วันที่ ๒๑ ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” พระบรมราชชนนีในพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ ผู้ทรงอุทิศพระวรกายในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากไร้และผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า รัฐบาลจึงกำหนดให้วันที่ ๒๑ ตุลาคม เป็นวันสำคัญของประเทศไทย ๔ วัน ได้แก่ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ และวันพยาบาลแห่งชาติ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชน ทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การช่วยเหลือสังคม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ
พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่ายังคงเป็นแบบอย่างแห่งการเสียสละและการทำงานเพื่อส่วนรวม สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติสืบไป
🙏 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 🙏
❤️🙏 ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ “น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย” 🙏❤️
❤️ วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ❤️
๒๑ ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ ตลอดพระชนมชีพทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและทรงอุทิศพระองค์เพื่อความผาสุกของประชาชน พระราชกรณียกิจของพระองค์ครอบคลุมทั้งด้านการแพทย์ การพยาบาล การสาธารณสุข การศึกษา ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร
ด้วยพระราชปณิธานที่จะให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง จึงทรงพระราชทานกำเนิด หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เพื่อนำบริการทางการแพทย์ไปถึงผู้คนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งทรงส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การช่วยเหลือผู้พิการ และการสร้างอาชีพควบคู่กับการฟื้นฟูผืนป่า เพื่อให้ประชาชนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
พระเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชนมิได้ปรากฏเพียงในพระราชกรณียกิจ หากยังได้รับการน้อมรำลึกผ่าน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ซึ่งจัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ก่อเกิดเป็นสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ๑๒ แห่งในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เป็นทั้งพื้นที่แห่งความร่มรื่นของประชาชน และพื้นที่แห่งความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
#สืบสานรักษาต่อยอด #๒๑ตุลาคม
#วันคล้ายวันพระราชสมภพ #สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
[ ๑๒๖ ปี วันพระราชสมภพ “สมเด็จย่า” ]
.
ในวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ ครบปีที่ ๑๒๖ ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙
.
พระองค์ เป็นพระชายาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ และเป็นพระอัยยิกาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
.
พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๔๔๓ ณ จังหวัดนนทบุรี และเชื่อว่าเหล่าเครือญาติฝ่ายพระชนนีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีเชื้อสายชาวเวียงจันทน์ เนื่องจากทางครอบครัวนิยมรับประทานข้าวเหนียว ในพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขณะที่กำลังทรงศึกษาวิชาแพทย์ปีที่ ๑ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงพบและพอพระทัยกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยมีพระศิริโฉมงดงาม พระอุปนิสัย และพระคุณสมบัติอื่น ๆ ดังนั้นสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์จึงทรงมีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชมารดา ขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับนางสาวสังวาลย์ ทั้งนี้สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้ทรงกล่าวกับสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าไว้ ความว่า
.
“...สังวาลย์เป็นกำพร้า...แต่งงานแล้วก็มาใช้นามสกุลหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ได้เลือกเมียด้วยสกุลรุนชาติ ต้องเกิดเป็นอย่างนั้น ต้องเกิดเป็นอย่างนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ หม่อมฉันเลือกคนดี ทุกข์สุขเป็นเรื่องของหม่อมฉันเอง...”
.
พระองค์มีพระนามที่นิยมเรียกกันว่า
“สมเด็จย่า” ทั้งนี้พระองค์ยังได้ประกอบพระราชกรณียกิจเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าช่วยให้พวกเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ชาวไทยภูเขาจึงถวายพระสมัญญานามว่า
“แม่ฟ้าหลวง”
.
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้
.
ที่มา เพจสมเด็จย่า
❤️🙏 ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ “น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่าแห่งแผ่นดิน” 🙏❤️ ๑๒๖ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า รัฐบาลจึงกำหนดให้วันที่ ๒๑ ตุลาคม เป็นวันสำคัญของประเทศไทย ๔ วัน ได้แก่ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ และวันพยาบาลแห่งชาติ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชน ทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การช่วยเหลือสังคม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ
พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่ายังคงเป็นแบบอย่างแห่งการเสียสละและการทำงานเพื่อส่วนรวม สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติสืบไป
[ ๑๒๖ ปี วันพระราชสมภพ “สมเด็จย่า” ]
.
ในวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ ครบปีที่ ๑๒๖ ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙
.
พระองค์ เป็นพระชายาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ และเป็นพระอัยยิกาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
.
พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๔๔๓ ณ จังหวัดนนทบุรี และเชื่อว่าเหล่าเครือญาติฝ่ายพระชนนีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีเชื้อสายชาวเวียงจันทน์ เนื่องจากทางครอบครัวนิยมรับประทานข้าวเหนียว ในพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขณะที่กำลังทรงศึกษาวิชาแพทย์ปีที่ ๑ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงพบและพอพระทัยกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยมีพระศิริโฉมงดงาม พระอุปนิสัย และพระคุณสมบัติอื่น ๆ ดังนั้นสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์จึงทรงมีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชมารดา ขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับนางสาวสังวาลย์ ทั้งนี้สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้ทรงกล่าวกับสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าไว้ ความว่า
.
“...สังวาลย์เป็นกำพร้า...แต่งงานแล้วก็มาใช้นามสกุลหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ได้เลือกเมียด้วยสกุลรุนชาติ ต้องเกิดเป็นอย่างนั้น ต้องเกิดเป็นอย่างนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ หม่อมฉันเลือกคนดี ทุกข์สุขเป็นเรื่องของหม่อมฉันเอง...”
.
พระองค์มีพระนามที่นิยมเรียกกันว่า “สมเด็จย่า” ทั้งนี้พระองค์ยังได้ประกอบพระราชกรณียกิจเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าช่วยให้พวกเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ชาวไทยภูเขาจึงถวายพระสมัญญานามว่า “แม่ฟ้าหลวง”
.
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้
.
ที่มา เพจสมเด็จย่า