เลิกจำว่าทุกคนต้องเป็น ‘อีสุกอีใส’ สักครั้งในชีวิต และแก่ตัวก็อาจเป็น ‘งูสวัด’ เพราะปัจจุบัน ป้องกันได้

เลิกจำว่าทุกคนต้องเป็น ‘อีสุกอีใส’ สักครั้งในชีวิต และแก่ตัวก็อาจเป็น ‘งูสวัด’ เพราะปัจจุบัน ทั้งหมดป้องกันได้ ด้วยการฉีดวัคซีนตอน 1 ขวบ
.
ความรู้ทางการแพทย์เป็นสิ่งที่ต้องอัปเดตเรื่อยๆ และเรื่องหนึ่งที่วัยกลางคนควรอัปเดตคือเรื่อง 'อีสุกอีใส' (Chicken Pox)

ในอดีต คนที่เกิดและโตมาสัก 30 ปีก่อนขึ้นไป น่าจะจำกันมาว่า 'โรคอีสุกอีใส' คือโรคที่ทุกคนต้องเป็นสักครั้งในชีวิต มันไม่คอขาดบาดตายอะไร เป็นแล้วอย่าไปแกะตุ่ม เดี๋ยวมันจะหายเอง และมีภูมิคุ้มกันตลอดไป
.
นี่เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะจริงๆ ไวรัสตัวที่ก่อโรคนี้ จริงๆ บางครั้งทำให้เด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังไม่พัฒนาเต็มที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ถ้ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน (องค์การอนามัยโลกประเมินว่ามีการเสียชีวิตจากไวรัสนี้ ปีละมาณ 4,200 คน)
.
นอกจากนี้ พอติดไวรัสแล้วมันก็ไม่ได้หายไปไหน ยังแอบซ่อนในร่างกายเรา รอวันเจ้าของร่างกายอ่อนแอ (ไวรัสนี้ชื่อ Varicella-Zoster Virus) และมาออกฤทธิ์ในตอนที่เราสูงวัย (ตอนอายุ 50 ขึ้นไป) หรือภูมิคุ้มกันตก อย่างหนักหน่วง ฤทธิ์เดชมันร้ายแรงกว่า 'อีสุกอีใส' ตอนเด็กมากๆ
.
และโรคจากไวรัสนี้ที่เกิดในผู้ใหญ่ เรียกว่า 'โรคงูสวัด' โดยโรคนี้ถ้าเกิดในผู้สูงอายุ มันร้ายแรงระดับมีโอกาสเสียชีวิต คนไม่น้อยหายแล้วก็ยังมีอาการปวดเส้นประสาทค้างอยู่ ซึ่งความรุนแรงของโรคเป็นคนละโลกกับโรคอีสุกอีใสที่โดยทั่วไปเป็นโรคเบาๆ ของเด็กๆ
.
หลายคนอาจรู้ถึงความน่ากลัวของโรคนี้ ข่าวดีคือมัน 'มีวัคซีน' แบบที่จะทำให้ช่วยบรรเทาอาการของโรคได้ แต่หลายคนก็รู้เช่นกันว่าราคาของวัคซีนชนิดนี้มันโหดเอาเรื่องอยู่ (สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ราคาเริ่มต้นประมาณเข็มละ 5,000 บาท ต้องฉีด 2 เข็ม) ชนิดที่หลายคนที่กลัวโรค เห็นราคาก็อาจผงะ
.
อย่างไรก็ตามมี 'ข่าวดี' สำหรับคนรุ่นใหม่ๆ ที่ทันฉีด 'วัคซีนอีสุกอีใส' รวมถึงพ่อแม่ยุคปัจจุบันด้วย
.
ต้องขอย้อนก่อนว่าจริงๆ วัคซีนอีสุกอีใสมีมานานแล้ว (วัคซีนพัฒนาสำเร็จราวต้นทศวรรษ 1980) และในอเมริกา มันเคยเป็นวัคซีน 'บังคับ' มาตั้งแต่ราวปี 1995 และนี่เองทำให้เด็กอเมริกันหลังจากนั้นไม่มีใครเป็นอีสุกอีใสอีกเลย เรียกว่าโรคนี้หายไปไม่ได้ต่างอะไรจาก 'ฝีดาษ' ในอดีต
.
งานวิจัยล่าสุด ณ ปี 2026 จากฝั่งอเมริกายังพบอีกว่า อันที่จริงคนรุ่นแรกๆ ที่ได้ฉีดวัคซีนอีสุกอีใส ไม่ใช่แค่เด็กเล็กจะไม่เป็นอีสุกอีใส แต่เมื่อโตขึ้นถึงภูมิคุ้มกันจะตก ก็จะไม่เป็นงูสวัดด้วย
.
ทั้งนี้ในไทย วัคซีนอีสุกอีใสแม้ว่าจะไม่ใช่ 'วัคซีนบังคับ' สำหรับเด็ก แต่ที่จริงก็มีให้บริการทั่วไปทั้งสถานพยาบาลรัฐและเอกชน โดยข้อดีคือราคามันต่ำกว่าวัคซีนงูสวัดมากๆ
.
เพราะในขณะที่วัคซีนงูสวัดสำหรับผู้สูงอายุ ราคาอยู่ที่ประมาณเข็มละ 5,000 บาท วัคซีนอีสุกอีใสราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณเข็มละ 1,000 บาท เท่านั้น โดยถ้าจะให้จำง่ายๆ คือฉีดเข็มแรกตอนประมาณ 1 ขวบ และฉีดกระตุ้นอีกทีเมื่อ 5 ขวบ ก็จะถือว่ามีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต ไม่ต้องกลัวว่าแก่มาแล้วจะเป็นงูสวัด
.
ความน่าสนใจคือ แม้ว่าวัคซีนนี้จะฟังดูเป็น 'การลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่า' มาก แต่ประเทศพัฒนาแล้วจำนวนไม่น้อยกลับไม่ 'บังคับฉีด' หรือมีการ 'สนับสนุนให้ฉีด' (ผ่านการให้เงินอุดหนุน)
.
โดยประเทศพัฒนาแล้วก็ยังแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่สนับสนุนให้ฉีดแต่เด็ก (เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย) กับฝ่ายที่ไม่สนับสนุน (เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และกลุ่มประเทศนอร์ดิก)
.
เหตุผลหนึ่งของเขาเองก็คล้ายกับความเชื่อของคนไทยรุ่นเก่าๆ ที่เชื่อว่าถ้าไปฉีดวัคซีนอีสุกอีใสให้เด็กเยอะๆ ปัญหาคือเด็กรุ่นก่อนหน้าที่อายุเกิน และไม่ได้รับวัคซีน ก็จะไม่เป็นอีสุกอีใสตอนเด็ก แต่ถ้าไปได้เชื้อตอนโตแล้วจะทำให้เป็นงูสวัดเลย และจะทำให้อาการหนัก ดังนั้นเขาจึงมองว่าปล่อยให้คนเป็นอีสุกอีใสตั้งแต่เด็ก ดังที่เคยเป็นกันมาดีกว่า
.
แต่อีกด้าน ในอดีตก็มีความเชื่อว่าคนที่ได้รับวัคซีนอีสุกอีใสตอนเด็ก ถ้าโตมาเวลาเป็นงูสวัดจะเป็นหนัก ดังนั้นเขาเลยคิดว่าไม่ฉีดดีกว่า
.
ประเด็นคือ ในอดีตมันเป็นเพียง ‘ความเชื่อ' เท่านั้น เพราะมนุษย์รุ่นแรกที่ได้รับวัคซีนนี้ อายุยังน้อย เราไม่รู้ว่าโตมาแล้วจะเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบันมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าคนที่ได้รับวัคซีนนี้ไม่ได้เป็นงูสวัดหนักขึ้นแบบที่เชื่อกันมา กลับกันคนได้รับวัคซีนแต่เด็กจะไม่เป็นงูสวัดด้วยซ้ำ
.
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้จัดวัคซีนอีสุกอีใสเข้ามาใน 'รายชื่อยาจำเป็นต้นแบบ' มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว จึงไม่แปลกที่หลังจากนั้นท่าทีของชาติต่างๆ ก็เปลี่ยนไป และผลวิจัยระยะยาวของวัคซีนก็ดูจะชี้ไปในทางชัดเจนว่า 'ความกลัว' และ 'ความลังเล' ของชาติที่จะไม่สนับสนุนให้ประชาชนวัคซีนตัวนี้ ดูจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี ในระยะยาว
.
ที่มา : ฺBrandThink
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่