ทำไมเวลาที่การทำงานมีปัญหาคนถึงชอบโทษระบบ?

ผู้ที่ชื่นชอบการเสพสุรา
เล่นการพนันมัวเมาในสตรี
ย่อมไม่สมควรรับเข้าทำงานราชการ
ผู้ที่มีพฤติกรรมชอบลักขโมย
คงไม่เหมาะที่จะให้ทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สิน
ผู้ที่ละโมบโลภมาก
ย่อมไม่สมควรให้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับองค์กรบำเพ็ญประโยชน์

.

หลักการเป็นผู้นำ เสาค้ำสำคัญต้นที่สาม

เนื้อหาจากโภชาชานียชาดก ที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นม้าสินธพชื่อโภชาชานียะ เป็นม้ามงคลของพระเจ้าพาราณสี

ช่วงเวลานั้น พระราชาทั้งเจ็ดผู้เป็นอริราชศัตรูนำทัพมาล้อมเมืองพาราณสี พระเจ้าพาราณสีปรึกษากับเหล่าอำมาตย์ เห็นว่าขั้นแรกยังไม่ควรออกรบด้วยตัวเอง แต่ควรมอบหมายให้นายทหารม้านายหนึ่งดำเนินการก่อน ทหารม้านายนั้นรับอาสา แต่ขอม้ามงคลโภชาชานียะมาเป็นม้าศึก เพื่อทำการรบในครั้งนี้

ทหารม้านายนั้นขี่ม้ามงคลไปเหมือนฟ้าแลบ ทำลายกองพลที่หนึ่งจนแตกกระเจิง จับตัวพระราชาคนแรกเอาไว้ได้ กองพลที่สองกับสามก็เช่นเดียวกัน จนกระทั่งมาถึงกองพลที่หก ม้ามงคลก็ได้รับบาดเจ็บเป็นอันมาก

ทหารม้าจึงให้ม้ามงคลนอนลง จะถอดเกราะให้ม้าตัวอื่นรบแทน แต่ม้าโภชาชานียะเตือนว่า นอนจากเราแล้ว ม้าตัวอื่นที่จะทำลายกองพลที่เจ็ด และจับพระราชาองค์ที่เจ็ดนั้นย่อมไม่มี ท่านจงให้เราลุกขึ้นแล้วผูกเกราะเถิด
ทหารม้านายนั้นก็ทำตาม สุดท้ายก็รบพุ่งจนทำลายกองพลที่เจ็ด และจับพระราชาองค์สุดท้ายของข้าศึกเอาไว้ได้

จีนยุครณรัฐ ฉีหวนกงเคยนำข้อราชการ เกี่ยวกับการแต่งตั้งขุนนางมาเสนอก่วนจ้งเพื่อขอความเห็น ก่วนจ้งก็ทูลแนะนำว่า

หนึ่งผู้ฉลาดต่อการใช้วาทศิลป์ ไม่สะดุ้งสะเทือนต่อลาภยศและสินบน สามารถเข้าถึงจิตใจของประชาชนและมีประสบการณ์กว้างขวาง ข้าพเจ้าย่อมเทียบไม่ได้กับเสียนซัง ขอท่านได้โปรดตั้งให้เสียนซังเป็นเสนาบดีว่าการยุติธรรมเถิด

อนึ่ง ผู้มีบุคลิกราศีเป็นที่สง่าในท่ามกลางฝูงชนทุกหมู่ชั้น รู้มรรยาทและวิธีการการปราศัย แสดงน้ำใจต่อแขกผู้มาเยือน คุณสมบัติเหล่านี้ข้าพเจ้ามีไม่มากเท่ากับสีเผิง ขอท่านได้โปรดตั้งสีเผิงเป็นเสนาบดีว่าการสันถวไมตรีเถิด

อนึ่งผู้เพียรหักล้างถางพงสร้างบ้านแปลงเมือง ปลูกผักธัญญานาสวนวิไล ข้าพเจ้าก็มิอาจเปรียบได้กับหนิงอู่ ขอท่านได้โปรดตั้งหนิงอู่เป็นเกษตราธิการเถิด

อนึ่งผู้สามารถบัญชาสามเหล่าทัพ มิพรั่นภยันตราย ยอมถวายชีวิตในสมรภูมิ จิตใจเช่นนี้ข้าพเจ้าไม่อาจเทียบองค์ชายเฉิงฟู่ได้ ขอท่านได้โปรดตั้งองค์ชายเฉิงฟู่เป็นเสนาบดีกลาโหมเถิด

อนึ่ง ผู้ภักดีต่อราชการ อาจหาญต่อการถวายฎีกาโดยมิพรั่นอาญาใดๆ คุณสมบัติข้อนี้ข้าพเจ้าหามีเท่าตงกัวหยาไม่ ขอท่านโปรดตั้งตงกัวหยาเป็นเสนาบดีวังคอยถวายคำปรึกษาเถิด

การบริหารนครรัฐฉีจำเป็นต้องพึ่งพาบุคคลทั้งห้านี้ แต่หากท่านประสงค์จะแผ่อานุภาพสยบอาณาจักรทั้งปวงในใต้หล้า นอกเหนือจากแคว้นฉีนี้ ตัวข้าพเจ้าก่วนจ้งก็อาจสนองบัญชาได้

จากตัวอย่างข้างต้น ถึงแม้ก่วนจงจะยอมรับว่า ตนมีจิตใจไม่หนักแน่นพอต่อลาภยศและสินบน ยังไม่สมบูรณ์ในความรอบรู้ มรรยาทประเพณี และไม่มีสมรรถภาพในการนำกองทัพ แต่เขาก็รู้ตัวว่า มีความสามารถเฉพาะตัว ที่จะช่วยให้ฉีหวนกงทะยานขึ้นเป็นเจ้านครรัฐมหาอำนาจ

หลักสำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นผู้นำคือ หยั่งรู้ความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชา แล้วใช้คนให้ถูกกับงาน เป็นความสามารถแบบประมุขศิลป์ หรือศิลปะของการเป็นผู้นำ พูดง่ายๆคือ ต้องอ่านคนออกและใช้คนเป็น รู้ว่าบริวารใต้สังกัดมีความสามารถอย่างไร แล้วค่อยช่วงใช้ให้ตรงกับความสามารถนั้น นี่คือหลักการของผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ยึดถือมาทุกยุคสมัย

ถ้าผู้นำคนไหนทำได้ ก็จะเกิดประโยชน์โภชผลเอนกอนันต์ ถ้าทำไม่ได้ก็จะเกิดโทษภัยอย่างมหันต์ ทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง จนนำมาสู่ความพินาศของหน่วยงานหรือองค์กรในตอนท้าย

เปรียบง่ายๆ หากมียานยนต์หรือม้าอาชาไนยวิเศษในครอบครอง หากใช้ไพร่ผู้ไม่รู้ความขึ้นบังคับขับไส ก็จะเห็แต่ภาพชวนหัวเป็นที่บันเทิงเท่านั้น แต่เมื่อใช้ขุนพลผู้ชำนาญขึ้นควบขี่  จึงสามารถผาดโผนโจนทะยานได้ไกลถึงพันลี้ จะเห็นว่าแม้จะมีรถหรือม้าตัวเดียวกัน แต่คนหนึ่งขับขี่แล้วก็ดูสง่าโลดแล่นไปไกล อีกคนกลับมีแต่รอยสำรวลฝากไว้

นั่นเพราะเทคนิคและความสารถของคนขี่แตกต่างกัน

ถ้าเปรียบว่าแว่นแคว้นประเทศคือรถเทียมยาน สถานการณ์คือตัวม้าที่โลดแล่น โองการและประกาศิตทั้งหลายคือบังเหียนควบคุม บัญญัติหรือโทษทัณฑ์คือแส้ที่โบยกระหน่ำ หากให้คนมีความสามารถควบคุมบังเหียน ทั่วทั้งแดนดินก็สงบสุข แต่หากให้คนไร้ความสามารถขึ้นขี่ ทั่วทั้งปฐพีก็จะปั้นป่วนวุ่นวาย

ถ้าปรารถนาจะให้รถม้าถึงที่หมายอย่างรวดเร็วราบรื่น ก็ต้องใช้ผู้ขับขี่ที่มีฝีมือ ความหมายก็คือ ถ้าอยากได้ผลประโยชน์เพิ่มพูน และต้องการหลีกพ้นจากภัยพิบัติ ก็จงใช้แต่บุคคลที่ปรีชาฉลาด

ส่วนใหญ่พอเกิดปัญหาคนก็มักโทษแต่ระบบ บ้างก็ว่าระบบไม่ดีหรือมีความบกพร่อง

จะเห็นได้ว่าระบบทุกอย่าง ไม่ว่าจะงานหลวง งานราษฎ์ งานราชการ ล้วนเป็นมนุษย์คิดค้นขึ้นและกำกับดูแล รวมถึงเครือข่ายที่มีมากมายตามแต่จะนึกได้ ปัญหาก็คือ ระบบทั้งหลายเป็นของตาย คนต่างหากเป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้นจึงมีแต่คนใช้ระบบ ไม่ใช่ระบบใช้คน การมีปัญหาจึงไม่ควรโทษระบบ แต่ควรจะโทษคนต่างหาก

ประเด็นอยู่ตรงนี้ ผู้นำขององค์กรแต่งตั้งให้คนประเภทไหนมาควบคุมระบบ เป็นคนมีความรู้ความสามารถแท้จริงหรือไม่ หรือสักเอาคนที่ดีแต่พูดมาทำงาน
ถ้าได้คนที่มีความสามารถมีความประพฤติดีเข้าควบคุม หน่วยงานหรือองค์กรก็จะประสบกับความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าขยันแต่งตั้งคนไร้ความสามารถ เภทภัยมหันต์จะบังเกิด นี่คือหลักที่ผู้นำเลือกคนมาทำงาน

ทั้งหมดทั้งปวงอยู่ที่ว่าพวกคุณตาถึงกันหรือเปล่า ถ้าตาถั่วก็ช่วยไม่ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่