“ชุมชนเมือง เดลินิวส์” พูดคุยกับ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย รองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ถึงเสียงสะท้อนการจัดการปัญหา พร้อมประเมินศักยภาพการรับมือภัยพิบัติช่วงที่ผ่านมา ไปจนถึงผลกระทบกับเวลาบริหารงานที่เหลืออีกกว่า 3 ปี
• ความคาดหวังสูง ผลลัพธ์สวนทาง
ช่วงที่เกิดปัญหาตนคิดว่าทีมบริหารถูกตั้งคำถามเยอะ เพราะก่อนหน้านี้คน กทม.มีความคาดหวังต่อตัวผู้ว่าฯ ชัชชาติไม่น้อย เห็นได้จากคะแนนการเลือกตั้งที่ได้มากกว่ารอบแรก ภายใต้บริบทที่คนใช้สิทธิ์น้อยลงกว่าเดิม ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการแก้ไข เยียวยาภัยพิบัติต่าง ๆ แทบไม่ค่อยเห็นภาพ หลาย ๆ พื้นที่แม้เป็นไปตามสภาพอากาศ แต่บางส่วนก็ไม่คาดคิดว่าจะหนักเช่นนี้
อีกทั้ง กระบวนการที่จะเร่งดำเนินการแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย จึงเกิดเป็นคำถามถึงกลไกในการจัดการภัยพิบัติของผู้ว่าฯชัชชาติ และทีมงานในครั้งนี้
• เผชิญวิกฤตศรัทธา กับคำถามบริหารจัดการได้จริงหรือไม่
การพร่องน้ำและการถอดบทเรียนเตรียมรับมือเป็นเรื่องที่ถูกตั้งคำถามช่วงแรกที่ฝนตกและท่วมหนักในหลายพื้นที่ จุดนี้ส่งผลทำให้หลายคนไม่เชื่อมั่นการจัดการและรับมือกับภัยพิบัติด้วยหรือไม่ รศ.ดร.ยุทธพร มองว่า จุดนี้เป็นส่วนสำคัญหนึ่ง และสิ่งที่น่าสนใจคือผู้ที่ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 มักมีปัญหา ทำให้ผู้ว่าฯต้องไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งกรณีพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ลาออกเพื่อลงสนามเลือกตั้งใหญ่ หรือ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ก็โดนการถอดถอนโดยประกาศคำสั่งของคสช.
ตนคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของกทม. ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้ว่าฯ จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อาทิ โครงสร้างทางด้านผังเมือง โครงสร้างทางด้านเรื่องของระบบโยธาธิการ ระบายน้ำ กระทั่งโครงสร้างของระบบการบริหารราชการของกทม.ที่ทุกอย่างยังคงรวมศูนย์ที่ตัวผู้ว่าฯ ขณะเดียวกันปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ก็ยังเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญ
“เมื่อพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าผู้ว่าฯ คนไหนจะได้รับคะแนนนิยมมากมาย หรืออยู่ 2 สมัย ยิ่งทำให้แก้ไม่ได้ สุดท้ายก็กลับกลายเป็นวิกฤตศรัทธาแทน วิเคราะห์ว่าขณะนี้อาจารย์ชัชชาติก็คงจะเดินเข้าสู่สภาวะนี้เหมือนกัน”
• เก้าอี้ไม่หลุด แต่ภาพลักษณ์ไม่รอด
จากการจุดกระแสปลดจากเก้าอี้ตั้งแต่ปีแรก เรื่องนี้ รศ.ดร.ยุทธพร ระบุ เป็นอำนาจรมว.มหาดไทย และสภากทม.ในการถอดถอน แต่การจะทำได้ต้องมีเหตุ มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นก่อน เช่น มีเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น มีการกระทำความผิดในลักษณะที่ร้ายแรง ขณะที่กรณีนี้เป็นเรื่องของประสิทธิภาพประสิทธิผลในการแก้ปัญหา อาจไม่ถึงขั้นปลดหรือถอดถอน แต่แน่นอนว่าแค่การยื่นให้ถอดถอนก็กระทบภาพลักษณ์ไม่น้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ว่าฯชัชชาติ ไม่สามารถลงสมัครเกิน 2 สมัยได้ ถึงแม้ว่าการแก้ไขกฎหมายท้องถิ่นล่าสุดจะมีการปลดล็อคกับผู้บริหารท้องถิ่นก็ตาม แต่ไม่รวมถึงกทม.และเมืองพัทยา ดังนั้น ภาระตรงนี้จะตกอยู่กับทีมของผู้ว่าฯชัชชาติ ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส่งใครแทน ซึ่งแน่นอนว่าจะถูกพุ่งเป้าหรือโฟกัส
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯชัชชาติ และทีมต้องกลับมาฟื้นฟู เยียวยา แก้ไขคนกทม.ให้เร็วที่สุด และเชื่อว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ เพราะเราอยู่ในสภาวะสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง มันมีความเสี่ยงที่จะเกิดได้หมด แต่หลังจากนี้ต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
“เราไม่สามารถห้ามฟ้าฝนได้ แต่เรื่องของระบบการบริหารต้องปรับปรุง เพื่อให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และอาจต้องมีแนวทางชัดเจนถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เป็นระบบจริง ๆ นอกจากเพียงติดตั้งเครื่องและสูบน้ำ เพราะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า”
ดังนั้น ถึงเวลาที่กทม.จะต้องไปดูในส่วนของระบบ เพราะคาดว่าจะรุนแรงมากขึ้นจากสภาพอากาศโลก ทั้งในเรื่องของผังเมือง และความแออัดของผู้คนหรือชุมชน
• ตัดเกรด 4 เต็ม 10 สอบตกทั้งผู้นำและทีมงาน
หากต้องให้คะแนนเต็ม 10 ในเรื่องจัดการปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ รศ.ดร.ยุทธพร ให้คะแนนผู้ว่าฯชัชชาติ และทีม 4 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 พร้อมยอมรับที่ผ่านมาไม่เคยให้ใครสอบตก
“ปกติผมไม่เคยให้ใครสอบตกนะ แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าผู้ว่าฯชัชชาติและทีมต้องปรับปรุง และไม่ได้ปรับปรุงแค่ตัวบุคลากร แต่ต้องปรับปรุงโครงสร้างของกทม.ด้วย”
ภารกิจการฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วมเป็นสิ่งที่ผู้ว่าฯชัชชาติและทีม ยังคงต้องเดินหน้าต่อ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ยังต้องทำ ในการบริหารงานต่อไปอีก 3 ปี 9 เดือน คือการกู้คืนฟื้นแรงศรัทธาด้วยนั่นเอง.
กระแสน้ำท่วมกรุงปี 69 ตัดเกรด 4 เต็ม 10 คะแนน สอบตกทั้งผู้ว่าฯกทม.-ทีมงาน ... สามารถติดตามต่อได้ที่ :
https://www.dailynews.co.th/news/6285308/
https://www.facebook.com/share/p/1FUfrZTBXb/
#น้ำท่วม #ภัยพิบัติ
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
กระแสน้ำท่วมกรุงปี 69 ตัดเกรด 4 เต็ม 10 คะแนน สอบตกทั้งผู้ว่าฯกทม.-ทีมงาน
“ชุมชนเมือง เดลินิวส์” พูดคุยกับ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย รองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ถึงเสียงสะท้อนการจัดการปัญหา พร้อมประเมินศักยภาพการรับมือภัยพิบัติช่วงที่ผ่านมา ไปจนถึงผลกระทบกับเวลาบริหารงานที่เหลืออีกกว่า 3 ปี
• ความคาดหวังสูง ผลลัพธ์สวนทาง
ช่วงที่เกิดปัญหาตนคิดว่าทีมบริหารถูกตั้งคำถามเยอะ เพราะก่อนหน้านี้คน กทม.มีความคาดหวังต่อตัวผู้ว่าฯ ชัชชาติไม่น้อย เห็นได้จากคะแนนการเลือกตั้งที่ได้มากกว่ารอบแรก ภายใต้บริบทที่คนใช้สิทธิ์น้อยลงกว่าเดิม ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการแก้ไข เยียวยาภัยพิบัติต่าง ๆ แทบไม่ค่อยเห็นภาพ หลาย ๆ พื้นที่แม้เป็นไปตามสภาพอากาศ แต่บางส่วนก็ไม่คาดคิดว่าจะหนักเช่นนี้
อีกทั้ง กระบวนการที่จะเร่งดำเนินการแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย จึงเกิดเป็นคำถามถึงกลไกในการจัดการภัยพิบัติของผู้ว่าฯชัชชาติ และทีมงานในครั้งนี้
• เผชิญวิกฤตศรัทธา กับคำถามบริหารจัดการได้จริงหรือไม่
การพร่องน้ำและการถอดบทเรียนเตรียมรับมือเป็นเรื่องที่ถูกตั้งคำถามช่วงแรกที่ฝนตกและท่วมหนักในหลายพื้นที่ จุดนี้ส่งผลทำให้หลายคนไม่เชื่อมั่นการจัดการและรับมือกับภัยพิบัติด้วยหรือไม่ รศ.ดร.ยุทธพร มองว่า จุดนี้เป็นส่วนสำคัญหนึ่ง และสิ่งที่น่าสนใจคือผู้ที่ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 มักมีปัญหา ทำให้ผู้ว่าฯต้องไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งกรณีพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ลาออกเพื่อลงสนามเลือกตั้งใหญ่ หรือ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ก็โดนการถอดถอนโดยประกาศคำสั่งของคสช.
ตนคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของกทม. ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้ว่าฯ จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อาทิ โครงสร้างทางด้านผังเมือง โครงสร้างทางด้านเรื่องของระบบโยธาธิการ ระบายน้ำ กระทั่งโครงสร้างของระบบการบริหารราชการของกทม.ที่ทุกอย่างยังคงรวมศูนย์ที่ตัวผู้ว่าฯ ขณะเดียวกันปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ก็ยังเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญ
“เมื่อพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าผู้ว่าฯ คนไหนจะได้รับคะแนนนิยมมากมาย หรืออยู่ 2 สมัย ยิ่งทำให้แก้ไม่ได้ สุดท้ายก็กลับกลายเป็นวิกฤตศรัทธาแทน วิเคราะห์ว่าขณะนี้อาจารย์ชัชชาติก็คงจะเดินเข้าสู่สภาวะนี้เหมือนกัน”
• เก้าอี้ไม่หลุด แต่ภาพลักษณ์ไม่รอด
จากการจุดกระแสปลดจากเก้าอี้ตั้งแต่ปีแรก เรื่องนี้ รศ.ดร.ยุทธพร ระบุ เป็นอำนาจรมว.มหาดไทย และสภากทม.ในการถอดถอน แต่การจะทำได้ต้องมีเหตุ มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นก่อน เช่น มีเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น มีการกระทำความผิดในลักษณะที่ร้ายแรง ขณะที่กรณีนี้เป็นเรื่องของประสิทธิภาพประสิทธิผลในการแก้ปัญหา อาจไม่ถึงขั้นปลดหรือถอดถอน แต่แน่นอนว่าแค่การยื่นให้ถอดถอนก็กระทบภาพลักษณ์ไม่น้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ว่าฯชัชชาติ ไม่สามารถลงสมัครเกิน 2 สมัยได้ ถึงแม้ว่าการแก้ไขกฎหมายท้องถิ่นล่าสุดจะมีการปลดล็อคกับผู้บริหารท้องถิ่นก็ตาม แต่ไม่รวมถึงกทม.และเมืองพัทยา ดังนั้น ภาระตรงนี้จะตกอยู่กับทีมของผู้ว่าฯชัชชาติ ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส่งใครแทน ซึ่งแน่นอนว่าจะถูกพุ่งเป้าหรือโฟกัส
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯชัชชาติ และทีมต้องกลับมาฟื้นฟู เยียวยา แก้ไขคนกทม.ให้เร็วที่สุด และเชื่อว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ เพราะเราอยู่ในสภาวะสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง มันมีความเสี่ยงที่จะเกิดได้หมด แต่หลังจากนี้ต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
“เราไม่สามารถห้ามฟ้าฝนได้ แต่เรื่องของระบบการบริหารต้องปรับปรุง เพื่อให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และอาจต้องมีแนวทางชัดเจนถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เป็นระบบจริง ๆ นอกจากเพียงติดตั้งเครื่องและสูบน้ำ เพราะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า”
ดังนั้น ถึงเวลาที่กทม.จะต้องไปดูในส่วนของระบบ เพราะคาดว่าจะรุนแรงมากขึ้นจากสภาพอากาศโลก ทั้งในเรื่องของผังเมือง และความแออัดของผู้คนหรือชุมชน
• ตัดเกรด 4 เต็ม 10 สอบตกทั้งผู้นำและทีมงาน
หากต้องให้คะแนนเต็ม 10 ในเรื่องจัดการปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ รศ.ดร.ยุทธพร ให้คะแนนผู้ว่าฯชัชชาติ และทีม 4 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 พร้อมยอมรับที่ผ่านมาไม่เคยให้ใครสอบตก
“ปกติผมไม่เคยให้ใครสอบตกนะ แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าผู้ว่าฯชัชชาติและทีมต้องปรับปรุง และไม่ได้ปรับปรุงแค่ตัวบุคลากร แต่ต้องปรับปรุงโครงสร้างของกทม.ด้วย”
ภารกิจการฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วมเป็นสิ่งที่ผู้ว่าฯชัชชาติและทีม ยังคงต้องเดินหน้าต่อ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ยังต้องทำ ในการบริหารงานต่อไปอีก 3 ปี 9 เดือน คือการกู้คืนฟื้นแรงศรัทธาด้วยนั่นเอง.
กระแสน้ำท่วมกรุงปี 69 ตัดเกรด 4 เต็ม 10 คะแนน สอบตกทั้งผู้ว่าฯกทม.-ทีมงาน ... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/6285308/
https://www.facebook.com/share/p/1FUfrZTBXb/
#น้ำท่วม #ภัยพิบัติ
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์