยุคอาสึกะของญี่ปุ่น) ภาพประวัติศาสตร์จะกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง
​ในยุคนั้น บนคาบสมุทรเกาหลีแบ่งออกเป็น 3 อาณาจักร คือ โคกูรยอ, แพ็กเจ (百濟) และชิลลา โดยที่ อาณาจักรแพ็กเจ (คนญี่ปุ่นเรียกว่า "คุดาระ" Kudara / 百済) ไม่ได้เป็นเพียงพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของราชสำนักยามาโตะ (ญี่ปุ่นโบราณ) เท่านั้น แต่ยังเป็นมารดาต้นกำเนิดอารยธรรมและต้นตระกูลทางสายเลือดของชนชั้นสูงรวมถึงราชวงศ์ญี่ปุ่น
​วันนี้จะรวบรวมทุกมิติแบบเจาะลึก ตั้งแต่สายเลือดจักรพรรดิ ตัวอักษร พระพุทธศาสนา สถาปัตยกรรม กฎหมาย ไปจนถึงเหล้าสาเก โดยอ้างอิงจาก บันทึกประวัติศาสตร์ชั้นต้นของทั้ง 3 ประเทศ (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี) พร้อมยกประโยคต้นฉบับมาเทียบให้เห็นกันแบบชัดๆ ครับ

​1. สายเลือดราชวงศ์ญี่ปุ่นและตระกูลขุนนางยามาโตะ
​ประเด็นที่สร้างความตกตะลึงให้คนยุคปัจจุบันมากที่สุด แต่กลับบันทึกไว้อย่างเปิดเผยในพงศาวดารหลวงของญี่ปุ่นเอง คือเรื่อง "สายเลือดแพ็กเจในราชวงศ์อิมพีเรียล" และชนชั้นปกครองของญี่ปุ่น

​1.1 จักรพรรดิคัมมุ และคำแถลงของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ
​ในปี ค.ศ. 2001 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (พระราชบิดาของจักรพรรดินารูฮิโตะองค์ปัจจุบัน) ได้พระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 68 พรรษา โดยมีใจความสำคัญที่กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกว่า:
​"ในส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความผูกพันทางสายเลือดกับเกาหลี จากการที่มีบันทึกไว้ในพงศาวดารโชคุนิฮงงิ (Shoku Nihongi) ว่าพระราชมารดาของจักรพรรดิคัมมุ (Emperor Kammu) ทรงสืบเชื้อสายมาจากพระเจ้ามูรยอง (King Muryeong) กษัตริย์แห่งอาณาจักรแพ็กเจ"
​หลักฐานจากบันทึกญี่ปุ่น — พงศาวดารโชคุนิฮงงิ (続日本紀 - Shoku Nihongi, ค.ศ. 797) บรรพที่ 40 (ปีเอ็นเรียคุที่ 9 / ค.ศ. 790):
บันทึกคำไว้อาลัยพระราชชนนีพันปีหลวง ทาคาโนะ โนะ นิอิกะสะ (Takano no Niigasa / 高野新笠) พระราชมารดาของจักรพรรดิคัมมุ (ผู้สถาปนาเมืองหลวงเกียวโตและเป็นต้นสายราชวงศ์ญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า:
​ข้อความต้นฉบับ: 「皇太后姓和氏、諱新笠... 后先出自百済武寧王之子純陀太子... 百済遠祖都慕王者、河伯之女感日精而所生、皇太后即其後也。」
คำแปล: "พระราชชนนีพันปีหลวง เดิมสกุลยามาโตะ พระนามว่า นิอิกะสะ... บรรพบุรุษของพระองค์สืบเชื้อสายมาจาก องค์ชายจุนดะ (Prince Junda / 純陀太子) พระราชโอรสของพระเจ้ามูรยองแห่งแพ็กเจ (King Muryeong / 百済武寧王)... บรรพบุรุษผู้ห่างไกลของแพ็กเจคือพระเจ้าทูโม (พระเจ้าจูมง) ผู้ประสูติจากธิดาเทพแม่น้ำฮาแบ็กที่ต้องแสงอาทิตย์ พระราชชนนีพันปีหลวงก็คือผู้สืบสายเลือดนั้นนั่นเอง"
​หลักฐานจากบันทึกเกาหลีและโบราณคดี — พงศาวดารซัมกุกซากิ (三國史記 - Samguk Sagi) และสุสานพระเจ้ามูรยอง:
ในปี ค.ศ. 1971 นักโบราณคดีเกาหลีค้นพบสุสานของพระเจ้ามูรยอง (무령왕릉) ที่เมืองคงจู ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งไม่เคยถูกโจรปล้นสุสานเลย เมื่อตรวจสอบโลงพระศพไม้ของพระเจ้ามูรยอง พบว่าทำจาก ไม้สนร่มญี่ปุ่น (Kōyamaki - 高野槙) ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นที่ขึ้นเฉพาะทางตอนใต้ของเกาะญี่ปุ่นเท่านั้น ยืนยันการเชื่อมโยงระดับราชวงศ์ระหว่างแพ็กเจและยามาโตะอย่างไร้ข้อกังขา

​1.2 ชนชั้นปกครองญี่ปุ่นกว่า 1 ใน 3 มาจากผู้อพยพ (โดยเฉพาะแพ็กเจ)
​หลักฐานจากบันทึกญี่ปุ่น — ทำเนียบรายชื่อตระกูลขุนนางฉบับใหม่ (新撰姓氏録 - Shinsen Shōjiroku, ค.ศ. 815):
จัดทำขึ้นตามพระบัญชาของจักรพรรดิซางะ เพื่อรวบรวมรายชื่อตระกูลชนชั้นสูงในเขตคิไน (นารา-เกียวโต-โอซาก้า) จำนวน 1,182 ตระกูล พบว่ามีถึง 326 ตระกูล (เกือบ 30%) ที่ถูกระบุอย่างเป็นทางการว่าเป็นกลุ่ม "โชบัง" (諸蕃 - ตระกูลเชื้อสายต่างชาติ) และในกลุ่มนี้ ตระกูลที่มาจากแพ็กเจมีจำนวนมากที่สุด (มากกว่าตระกูลจากจีน โคกูรยอ และชิลลา)
​ตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคอาสึกะอย่าง ตระกูลโซกะ (Soga clan - 蘇我氏) ซึ่งกุมอำนาจทางการเมืองเหนือราชสำนักยามาโตะยาวนานกว่าศตวรรษ และ ตระกูลคุดาระ โนะ โคนิคิชิ (Kudara no Konikishi - 百済王氏) ต่างก็มีรากเหง้าและความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับชนชั้นปกครองของแพ็กเจโดยตรง

​2. ระบบตัวอักษร วรรณกรรม และลัทธิขงจื๊อ
​ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 5 ญี่ปุ่นยังไม่มีระบบตัวอักษรใช้เอง การที่ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ที่มีการจดบันทึก เกิดจากการส่งปราชญ์จากแพ็กเจเข้าไปวางระบบการศึกษาให้ราชสำนักยามาโตะ
บุคลากรจากแพ็กเจบทบาทสำคัญในญี่ปุ่นคัมภีร์/ความรู้ที่นำไปมอบให้
- อาจิกิ (Achiki / 阿直岐) พระอาจารย์คนแรกขององค์ชายรัชทายาทญี่ปุ่น (เจ้าชายอุจิ โนะ วากิอิราตสึโกะ) คัมภีร์ขงจื๊อเบื้องต้น และการเพาะพันธุ์ม้าชั้นดี
- ปราชญ์วานิ (Wani / 王仁 - 왕인) ต้นตระกูลฟุมิ (Fumi-no-obito) ผู้รับผิดชอบงานอาลักษณ์และเอกสารหลวงทั้งหมดของญี่ปุ่นคัมภีร์หลุนอวี่ (Analects) 10 ม้วน และคัมภีร์เชียนจื้อเหวิน (พันอักษร) 1 ม้วน
- บัณฑิตห้าคัมภีร์ (Gokyō Hakase / 五経博士)คณะนักวิชาการจากแพ็กเจที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปสอนชนชั้นสูงญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องปรัชญาขงจื๊อ การบริหารราชการแผ่นดิน พิธีกรรม และประวัติศาสตร์
​หลักฐานจากบันทึกจีน พงศาวดารราชวงศ์สุย (隋書 - Book of Sui, ค.ศ. 636) บรรพที่ 81 ว่าด้วยแคว้นวะ (倭國傳):
ราชสำนักจีนได้บันทึกประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น (แคว้นวะ) ไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า "ญี่ปุ่นเริ่มต้นมีตัวอักษรใช้เพราะแพ็กเจ":
​ข้อความต้นฉบับ: 「無文字,唯刻木結繩。敬佛法,於百濟求得佛經,始有文字。」
คำแปล: "เดิมที (แคว้นวะ/ญี่ปุ่น) ไม่มีตัวอักษร มีเพียงการบากไม้และผูกปมเชือก ต่อมาให้ความเคารพในพุทธธรรม ได้ขอคัมภีร์พุทธศาสนาจากอาณาจักรแพ็กเจ จึงเริ่มต้นมีตัวอักษรใช้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา"
​หลักฐานจากบันทึกญี่ปุ่น — โคจิกิ (古事記 - Kojiki, ค.ศ. 712) บรรพกลาง รัชสมัยจักรพรรดิโอจิน:
​ข้อความต้นฉบับ: 「又科賜百済国、若有賢人者貢上。故、受命以貢上人名、和邇吉師。即論語十巻、千字文一巻、并十一巻付是人即貢進。」
คำแปล: "และได้มีรับสั่งไปยังอาณาจักรแพ็กเจว่า หากมีปราชญ์ผู้รู้ให้ส่งตัวมา ดังนั้นผู้ที่ถูกส่งตัวมาตามรับสั่งคือผู้มีนามว่า วานิกิชิ (ปราชญ์วานิ) โดยได้นำ คัมภีร์หลุนอวี่ (คำสอนขงจื๊อ) 10 ม้วน และคัมภีร์เชียนจื้อเหวิน (คัมภีร์พันอักษร) 1 ม้วน รวม 11 ม้วน มอบให้ผู้นี้นำมาถวาย"
​หลักฐานจากบันทึกญี่ปุ่น — นิฮงโชกิ (日本書紀 - Nihon Shoki, ค.ศ. 720) รัชสมัยจักรพรรดิโอจิน ปีที่ 15 และ 16:
​ข้อความต้นฉบับ: 「十五年秋八月壬戌朔丁卯、百濟王遣阿直岐、貢良馬二匹... 阿直岐亦能讀經典。即太子菟道稚郎子師焉。於是、天皇問阿直岐曰、如勝汝博士亦有耶。對曰、有王仁者、是秀也... 十六年春二月、王仁來之。則太子菟道稚郎子師之、習諸典籍於王仁、莫不通達。」
คำแปล: "ปีที่ 15 เดือน 8 กษัตริย์แพ็กเจส่งอาจิกิมาพร้อมม้าพันธุ์ดี 2 ตัว... อาจิกิสามารถอ่านคัมภีร์คลาสสิกได้แตกฉาน องค์ชายรัชทายาทอุจิ โนะ วากิอิราตสึโกะจึงทรงฝากตัวเป็นศิษย์ จักรพรรดิตรัสถามอาจิกิว่า 'ยังมีบัณฑิตที่เก่งกาจกว่าเจ้าอีกหรือไม่?' อาจิกิทูลตอบว่า 'มีผู้ชื่อว่า วานิ ซึ่งยอดเยี่ยมยิ่งนัก' ปีที่ 16 เดือน 2 วานิเดินทางมาถึง องค์ชายรัชทายาทจึงทรงศึกษาคัมภีร์ทั้งปวงกับวานิ จนแตกฉานทุกแขนง"

​นอกจากนี้ นักโบราณคดียังขุดพบ ป้ายไม้โบราณ (Mokkan - 木簡) ในเมืองนาราและอาสึกะ ซึ่งใช้ระบบการยืมเสียงอักษรจีนมาเขียนภาษาท้องถิ่น (Man'yōgana อันเป็นต้นกำเนิดของ"อักษรฮิรางานะและคาตากานะ") ซึ่งมีรูปแบบและไวยากรณ์ตรงกับป้ายไม้ที่ขุดพบในเมืองซาบี (พูยอ) เมืองหลวงของแพ็กเจทุกประการ

​3. พระพุทธศาสนา และอุดมการณ์ทางการเมืองของเจ้าชายโชโตกุ
​พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นรากฐานทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ไม่ได้เดินทางจากจีนหรืออินเดียเข้าสู่ญี่ปุ่นโดยตรง แต่ถูกส่งมอบอย่างเป็นทางการโดย พระเจ้าซองแห่งแพ็กเจ (King Seong of Baekje / 성왕 - ในบันทึกญี่ปุ่นเรียกว่า เซเมโอ 聖明王) ในปี ค.ศ. 538 (หรือ ค.ศ. 552 ตามลำดับเวลาในนิฮงโชกิ)
​หลักฐานจากบันทึกญี่ปุ่น — นิฮงโชกิ (日本書紀) รัชสมัยจักรพรรดิคินเม ปีที่ 13 (ค.ศ. 552):
พระเจ้าซองแห่งแพ็กเจทรงส่งคณะทูตนำพระพุทธรูปสำริดเคลือบทอง ธงฉัตร และคัมภีร์พระสูตร พร้อมพระราชสาส์นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณกรรมพุทธศาสนาชิ้นเอกชิ้นแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น:
​ข้อความต้นฉบับ: 「冬十月、百濟聖明王... 獻釋迦佛金銅像一軀・幡蓋若干・經論若干卷。別表讚流通禮拜功德云:『是法於諸法中、最爲殊勝。難解難入。周公・孔子、尚不能知。此法能生無量無邊福徳果報、乃至成辨無上菩提。』」
คำแปล: "ฤดูหนาว เดือน 10 พระเจ้าซองเมียง (พระเจ้าซอง) แห่งแพ็กเจ... ทรงถวายพระพุทธรูปศากยมุนีสำริดเคลือบทอง 1 องค์ ธงและฉัตรจำนวนหนึ่ง และคัมภีร์พระสูตรอีกหลายม้วน พร้อมพระราชสาส์นสรรเสริญอานิสงส์แห่งการเผยแผ่และบูชาว่า: 'ธรรมะนี้ในบรรดาธรรมทั้งปวง ประเสริฐที่สุด ยากจะเข้าใจและเข้าถึง แม้แต่โจวกงและขงจื๊อก็ยังมิอาจหยั่งรู้ ธรรมนี้สามารถก่อให้เกิดบุญกุศลและผลานิสงส์อันไร้ประมาณ จนกระทั่งสามารถบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณได้'"
​หลักฐานจากบันทึกเกาหลี — ซัมกุกซากิ (三國史記) และ ซัมกุกยูซา (三國遺事):
บันทึกถึงความรุ่งเรืองสูงสุดของพุทธศาสนาในแพ็กเจภายใต้ราชสำนักซาบี ซึ่งมีธรรมเนียมการส่งพระภิกษุและภิกษุณีไปศึกษาและเผยแผ่ธรรมะ โดยในฝั่งญี่ปุ่น แม่ชีกลุ่มแรกของญี่ปุ่น (นำโดย แม่ชีเซนชิน - Zenshin-ni) ก็ต้องเดินทางข้ามทะเลไปศึกษาพระวินัยและรับการอุปสมบทที่อาณาจักรแพ็กเจในปี ค.ศ. 587 ก่อนจะกลับมาวางรากฐานคณะสงฆ์ในญี่ปุ่น
​พระอาจารย์ของเจ้าชายโชโตกุ (Prince Shōtoku):
เจ้าชายโชโตกุ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นยุคอาสึกะ ผู้ร่าง "รัฐธรรมนูญ 17 มาตรา" และ "ระบบหมวกและยศขุนนาง 12 ขั้น" ทรงศึกษาพระไตรปิฎกและปรัชญาการเมืองจากพระสงฆ์ผู้เป็นพระอาจารย์เอก 2 รูป ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พระภิกษุฮเยจง (Hyechong / 恵総 - 혜총) พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เดินทางมาจากแพ็กเจในปี ค.ศ. 595
[มีต่อ]

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่