สวัสดีค่ะ ชาวพันทิปทุกท่าน
วันนี้ อยากขออนุญาตมาแชร์ประสบการณ์จริงที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองสดๆ ร้อนๆ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และกรณีศึกษาให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่กำลังหางานและอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจลาออกเพื่อเริ่มต้นงานใหม่
ลำดับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น:
1.ผ่านการคัดเลือกและเข้าสู่ขั้นตอนการ Offer: ดิฉัน ได้ผ่านการสัมภาษณ์งานในตำแหน่ง... กับทาง
บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่น แห่งหนึ่ง ใน
นิคมอุตสาหกรรมย่านจังหวัดฉะเชิงเทราตรงทางลงมอเตอร์เวย์ขาไปชลบุรี จนได้รับแจ้งจากทางบริษัทอย่างเป็นทางการว่าอยู่ใน
"ขั้นตอนการ Offer" (ขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาเงื่อนไขและรออนุมัติ) ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเริ่มงาน
2.การตัดสินใจลาออก: เนื่องจากเข้าใจว่าอยู่ในระหว่างรอสัญญาจ้างงานฉบับจริงตามกระบวนการปกติ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับโอกาสใหม่นี้ ดิฉัน จึงตัดสินใจ
ลาออกจากงานเดิม โดยได้แจ้งล่วงหน้าตามระเบียบ
3.ความผิดพลาดของทางบริษัทและการสื่อสารที่ไม่คาดคิด: ในระหว่างที่รอการดำเนินการอยู่นั้น ทางบริษัทกลับมีการ
เลือกแคนดิเดตคนอื่น เข้าไปทำงานในตำแหน่งเดียวกันนี้แล้ว ทั้งที่กระบวนการ Offer ยังไม่สิ้นสุด
4.จุดพลิกผันและพฤติกรรมของ HR Manager: ในการติดต่อล่าสุดกับทาง
HR Manager ของบริษัท แทนที่ทางบริษัทจะยอมรับความผิดพลาดของตนเองหรือกล่าวคำขอโทษ กลับกลายเป็นว่า HR Manager ได้แจ้งกับว่า เป็น
"เป็นความผิดของผู้สมัครเอง" ที่ไม่โทรศัพท์ติดตามผลด้วยตนเองในช่วงที่รอการดำเนินการ
(ทั้งที่บริษัทต่างหากที่ต้องแจ้งผลว่า offer สำเร็จหรือไม่ จึงเป็นพฤติกรรมที่แปลกและแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและการบริหารงานที่บกพร่องในส่วนงานของ HR Account)
5.คำพูดที่กระทบจิตใจ: ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง
HR Officer และ HR Manager ยังได้พูดจาในเชิงซ้ำเติมสถานการณ์ของดิฉันที่ได้ลาออกจากงานเดิมแล้ว ด้วยประโยคว่า
"กำลังจะตกงานหรอคะ" ทั้งที่ทราบดีว่าดิฉันกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนนี้อยู่
ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ครั้งนี้:
- สถานะ Offer ไม่ใช่สัญญาจ้าง: บทเรียนสำคัญที่สุดคือสถานะ "อยู่ระหว่างการ Offer" หรือ "รออนุมัติ" ยังไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้งาน 100% จนกว่าจะได้รับสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุวันเริ่มงานที่ชัดเจน
- การลาออกก่อนเซ็นสัญญา: ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและมีความเสี่ยงสูงที่จะลาออกจากงานเดิมก่อนที่จะได้รับสัญญาจ้างงานใหม่ฉบับจริง เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เสมอ
- วัฒนธรรมองค์กรสะท้อนจาก HR: การสื่อสารและการปฏิบัติตนของฝ่ายบุคคล (HR) สามารถสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรและการให้เกียรติผู้สมัครได้ในระดับหนึ่ง
สรุป:
ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่อยากแชร์ให้ทุกคนได้ทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการหางานและการวางแผนลาออกในอนาคต หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และขอให้ทุกท่านโชคดี ได้ร่วมงานกับองค์กรที่ให้เกียรติพนักงานค่ะ
ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริงกับตัวดิฉันเอง ไม่ใช่ข้อมูลเท็จที่แต่งขึ้นเพื่อโจมตีบริษัทแต่อย่างใด แต่เป็นการแชร์ประสบการณ์จริงเพื่อเป็นอุทาหรณ์เท่านั้นค่ะ
[CR] แชร์อุทาหรณ์: ลาออกเพื่องานใหม่ที่ยังไม่ทันได้เริ่ม บทเรียนจากกระบวนการ Offer ของ บ.ญี่ปุ่น แห่งหนึ่ง
วันนี้ อยากขออนุญาตมาแชร์ประสบการณ์จริงที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองสดๆ ร้อนๆ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และกรณีศึกษาให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่กำลังหางานและอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจลาออกเพื่อเริ่มต้นงานใหม่
ลำดับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น:
1.ผ่านการคัดเลือกและเข้าสู่ขั้นตอนการ Offer: ดิฉัน ได้ผ่านการสัมภาษณ์งานในตำแหน่ง... กับทาง บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่น แห่งหนึ่ง ใน นิคมอุตสาหกรรมย่านจังหวัดฉะเชิงเทราตรงทางลงมอเตอร์เวย์ขาไปชลบุรี จนได้รับแจ้งจากทางบริษัทอย่างเป็นทางการว่าอยู่ใน "ขั้นตอนการ Offer" (ขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาเงื่อนไขและรออนุมัติ) ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเริ่มงาน
2.การตัดสินใจลาออก: เนื่องจากเข้าใจว่าอยู่ในระหว่างรอสัญญาจ้างงานฉบับจริงตามกระบวนการปกติ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับโอกาสใหม่นี้ ดิฉัน จึงตัดสินใจ ลาออกจากงานเดิม โดยได้แจ้งล่วงหน้าตามระเบียบ
3.ความผิดพลาดของทางบริษัทและการสื่อสารที่ไม่คาดคิด: ในระหว่างที่รอการดำเนินการอยู่นั้น ทางบริษัทกลับมีการ เลือกแคนดิเดตคนอื่น เข้าไปทำงานในตำแหน่งเดียวกันนี้แล้ว ทั้งที่กระบวนการ Offer ยังไม่สิ้นสุด
4.จุดพลิกผันและพฤติกรรมของ HR Manager: ในการติดต่อล่าสุดกับทาง HR Manager ของบริษัท แทนที่ทางบริษัทจะยอมรับความผิดพลาดของตนเองหรือกล่าวคำขอโทษ กลับกลายเป็นว่า HR Manager ได้แจ้งกับว่า เป็น "เป็นความผิดของผู้สมัครเอง" ที่ไม่โทรศัพท์ติดตามผลด้วยตนเองในช่วงที่รอการดำเนินการ
(ทั้งที่บริษัทต่างหากที่ต้องแจ้งผลว่า offer สำเร็จหรือไม่ จึงเป็นพฤติกรรมที่แปลกและแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและการบริหารงานที่บกพร่องในส่วนงานของ HR Account)
5.คำพูดที่กระทบจิตใจ: ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง HR Officer และ HR Manager ยังได้พูดจาในเชิงซ้ำเติมสถานการณ์ของดิฉันที่ได้ลาออกจากงานเดิมแล้ว ด้วยประโยคว่า "กำลังจะตกงานหรอคะ" ทั้งที่ทราบดีว่าดิฉันกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนนี้อยู่
ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ครั้งนี้:
- สถานะ Offer ไม่ใช่สัญญาจ้าง: บทเรียนสำคัญที่สุดคือสถานะ "อยู่ระหว่างการ Offer" หรือ "รออนุมัติ" ยังไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้งาน 100% จนกว่าจะได้รับสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุวันเริ่มงานที่ชัดเจน
- การลาออกก่อนเซ็นสัญญา: ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและมีความเสี่ยงสูงที่จะลาออกจากงานเดิมก่อนที่จะได้รับสัญญาจ้างงานใหม่ฉบับจริง เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เสมอ
- วัฒนธรรมองค์กรสะท้อนจาก HR: การสื่อสารและการปฏิบัติตนของฝ่ายบุคคล (HR) สามารถสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรและการให้เกียรติผู้สมัครได้ในระดับหนึ่ง
สรุป:
ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่อยากแชร์ให้ทุกคนได้ทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการหางานและการวางแผนลาออกในอนาคต หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และขอให้ทุกท่านโชคดี ได้ร่วมงานกับองค์กรที่ให้เกียรติพนักงานค่ะ
ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริงกับตัวดิฉันเอง ไม่ใช่ข้อมูลเท็จที่แต่งขึ้นเพื่อโจมตีบริษัทแต่อย่างใด แต่เป็นการแชร์ประสบการณ์จริงเพื่อเป็นอุทาหรณ์เท่านั้นค่ะ