เมื่อพูดถึง "อู่เจ๋อเทียน" หรือ "บูเช็คเทียน" เรามักจะนึกถึงความยิ่งใหญ่ การขึ้นเป็นจักรพรรดินีองค์เดียวของจีน และการขยายอำนาจอันเกรียงไกรของราชวงศ์ถัง แต่รู้หรือไม่ครับว่า ในยุคที่เธอกุมอำนาจบริหารอยู่เบื้องหลังจักรพรรดิเกาจง (ช่วงที่เรียกว่า 'สองอริยะ') ต้าถังเคยเผชิญกับความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ นั่นคือ "ความล้มเหลวในการผนวกคาบสมุทรเกาหลี" และพ่ายแพ้ให้กับอาณาจักร "ชิลลา" (Silla)
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่สงครามแย่งชิงดินแดนธรรมดา แต่เป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมทางการเมืองที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของทั้งสองชาติ วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกเหตุการณ์นี้ พร้อมกางบันทึกประวัติศาสตร์ของทั้งฝั่งจีนและเกาหลีมาเทียบกันครับ!
ภาค 1: พันธมิตรซ่อนดาบ (ถัง-ชิลลา)
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 7 คาบสมุทรเกาหลีแบ่งเป็น 3 อาณาจักรใหญ่คือ โคกูรยอ, แพ็กเจ และ ชิลลา
ชิลลาซึ่งเป็นแคว้นที่อ่อนแอกว่าในตอนนั้น ได้ส่งทูตไปขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์ถังเพื่อจัดการกับคู่แข่ง ต้าถัง (ซึ่งตอนนั้นบูเช็คเทียนมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชการแล้ว) เล็งเห็นโอกาสทองในการขยายอิทธิพล จึงตกลงเป็นพันธมิตร ส่งกองทัพอันเกรียงไกรนำโดยแม่ทัพชื่อดังอย่าง เซวียเหรินกุ้ย (Xue Rengui - ซิยินกุ้ย) มาร่วมรบ
ปี ค.ศ. 660: ถังและชิลลาร่วมกันพิชิต แพ็กเจ
ปี ค.ศ. 668: ถังและชิลลาร่วมกันพิชิต โคกูรยอ
ดูเหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดีใช่ไหมครับ? แต่เปล่าเลย ต้าถังเผยธาตุแท้ออกมาหลังเสร็จศึก โดยไม่ยอมถอนทหาร แต่กลับตั้ง "กองบัญชาการอันตง" (Andong Protectorate / 安東都護府) ขึ้นที่เปียงยาง โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ "เปลี่ยนคาบสมุทรเกาหลีให้เป็นมณฑลหนึ่งของจีน" ซ้ำยังแอบตั้งหุ่นเชิดไปปกครองดินแดนเดิมของแพ็กเจและชิลลาบางส่วน
ภาค 2: ชิลลาตาสว่าง และ สงครามถัง-ชิลลา (ค.ศ. 670–676)
พระเจ้ามุนมู (King Munmu) แห่งชิลลา รู้ตัวแล้วว่า "หนีเสือปะจระเข้" ต้าถังไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่มาเพื่อฮุบทั้งหมด! พระเจ้ามุนมูจึงตัดสินใจทำสงครามขับไล่ต้าถัง กลยุทธ์ที่ชิลลาใช้คือความใจกว้างขั้นสุด โดยการรับเอา "อดีตศัตรู" คือเชลยศึกและผู้ลี้ภัยชาวโคกูรยอและแพ็กเจ ให้มาร่วมมือกันเพื่อต่อต้านผู้รุกรานชาวแผ่นดินใหญ่
สงครามยืดเยื้อและนองเลือดมาก ชิลลาใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และการรบแบบกองโจร ทำให้ทหารจีนที่คุ้นเคยกับที่ราบต้องลำบาก
จุดเปลี่ยนสำคัญ: 2 มหายุทธการ
ยุทธการที่แมโซซอง (Battle of Maesoseong - ค.ศ. 675): กองทัพชิลลาที่มีกำลังพลราว 30,000 นาย สามารถต้านทานและปราบกองทัพถังที่ส่งมาเสริมกำลังนับแสนนายได้สำเร็จ ยึดม้าและอาวุธของจีนได้มหาศาล
ยุทธการที่คีบอุลโพ (Battle of Kibolpo - ค.ศ. 676): กองเรือชิลลาปะทะกับกองเรือต้าถัง (นำโดยเซวียเหรินกุ้ย) ที่บริเวณปากแม่น้ำกึม แม้ช่วงแรกชิลลาจะเพลี่ยงพล้ำ แต่ก็พลิกกลับมาเอาชนะได้ในการปะทะย่อยหลายสิบครั้ง จนกองทัพถังต้องยอมล่าถอย
ท้ายที่สุด ต้าถังต้องถอนกองบัญชาการอันตงถอยร่นไปอยู่ที่เหลียวตงแทน ปล่อยให้ชิลลารวบรวมคาบสมุทรตอนใต้ของแม่น้ำแทดงได้สำเร็จ เกิดเป็นยุค Unified Silla (รวมชิลลา)
ภาค 3: กางพงศาวดาร สองชาติบันทึกไว้อย่างไร?
ทีนี้เรามาดู "หลักฐานทางประวัติศาสตร์" กันครับ ว่าจีนที่แพ้ กับเกาหลีที่ชนะ เขาจดบันทึกเรื่องนี้กันไว้อย่างไร
📜 มุมมองจากฝั่งจีน
หลักฐานหลักๆ ของจีนอยู่ในบันทึกราชวงศ์ถัง อย่าง จิ้วถังซู (Jiu Tangshu - Old Book of Tang), ซินถังซู (Xin Tangshu - New Book of Tang) และพงศาวดารเล่มสำคัญอย่าง จือจื้อทงเจี้ยน (Zizhi Tongjian) ซึ่งรวบรวมโดยซือหม่ากวงในยุคซ่ง
บันทึกว่าอย่างไร? บันทึกของจีนมีการพูดถึงความพ่ายแพ้ของแม่ทัพเซวียเหรินกุ้ยที่ถูกชิลลาโจมตี แต่ไม่ได้เน้นย้ำว่าเป็นความพ่ายแพ้ที่ย่อยยับ จีนมักจะบันทึกในลักษณะที่ว่า พระเจ้ามุนมูแห่งชิลลาส่งทูตมา "ขอขมา" และยอมส่งเครื่องบรรณาการให้ (ซึ่งชิลลาทำจริงเพื่อหาทางลงให้ต้าถังและจบสงครามแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น)
บันทึกของจีนเน้นย้ำถึง "ภัยคุกคามอื่น" มากกว่าความเก่งกาจของชิลลา ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น (ค.ศ. 670) ต้าถังถูกอาณาจักร ทู่ปัว (Tubo หรือ ทิเบตโบราณ) โจมตีทางชายแดนตะวันตกอย่างหนัก ทำให้ราชสำนักของเกาจงและบูเช็คเทียนมองว่า ภัยตะวันตกสำคัญกว่า จึงเลือกที่จะ "สละ" ดินแดนทางตะวันออก ทิ้งคาบสมุทรเกาหลีเพื่อโยกย้ายกำลังทหารและทรัพยากรไปสู้กับทิเบตแทน
📜 มุมมองจากฝั่งเกาหลี
หลักฐานชิ้นสำคัญของเกาหลีคือ ซัมกุก ซากิ (Samguk Sagi - History of the Three Kingdoms) ซึ่งเป็นพงศาวดารทางการที่เขียนขึ้นในยุคโครยอ (ค.ศ. 1145) โดยนักปราชญ์ คิม บูชิก (Kim Busik)
บันทึกว่าอย่างไร? ซัมกุกซากิ ยกย่องเหตุการณ์นี้เป็น "มหากาพย์แห่งการรวมชาติ" มีการบรรยายถึงยุทธการแมโซซองและคีบอุลโพอย่างละเอียด บันทึกว่าชิลลาฆ่าทหารจีนและยึดเสบียงได้จำนวนมหาศาล (ตัวเลขอาจมีการชวนเชื่อเพื่อเพิ่มความยิ่งใหญ่)
การจารึกพระเจ้ามุนมู: บันทึกยกย่องพระเจ้ามุนมูว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่ปรีชาสามารถ ทรงตั้งปฏิญาณว่าตายไปก็จะขอเป็นมังกรแห่งทะเลตะวันออกเพื่อปกป้องชิลลาจากศัตรู (ซึ่งสุสานของพระองค์ก็เป็นสุสานใต้น้ำจริงๆ ที่เรียกว่า Daewangam) บันทึกเกาหลีถือว่านี่คือชัยชนะโดยสมบูรณ์ที่ขับไล่อิทธิพลจีนออกไปได้ และสร้างอัตลักษณ์การรวมตัวกันของชาวเกาหลีเป็นครั้งแรก
ความล้มเหลวครั้งนี้ถือเป็นรอยด่างหนึ่งในการบริหารแผ่นดินของราชสำนักยุคบูเช็คเทียน แม้จีนจะอ้างว่าต้องถอยเพราะติดพันศึกทิเบต (ซึ่งก็เป็นความจริง) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการลุกฮือของชิลลาและการสูญเสียไพร่พลมหาศาลในคาบสมุทรเกาหลี ทำให้ต้าถังไม่สามารถประคองแนวรบสองด้านได้
สิ่งที่ชิลลาทำสำเร็จไม่ใช่แค่การรบชนะ แต่คือ "ศิลปะทางการทูต" เมื่อรบชนะจนถังยอมถอยแล้ว พระเจ้ามุนมูกลับยังคงส่งเครื่องบรรณาการและยอมรับสถานะประเทศราช (Tributary state) ของต้าถังต่อไป เพื่อรักษาหน้าให้จักรพรรดิและจักรพรรดินีบูเช็คเทียน เป็นการซื้อสันติภาพระยะยาวที่ทำให้คาบสมุทรเกาหลีรอดพ้นจากการถูกจีนกลืนชาติมาได้นั่นเองครับ
ผนวกเกาหลีไม่สำเร็จ!! ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของบูเช็คเทียน
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่สงครามแย่งชิงดินแดนธรรมดา แต่เป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมทางการเมืองที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของทั้งสองชาติ วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกเหตุการณ์นี้ พร้อมกางบันทึกประวัติศาสตร์ของทั้งฝั่งจีนและเกาหลีมาเทียบกันครับ!
ภาค 1: พันธมิตรซ่อนดาบ (ถัง-ชิลลา)
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 7 คาบสมุทรเกาหลีแบ่งเป็น 3 อาณาจักรใหญ่คือ โคกูรยอ, แพ็กเจ และ ชิลลา
ชิลลาซึ่งเป็นแคว้นที่อ่อนแอกว่าในตอนนั้น ได้ส่งทูตไปขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์ถังเพื่อจัดการกับคู่แข่ง ต้าถัง (ซึ่งตอนนั้นบูเช็คเทียนมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชการแล้ว) เล็งเห็นโอกาสทองในการขยายอิทธิพล จึงตกลงเป็นพันธมิตร ส่งกองทัพอันเกรียงไกรนำโดยแม่ทัพชื่อดังอย่าง เซวียเหรินกุ้ย (Xue Rengui - ซิยินกุ้ย) มาร่วมรบ
ปี ค.ศ. 660: ถังและชิลลาร่วมกันพิชิต แพ็กเจ
ปี ค.ศ. 668: ถังและชิลลาร่วมกันพิชิต โคกูรยอ
ดูเหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดีใช่ไหมครับ? แต่เปล่าเลย ต้าถังเผยธาตุแท้ออกมาหลังเสร็จศึก โดยไม่ยอมถอนทหาร แต่กลับตั้ง "กองบัญชาการอันตง" (Andong Protectorate / 安東都護府) ขึ้นที่เปียงยาง โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ "เปลี่ยนคาบสมุทรเกาหลีให้เป็นมณฑลหนึ่งของจีน" ซ้ำยังแอบตั้งหุ่นเชิดไปปกครองดินแดนเดิมของแพ็กเจและชิลลาบางส่วน
ภาค 2: ชิลลาตาสว่าง และ สงครามถัง-ชิลลา (ค.ศ. 670–676)
พระเจ้ามุนมู (King Munmu) แห่งชิลลา รู้ตัวแล้วว่า "หนีเสือปะจระเข้" ต้าถังไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่มาเพื่อฮุบทั้งหมด! พระเจ้ามุนมูจึงตัดสินใจทำสงครามขับไล่ต้าถัง กลยุทธ์ที่ชิลลาใช้คือความใจกว้างขั้นสุด โดยการรับเอา "อดีตศัตรู" คือเชลยศึกและผู้ลี้ภัยชาวโคกูรยอและแพ็กเจ ให้มาร่วมมือกันเพื่อต่อต้านผู้รุกรานชาวแผ่นดินใหญ่
สงครามยืดเยื้อและนองเลือดมาก ชิลลาใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และการรบแบบกองโจร ทำให้ทหารจีนที่คุ้นเคยกับที่ราบต้องลำบาก
จุดเปลี่ยนสำคัญ: 2 มหายุทธการ
ยุทธการที่แมโซซอง (Battle of Maesoseong - ค.ศ. 675): กองทัพชิลลาที่มีกำลังพลราว 30,000 นาย สามารถต้านทานและปราบกองทัพถังที่ส่งมาเสริมกำลังนับแสนนายได้สำเร็จ ยึดม้าและอาวุธของจีนได้มหาศาล
ยุทธการที่คีบอุลโพ (Battle of Kibolpo - ค.ศ. 676): กองเรือชิลลาปะทะกับกองเรือต้าถัง (นำโดยเซวียเหรินกุ้ย) ที่บริเวณปากแม่น้ำกึม แม้ช่วงแรกชิลลาจะเพลี่ยงพล้ำ แต่ก็พลิกกลับมาเอาชนะได้ในการปะทะย่อยหลายสิบครั้ง จนกองทัพถังต้องยอมล่าถอย
ท้ายที่สุด ต้าถังต้องถอนกองบัญชาการอันตงถอยร่นไปอยู่ที่เหลียวตงแทน ปล่อยให้ชิลลารวบรวมคาบสมุทรตอนใต้ของแม่น้ำแทดงได้สำเร็จ เกิดเป็นยุค Unified Silla (รวมชิลลา)
ภาค 3: กางพงศาวดาร สองชาติบันทึกไว้อย่างไร?
ทีนี้เรามาดู "หลักฐานทางประวัติศาสตร์" กันครับ ว่าจีนที่แพ้ กับเกาหลีที่ชนะ เขาจดบันทึกเรื่องนี้กันไว้อย่างไร
📜 มุมมองจากฝั่งจีน
หลักฐานหลักๆ ของจีนอยู่ในบันทึกราชวงศ์ถัง อย่าง จิ้วถังซู (Jiu Tangshu - Old Book of Tang), ซินถังซู (Xin Tangshu - New Book of Tang) และพงศาวดารเล่มสำคัญอย่าง จือจื้อทงเจี้ยน (Zizhi Tongjian) ซึ่งรวบรวมโดยซือหม่ากวงในยุคซ่ง
บันทึกว่าอย่างไร? บันทึกของจีนมีการพูดถึงความพ่ายแพ้ของแม่ทัพเซวียเหรินกุ้ยที่ถูกชิลลาโจมตี แต่ไม่ได้เน้นย้ำว่าเป็นความพ่ายแพ้ที่ย่อยยับ จีนมักจะบันทึกในลักษณะที่ว่า พระเจ้ามุนมูแห่งชิลลาส่งทูตมา "ขอขมา" และยอมส่งเครื่องบรรณาการให้ (ซึ่งชิลลาทำจริงเพื่อหาทางลงให้ต้าถังและจบสงครามแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น)
บันทึกของจีนเน้นย้ำถึง "ภัยคุกคามอื่น" มากกว่าความเก่งกาจของชิลลา ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น (ค.ศ. 670) ต้าถังถูกอาณาจักร ทู่ปัว (Tubo หรือ ทิเบตโบราณ) โจมตีทางชายแดนตะวันตกอย่างหนัก ทำให้ราชสำนักของเกาจงและบูเช็คเทียนมองว่า ภัยตะวันตกสำคัญกว่า จึงเลือกที่จะ "สละ" ดินแดนทางตะวันออก ทิ้งคาบสมุทรเกาหลีเพื่อโยกย้ายกำลังทหารและทรัพยากรไปสู้กับทิเบตแทน
📜 มุมมองจากฝั่งเกาหลี
หลักฐานชิ้นสำคัญของเกาหลีคือ ซัมกุก ซากิ (Samguk Sagi - History of the Three Kingdoms) ซึ่งเป็นพงศาวดารทางการที่เขียนขึ้นในยุคโครยอ (ค.ศ. 1145) โดยนักปราชญ์ คิม บูชิก (Kim Busik)
บันทึกว่าอย่างไร? ซัมกุกซากิ ยกย่องเหตุการณ์นี้เป็น "มหากาพย์แห่งการรวมชาติ" มีการบรรยายถึงยุทธการแมโซซองและคีบอุลโพอย่างละเอียด บันทึกว่าชิลลาฆ่าทหารจีนและยึดเสบียงได้จำนวนมหาศาล (ตัวเลขอาจมีการชวนเชื่อเพื่อเพิ่มความยิ่งใหญ่)
การจารึกพระเจ้ามุนมู: บันทึกยกย่องพระเจ้ามุนมูว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่ปรีชาสามารถ ทรงตั้งปฏิญาณว่าตายไปก็จะขอเป็นมังกรแห่งทะเลตะวันออกเพื่อปกป้องชิลลาจากศัตรู (ซึ่งสุสานของพระองค์ก็เป็นสุสานใต้น้ำจริงๆ ที่เรียกว่า Daewangam) บันทึกเกาหลีถือว่านี่คือชัยชนะโดยสมบูรณ์ที่ขับไล่อิทธิพลจีนออกไปได้ และสร้างอัตลักษณ์การรวมตัวกันของชาวเกาหลีเป็นครั้งแรก
ความล้มเหลวครั้งนี้ถือเป็นรอยด่างหนึ่งในการบริหารแผ่นดินของราชสำนักยุคบูเช็คเทียน แม้จีนจะอ้างว่าต้องถอยเพราะติดพันศึกทิเบต (ซึ่งก็เป็นความจริง) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการลุกฮือของชิลลาและการสูญเสียไพร่พลมหาศาลในคาบสมุทรเกาหลี ทำให้ต้าถังไม่สามารถประคองแนวรบสองด้านได้
สิ่งที่ชิลลาทำสำเร็จไม่ใช่แค่การรบชนะ แต่คือ "ศิลปะทางการทูต" เมื่อรบชนะจนถังยอมถอยแล้ว พระเจ้ามุนมูกลับยังคงส่งเครื่องบรรณาการและยอมรับสถานะประเทศราช (Tributary state) ของต้าถังต่อไป เพื่อรักษาหน้าให้จักรพรรดิและจักรพรรดินีบูเช็คเทียน เป็นการซื้อสันติภาพระยะยาวที่ทำให้คาบสมุทรเกาหลีรอดพ้นจากการถูกจีนกลืนชาติมาได้นั่นเองครับ