ปี 1094 ยุคกลางของยุโรป ยุคที่อัศวินต่อสู้เพื่อกษัตริย์และพระเจ้า และเกียรติยศของตระกูล ได้มีอัศวินนายหนึ่งนามว่า Leon Belmont ชายผู้กล้าหาญไม่เกรงกลัวใดๆ จนได้รับสถาปนาเป็นอัศวินยศ Baron ซึ่งเป็นยศที่สูงกว่าอัศวินทั่วไป โดยมีเพื่อนร่วมต่อสู้ถวายหัวคือ Mathias Cronqvist เสนาธิการทหาร นักวางแผนกลยุทธ์อัจฉริยะ ผู้ที่มีความฉลาดเป็นเลิศมากกว่าคนธรรมดาที่ส่วนใหญ่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ทั้งคู่ร่วมต่อสู้ด้วยกัน และผูกพันกันจนเป็นคู่หูระดับพระกาฬ นำกองทัพคว้าชัยในทุกสมรภูมิ แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป Mathias ได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต นั่นก็คือ Elizabetha ภรรยาของเค้าเสียชีวิตจากอาการป่วย
ความโศกเศร้านี้ทำให้ Mathias ทรุดอย่างหนักจนล้มป่วย ไปออกรบไม่ได้ ทำให้ Leon ต้องนำกองทัพออกไปสู้เพียงลำพัง ซึ่งถึงแม้ผ่านมา 1 ปี ตั้งแต่ Leon ลุยคนเดียว กองทัพก็ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายต่อไป
อย่างไรก็ตาม กองทัพปีศาจปริศนาได้ปรากฏตัวขึ้นมา ในช่วงที่สงครามครูเสดกำลังระอุในแถบตะวันออก และทางศาสนจักรก็สั่งห้ามไม่ให้ออกศึกกับพวกปีศาจ ซึ่ง Leon ก็ไปขออนุญาตแล้ว แต่ก็ถูกปัดตก
ในคืนหนึ่ง Mathias ที่ร่างกายยังไม่สมบูรณ์ มาบอกกับ Leon ว่าการปรากฏตัวของกองทัพปีศาจมีที่มาจากแวมไพร์ตัวหนึ่ง โดยมีปราสาทที่เรียกว่า ป่าราตรีนิรันดร หรือ Forest of Eternal Night ก็คือ ป่าที่ไม่มีแสงอาทิตย์สอดส่องนั่นเอง และได้บอกว่า Sara Trantoul คู่หมั้นของ Leon ถูกลักพาตัวไปด้วย ทำให้ Leon ต้องสละทุกอย่างทั้งตำแหน่ง ทั้งดาบ ทั้งเกียรติยศ ออกเดินทางไปช่วยคนรักของเขา และเรื่องราวก็เริ่มต้นขึ้น
Leon เดินทางมาถึงปราสาท ก็ได้พบกับ ชายแก่คนหนึ่งชื่อว่า Rinaldo Gandolfi เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ เปิดร้านขายของหน้าปราสาท ซึ่งมีจุดประสงค์คือ มาสะสางเรื่องราวของแวมไพร์ทางพลังตัวหนึ่ง
และเราก็ได้รู้ว่าคนที่ลักพาตัว Sara มา ก็คือ Walter Bernhard แวมไพร์ที่ทรงพลังและไม่มีอาวุธชิ้นไหนฆ่าเขาได้ Rinaldo เลยมอบแส้หนังพิเศษที่ผ่านการหลอมธาตุจนสามารถฟาดปีศาจเข้า และ Rinaldo เองก็รู้จักกับ Mathias อีกด้วย โดยบอกว่า ตระกูลของ Mathias มีตำราศาสตร์ลับที่เดิมทีใช้วิธีบอกเล่ากันปากต่อปาก และก่อนจะออกเดินทาง Rinaldo ได้ร่ายมนตร์ใส่มือของ Leon เพื่อให้สามารถใช้สกิลพิเศษจากไอเท็มได้
หลังจาก Leon เข้ามา ก็พบว่า ไม่สามารถเข้าไปภายในเพื่อไปหา Walter ได้ โดย Leon จะต้องเอาชนะบอส 5 ตัว เพื่อนำ Orb มาเป็นพลังงานใช้เปิดประตูที่มีลงยันต์อยู่
Leon ออกสำรวจพื้นที่ทั้ง 5 แห่ง จนมาเจอกับบอส Succubus ที่แปลงกายเป็น Sara และเอาชนะได้ ก่อนตาย Succubus ได้บอกว่า Rinaldo มีลูกสาวด้วย ทิ้งปมไว้ให้ ก่อนจะสลายไป
Leon กลับมาที่ร้าน Rinaldo และถามตรงๆเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ Rinaldo ก็ไม่เต็มใจจะเล่า และ Leon ก็ง้อแบบประมาณว่า อย่างน้อย เราก็จะเผชิญกับความทุกข์ระทมไปด้วยกัน และ Rinaldo ก็ยอมเล่า
โดยเรื่องราวของเค้าก็คือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เมื่อ 5 ปีก่อน วันที่พระจันทร์เต็มดวง เขาได้กลับบ้านไปเก็บสมุนไพรที่จำเป็นต้องใช้ แต่สิ่งที่เขาเจอคือ ทะเลสีเลือดที่ร้อนระอุ และกลางกองเลือดก็คือ ศพของภรรยาและลูกชาย ส่วนลูกสาวมีหยดเลือดไหลออกมาจากมุมปาก นั่นหมายความว่า เธอได้เป็นแวมไพร์ไปแล้วด้วยฝีมือของ Walter และจากนั้น Rinaldo ก็ได้นำ แส้เส้นนี้ ที่ให้ Leon ออกตามหาและสู้กับ Walter แต่ก็สู้ไม่ได้
ณ จุดนี้ทำให้ Leon เข้าใจความรู้สึกทั้งหมด และ ออกเดินทางต่อ จนไปเจอกับบอส Medusa ซึ่ง Leon ก็เอาชนะมาได้ โดยก่อนตาย Medusa ได้บอกว่า แส้ขั้นสมบูรณ์ยังเอา Walter ไม่ลงหรอก
จากปมตรงนี้ Leon กลับมาหา Rinaldo อีกครั้ง และถามว่า แส้จะทรงพลังอย่างสมบูรณ์ได้อย่างไร แต่ Rinaldo ก็ไม่บอก ก่อนที่ Leon จะออกไปจัดการบอสตัวต่อไป
Leon เอาชนะบอสมาแล้ว 4 ตัว จนมาถึงตัวที่ 5 เป็นชายธรรมดาที่ถูกสาปเป็นแวมไพร์นามว่า Joachim Armster ซึ่งจริงๆแล้ว เขาถูก Walter สาปให้เป็นแวมไพร์แลกกับข้อเสนอ มอบชีวิตเป็นอมตะให้ ต่อมา Joachim ได้พยายามยึดอำนาจและกบฏต่อ Walter แต่ก็ทำไม่สำเร็จ Walter เลยขังเขาไว้ในคุกใต้ดินนํ้าตก นั่นเอง
ทั้งคู่ต่อสู้กัน โดยมีข้อเสนอคือหาก Leon ชนะ เขาจะบอกเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า Ebony Stone
แต่ถ้า Leon พลาดท่า ตาย ก็จะกลายเป็นอาหารของเขาด้วยการซดเลือดนั่นเอง และจะออกไปจัดการกับ Walter ทันที
Leon เอาชนะได้ และ Joachim ก็เฉลยว่า Ebony Stone คือที่สร้างความมืดมิดชั่วนิรันดร์ขึ้นในผืนป่าแห่งนี้ และก่อนตายได้บอก อีกว่า ยังมี Crimson Stone อีก ที่ว่าจะมอบพลังให้มหาศาล ก่อนจะสิ้นใจ
Leon มาครั้งนี้ ถามเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เกี่ยวกับ Crimson Stone และ Ebony Stone รอบนี้ Rinaldo ก็ยอมตอบให้ ว่ามันคือ หินศิลาอาถรรพ์ที่ถูกสร้างมาแบบไม่ตั้งใจ และเขาก็ไม่มีข้อมูลด้วย
สิ่งที่พอรู้ได้ก็คือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้Crimson Stone มันจะเปลี่ยนดวงวิญญาณของแวมไพร์ให้เป็นพลังของเจ้านายของมันเอง ซึ่งถือเป็นสมบัติลํ้าค่าของเหล่าแวมไพร์เลยทีเดียว และมันก็แบกรับคำสาปเอาไว้ด้วยเช่นกัน
และในที่สุด Leon ก็เอาชนะ บอสทั้ง 5 ตัวได้สำเร็จ และสามารถเข้าไปภายในปราสาทได้ จนได้เจอกับ Walter ซึ่งยังไม่พูดอะไรมาก Leon ก็เปิดก่อนเลย ปรากฏว่า แส้ฟาดไม่เข้า ก่อนที่จะคืนตัว Sara ให้ และบอกว่า
จะรออยู่ที่ห้องบัลลังก์ ห้องสุดท้ายของเกม พอกลับมาหา Rinaldo ปรากฏว่า Sara เริ่มมีอาการแปลกๆ หมายความว่า เธอถูกสาปให้เป็นแวมไพร์แล้ว Leon ก็เลยร้องขอความช่วยเหลือกับ Rinaldo แต่สิ่งที่เขาบอกกับ Leon นั่นก็คือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้"เจ้ากล้าพอที่จะฆ่านางหรือไม่"
Leon ก็ตกใจ และบอกว่าทำไมถึงถามแบบนั้น Rinaldo ก็บอกว่า นี่แหละคือวิธีที่จะทำให้แส้เป็นขั้นสมบูรณ์ โดยการเอาวิญญาณของผู้ที่ยินยอมเสียสละอย่างบริสุทธิ์ใจ มาหลอมเข้ากับแส้ แต่ในขณะนั้น Sara ก็ได้ยินทั้งคู่คุยกัน และยินดีจะสละชีวิตตัวเองเพื่อเอาวิญญาณหลอมเข้ากับแส้ Leon ปฏิเสธเสียงแข็งว่า ทำไม่ได้ แต่ Rinaldo ก็เตือนสติให้ Leon ยอมรับซะเถอะว่ามันสายเกินไปที่จะแก้แล้ว Sara เลยให้ Leon สัญญาเป็นครั้งสุดท้ายว่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้"ถ้าวิญญาณของข้าสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ การตายของข้าก็จะไม่สูญเปล่า และไม่อยากให้ใครมารับชะตากรรมแบบนี้"
และในที่สุด Leon ก็รวบรวมความกล้า และพร้อมแล้วกับเปลี่ยนแส้ให้เป็นขั้นสมบูรณ์ Rinaldo เลยเริ่มทำพิธีทันที และ Leon ก็ยอมรับคำสัญญาของ Sara นั้น ก่อนจะฟาดเธอไป เป็นอันเสร็จพิธี และตอนนี้แส้ของเขาได้กลายเป็น Vampire Killer เรียบร้อย
Leon เสียใจอย่างมากกับการที่เขาเดินทางมาอย่างยาวนานแต่คนรักของเขาก็ต้องจากไป Rinaldo เลยบอกเกร็ดให้ว่า นี่คือหนึ่งในศาตราวุธต้องห้ามที่บรรจุอยู่ในตำราประจำตระกูล Mathias และแส้นี้ก็พร้อมที่จะขจัดความมืดออกไปแล้ว ก่อนที่ Leon จะออกเดินทางเข้าไปหา Walter ที่ปราสาท และแน่นอน Leon ไปพร้อมความแค้นที่สั่งสมอยู่เต็มอก ในที่สุดก็มาถึงห้องบัลลังก์ Walter ก็รออยู่แล้วกับศึกนี้ Leon ฟาด Vampire Killer เข้าไป ปรากฏว่า ได้ผล และเหมือนจะฟาดเข้าแล้ว ทำให้ Leon เอาชนะได้ ก่อนที่ Death จะโผล่มาเอาวิญญาณของเขาไป
ความจริงสุดพีคก็คือ Mathias เพื่อนแท้ๆของ Leon คือคนที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมด เขาหลอกใช้ทุกคนเพื่อนำวิญญาณมาเป็นเชื้อเพลิงให้กับหินศิลา Crimson Stone ซึ่งจะมอบความเป็นอมตะให้ และ Mathias ก็เป็นแวมไพร์ไปแล้ว โดยเขาทำไปเพื่อแก้แค้นพระเจ้าที่ทำให้คนรักของเขาต้องตาย Mathias ที่ยังมีความรักเพื่อนอยู่ ก็เลยชวนให้มารับพลังด้วยกัน ไม่แก่ ไม่ตายอีกต่อไป แต่ Leon ปฏิเสธและผิดหวังมากๆ และยังยืนกรานว่า การทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับ Sara ของเขา คือการพิสูจน์ความรักอย่างแท้จริง ไม่ใช่เอาวิญญาณมาสังเวยเพื่อแก้แค้นพระเจ้า Mathias รู้สึกผิดหวังอย่างมากที่ Leon ปฏิเสธ เขาจึงให้ Death ฆ่า Leon ซะเลย ก่อนจะหายไปกับความมืด
Leon เอาชนะ Death ได้ และก่อนจะหนีออกมาจากปราสาทที่กำลังพังทลาย Leon ได้สาบานว่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้"เจ้ากลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ถูกสาป และข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้า แส้นี้และลูกหลานของข้า จะทำลายเจ้าให้ได้ในสักวัน และนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตระกูล Belmont จะตามล่าล้างความมืดไปตลอดกาล"
จากคำสาบานของ Leon ส่งผลให้กลายเป็นคำสาปติดตัวตระกูลไปตลอดทุกรุ่นทุกสมัย และหลังเหตุการณ์ในครั้งนั้น ตระกูล Belmont และ Mathias ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยเป็นเวลาหลายร้อยปี และด้วยพลังที่มากพอ Mathias ก็ได้กลายเป็น เจ้าแห่งความมืด หรือ ลอร์ดแห่งแวมไพร์ และก็ได้มาเป็น Count Dracula หรือ Vlad Tepes Dracula ที่เรารู้จักกันนั่นเอง
บัดนี้ สงครามระหว่าง มนุษย์นำโดย Belmont และแวมไพร์ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ เวลานั้น
สรุปเนื้อเรื่อง Castlevania: Lament of Innocence
ทั้งคู่ร่วมต่อสู้ด้วยกัน และผูกพันกันจนเป็นคู่หูระดับพระกาฬ นำกองทัพคว้าชัยในทุกสมรภูมิ แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป Mathias ได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต นั่นก็คือ Elizabetha ภรรยาของเค้าเสียชีวิตจากอาการป่วย
ความโศกเศร้านี้ทำให้ Mathias ทรุดอย่างหนักจนล้มป่วย ไปออกรบไม่ได้ ทำให้ Leon ต้องนำกองทัพออกไปสู้เพียงลำพัง ซึ่งถึงแม้ผ่านมา 1 ปี ตั้งแต่ Leon ลุยคนเดียว กองทัพก็ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายต่อไป
อย่างไรก็ตาม กองทัพปีศาจปริศนาได้ปรากฏตัวขึ้นมา ในช่วงที่สงครามครูเสดกำลังระอุในแถบตะวันออก และทางศาสนจักรก็สั่งห้ามไม่ให้ออกศึกกับพวกปีศาจ ซึ่ง Leon ก็ไปขออนุญาตแล้ว แต่ก็ถูกปัดตก
ในคืนหนึ่ง Mathias ที่ร่างกายยังไม่สมบูรณ์ มาบอกกับ Leon ว่าการปรากฏตัวของกองทัพปีศาจมีที่มาจากแวมไพร์ตัวหนึ่ง โดยมีปราสาทที่เรียกว่า ป่าราตรีนิรันดร หรือ Forest of Eternal Night ก็คือ ป่าที่ไม่มีแสงอาทิตย์สอดส่องนั่นเอง และได้บอกว่า Sara Trantoul คู่หมั้นของ Leon ถูกลักพาตัวไปด้วย ทำให้ Leon ต้องสละทุกอย่างทั้งตำแหน่ง ทั้งดาบ ทั้งเกียรติยศ ออกเดินทางไปช่วยคนรักของเขา และเรื่องราวก็เริ่มต้นขึ้น
Leon เดินทางมาถึงปราสาท ก็ได้พบกับ ชายแก่คนหนึ่งชื่อว่า Rinaldo Gandolfi เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ เปิดร้านขายของหน้าปราสาท ซึ่งมีจุดประสงค์คือ มาสะสางเรื่องราวของแวมไพร์ทางพลังตัวหนึ่ง
และเราก็ได้รู้ว่าคนที่ลักพาตัว Sara มา ก็คือ Walter Bernhard แวมไพร์ที่ทรงพลังและไม่มีอาวุธชิ้นไหนฆ่าเขาได้ Rinaldo เลยมอบแส้หนังพิเศษที่ผ่านการหลอมธาตุจนสามารถฟาดปีศาจเข้า และ Rinaldo เองก็รู้จักกับ Mathias อีกด้วย โดยบอกว่า ตระกูลของ Mathias มีตำราศาสตร์ลับที่เดิมทีใช้วิธีบอกเล่ากันปากต่อปาก และก่อนจะออกเดินทาง Rinaldo ได้ร่ายมนตร์ใส่มือของ Leon เพื่อให้สามารถใช้สกิลพิเศษจากไอเท็มได้
หลังจาก Leon เข้ามา ก็พบว่า ไม่สามารถเข้าไปภายในเพื่อไปหา Walter ได้ โดย Leon จะต้องเอาชนะบอส 5 ตัว เพื่อนำ Orb มาเป็นพลังงานใช้เปิดประตูที่มีลงยันต์อยู่
Leon ออกสำรวจพื้นที่ทั้ง 5 แห่ง จนมาเจอกับบอส Succubus ที่แปลงกายเป็น Sara และเอาชนะได้ ก่อนตาย Succubus ได้บอกว่า Rinaldo มีลูกสาวด้วย ทิ้งปมไว้ให้ ก่อนจะสลายไป
Leon กลับมาที่ร้าน Rinaldo และถามตรงๆเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ Rinaldo ก็ไม่เต็มใจจะเล่า และ Leon ก็ง้อแบบประมาณว่า อย่างน้อย เราก็จะเผชิญกับความทุกข์ระทมไปด้วยกัน และ Rinaldo ก็ยอมเล่า
โดยเรื่องราวของเค้าก็คือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ณ จุดนี้ทำให้ Leon เข้าใจความรู้สึกทั้งหมด และ ออกเดินทางต่อ จนไปเจอกับบอส Medusa ซึ่ง Leon ก็เอาชนะมาได้ โดยก่อนตาย Medusa ได้บอกว่า แส้ขั้นสมบูรณ์ยังเอา Walter ไม่ลงหรอก
จากปมตรงนี้ Leon กลับมาหา Rinaldo อีกครั้ง และถามว่า แส้จะทรงพลังอย่างสมบูรณ์ได้อย่างไร แต่ Rinaldo ก็ไม่บอก ก่อนที่ Leon จะออกไปจัดการบอสตัวต่อไป
Leon เอาชนะบอสมาแล้ว 4 ตัว จนมาถึงตัวที่ 5 เป็นชายธรรมดาที่ถูกสาปเป็นแวมไพร์นามว่า Joachim Armster ซึ่งจริงๆแล้ว เขาถูก Walter สาปให้เป็นแวมไพร์แลกกับข้อเสนอ มอบชีวิตเป็นอมตะให้ ต่อมา Joachim ได้พยายามยึดอำนาจและกบฏต่อ Walter แต่ก็ทำไม่สำเร็จ Walter เลยขังเขาไว้ในคุกใต้ดินนํ้าตก นั่นเอง
ทั้งคู่ต่อสู้กัน โดยมีข้อเสนอคือหาก Leon ชนะ เขาจะบอกเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า Ebony Stone
แต่ถ้า Leon พลาดท่า ตาย ก็จะกลายเป็นอาหารของเขาด้วยการซดเลือดนั่นเอง และจะออกไปจัดการกับ Walter ทันที
Leon เอาชนะได้ และ Joachim ก็เฉลยว่า Ebony Stone คือที่สร้างความมืดมิดชั่วนิรันดร์ขึ้นในผืนป่าแห่งนี้ และก่อนตายได้บอก อีกว่า ยังมี Crimson Stone อีก ที่ว่าจะมอบพลังให้มหาศาล ก่อนจะสิ้นใจ
Leon มาครั้งนี้ ถามเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เกี่ยวกับ Crimson Stone และ Ebony Stone รอบนี้ Rinaldo ก็ยอมตอบให้ ว่ามันคือ หินศิลาอาถรรพ์ที่ถูกสร้างมาแบบไม่ตั้งใจ และเขาก็ไม่มีข้อมูลด้วย
สิ่งที่พอรู้ได้ก็คือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
และในที่สุด Leon ก็เอาชนะ บอสทั้ง 5 ตัวได้สำเร็จ และสามารถเข้าไปภายในปราสาทได้ จนได้เจอกับ Walter ซึ่งยังไม่พูดอะไรมาก Leon ก็เปิดก่อนเลย ปรากฏว่า แส้ฟาดไม่เข้า ก่อนที่จะคืนตัว Sara ให้ และบอกว่า
จะรออยู่ที่ห้องบัลลังก์ ห้องสุดท้ายของเกม พอกลับมาหา Rinaldo ปรากฏว่า Sara เริ่มมีอาการแปลกๆ หมายความว่า เธอถูกสาปให้เป็นแวมไพร์แล้ว Leon ก็เลยร้องขอความช่วยเหลือกับ Rinaldo แต่สิ่งที่เขาบอกกับ Leon นั่นก็คือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Leon ก็ตกใจ และบอกว่าทำไมถึงถามแบบนั้น Rinaldo ก็บอกว่า นี่แหละคือวิธีที่จะทำให้แส้เป็นขั้นสมบูรณ์ โดยการเอาวิญญาณของผู้ที่ยินยอมเสียสละอย่างบริสุทธิ์ใจ มาหลอมเข้ากับแส้ แต่ในขณะนั้น Sara ก็ได้ยินทั้งคู่คุยกัน และยินดีจะสละชีวิตตัวเองเพื่อเอาวิญญาณหลอมเข้ากับแส้ Leon ปฏิเสธเสียงแข็งว่า ทำไม่ได้ แต่ Rinaldo ก็เตือนสติให้ Leon ยอมรับซะเถอะว่ามันสายเกินไปที่จะแก้แล้ว Sara เลยให้ Leon สัญญาเป็นครั้งสุดท้ายว่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
และในที่สุด Leon ก็รวบรวมความกล้า และพร้อมแล้วกับเปลี่ยนแส้ให้เป็นขั้นสมบูรณ์ Rinaldo เลยเริ่มทำพิธีทันที และ Leon ก็ยอมรับคำสัญญาของ Sara นั้น ก่อนจะฟาดเธอไป เป็นอันเสร็จพิธี และตอนนี้แส้ของเขาได้กลายเป็น Vampire Killer เรียบร้อย
Leon เสียใจอย่างมากกับการที่เขาเดินทางมาอย่างยาวนานแต่คนรักของเขาก็ต้องจากไป Rinaldo เลยบอกเกร็ดให้ว่า นี่คือหนึ่งในศาตราวุธต้องห้ามที่บรรจุอยู่ในตำราประจำตระกูล Mathias และแส้นี้ก็พร้อมที่จะขจัดความมืดออกไปแล้ว ก่อนที่ Leon จะออกเดินทางเข้าไปหา Walter ที่ปราสาท และแน่นอน Leon ไปพร้อมความแค้นที่สั่งสมอยู่เต็มอก ในที่สุดก็มาถึงห้องบัลลังก์ Walter ก็รออยู่แล้วกับศึกนี้ Leon ฟาด Vampire Killer เข้าไป ปรากฏว่า ได้ผล และเหมือนจะฟาดเข้าแล้ว ทำให้ Leon เอาชนะได้ ก่อนที่ Death จะโผล่มาเอาวิญญาณของเขาไป
ความจริงสุดพีคก็คือ Mathias เพื่อนแท้ๆของ Leon คือคนที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมด เขาหลอกใช้ทุกคนเพื่อนำวิญญาณมาเป็นเชื้อเพลิงให้กับหินศิลา Crimson Stone ซึ่งจะมอบความเป็นอมตะให้ และ Mathias ก็เป็นแวมไพร์ไปแล้ว โดยเขาทำไปเพื่อแก้แค้นพระเจ้าที่ทำให้คนรักของเขาต้องตาย Mathias ที่ยังมีความรักเพื่อนอยู่ ก็เลยชวนให้มารับพลังด้วยกัน ไม่แก่ ไม่ตายอีกต่อไป แต่ Leon ปฏิเสธและผิดหวังมากๆ และยังยืนกรานว่า การทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับ Sara ของเขา คือการพิสูจน์ความรักอย่างแท้จริง ไม่ใช่เอาวิญญาณมาสังเวยเพื่อแก้แค้นพระเจ้า Mathias รู้สึกผิดหวังอย่างมากที่ Leon ปฏิเสธ เขาจึงให้ Death ฆ่า Leon ซะเลย ก่อนจะหายไปกับความมืด
Leon เอาชนะ Death ได้ และก่อนจะหนีออกมาจากปราสาทที่กำลังพังทลาย Leon ได้สาบานว่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากคำสาบานของ Leon ส่งผลให้กลายเป็นคำสาปติดตัวตระกูลไปตลอดทุกรุ่นทุกสมัย และหลังเหตุการณ์ในครั้งนั้น ตระกูล Belmont และ Mathias ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยเป็นเวลาหลายร้อยปี และด้วยพลังที่มากพอ Mathias ก็ได้กลายเป็น เจ้าแห่งความมืด หรือ ลอร์ดแห่งแวมไพร์ และก็ได้มาเป็น Count Dracula หรือ Vlad Tepes Dracula ที่เรารู้จักกันนั่นเอง
บัดนี้ สงครามระหว่าง มนุษย์นำโดย Belmont และแวมไพร์ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ เวลานั้น