เราทะเลาะกับเพื่อนที่เราคิดว่าเราสนิทกับเขาค่ะ ที่ผ่านมาก็ทะเลาะกันเรื่องเล็กๆมาตลอดส่วนใหญ่จะเป็นเราที่ไม่โอเคและก็เป็นเราที่ยอมหายโกรธเพราะไม่อยากเสียเพื่อน วันเกิดเรานัดกันจะไปกินหมูกระทะอยู่ด้วยกันดีๆเขาก็ไม่ไปเพราะอยากซ้อมน้องหลีดซึ่งจริงๆไม่ต้องก็ได้ เขาเคยเชียร์เราเรื่องทำคลิปประกวดเราเลยตั้งใจตัดแล้วเอาไปอวดเขาแต่พอเอาไปอวดอีกฝ่ายกลับไม่แม้แต่จะดูไม่สนใจว่าเราพยามให้เขาดูแค่ไหน เขาเคยจู่ๆหายไปเป็นสัปดาห์ติดต่อไม่ได้ไม่มีเหตุผล ไปตามที่บ้านก็ไม่ออกมาพอวันที่เขามาเขาก็ไม่ยอมพูดอะไรทำตัวปกติ พอเราจะถามสาเหตุเขาก็เงียบตลอด ไม่บอก จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าทำไม
เขามักเรียกหาเราเสมอเวลาเขาเหงาเราก็ไปด้วยตลอดเพราะเราก็เหงาชอบไปเที่ยวกับเพื่อน ต่อให้พรุ่งนี้เช้าเรามีสอบเราก็ไปกับเขา หรือต่อให้อีกไม่กี่ชั่วโมงอาจารย์จะนัดประชุมเราก็ยอมออกไปกับเขาเพราะเขาขอ เราก็ไป ไม่เคยปฏิเสธเขา เราซัพพอร์ตเขาในฐานะเพื่อนคนหนึ่งมี่พอจะทำได้ และเรื่องหนึ่งที่ยอมรับคือเราสองคนสนิทกันและมักจะด่าหรือบูลลี่กันเเรงๆเสมอ ต่างฝ่ายต่างตลก แต่จริงๆก็อาจจะไม่โอเคทั้งคู่ ทำไปทำมาก็กบายเป็นปกติ แต่หบายครั้งมันก็แรงไปจนไม่โอเค แต่พูดอะไรไม่ได้
เราเป็นคนขี้น้อยใจอยู่แล้ว ส่วนเขาก็เป็นคนไม่แคร์ใคร ถ้าเราไม่อยู่ตรงนี้ เขาก็หาเพื่อนคนอื่น เราเลยคิดตลอดว่าเราสนิทกันจริงไหมหรือมีแค่เราที่รู้สึกคนเดียว
เรากับเพื่อนคนนี้ก็ทะเลาะจุบจิบมาเรื่อยๆ เขาไม่ค่อยขอโทษเรา ส่วนเราก็ทำได้แค่ปล่อยเบลอ เวลาเราโกรธเขารู้นะแต่เขาไม่ทำอะไรเลยจนเราต้องเริ่มเข้าหาเขาคุยกันแบบปกติโดยไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก เป็นซ้ำๆบ่อยๆจนวันหนึ่ง
เราไปเที่ยวกับเขา เหมือนพวกเราเหนื่อยกันมากเราถามเพื่อนทุกคนว่าเสร็จแล้วจะไปกินอะไรตอนแรกทุกคนก็ตกลงกันว่าจะไปกินหมูกระทะ เราก็หาร้านโทรอะไรเรียบร้อย แล้วถามเพื่อนอีกทีว่ากินอีกไหม ทุกคนก็ไม่ตอบ เราเลยถามว่าหรือจะกินร้านอื่นก็ไม่มีใครตอบ ด้วยความเหนื่อยบวกหิวพอถามไรไม่มีใครตอบก็เลยหงุดหงิดค่ะ แบบเซ้ง เหนื่อย เลยบอกเพื่อนว่าขอไปรอที่รถนะ เท่านั้นละค่ะ เพื่อนคนนั้เข้าใจว่าเราโกรธเขาและย้ายไปนั่งรถอีกคันเฉย เรางงว่าเป็นไร พอถามก็หัวเราะแล้วบอกไม่มีอะไร
ตอนนั้นเราปรี้ดแตก ก่อนที่จะมานี้ก็ทะเลาะกันเรื่องหนึ่งแต่เราก็ปล่อยเบลอ บวกกับความเหนื่อยหิวเจออะไรแบบนี้อีกเรากลับรถมานั่งร้องไห้แล้วนึกถึงเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นระหว่างเรากับเพื่อนคนนี้ และพบว่าเราเหนื่อยกับความสัมพันธ์นี้ มันดีแต่ดีไม่สุด เราพยายามในส่วนเรา และเรารู้สึกว่าจริงๆเขาก็ปรับตัวดีในหลายเรื่องแต่เรื่องความเป็นตัวเอง เอาแต่ใจ ไม่แคร์ใครก็มากพอที่จะทำให้เราตั้งคำถามว่า เราสนิทกันไหม มากพอที่เขาจะง้อเราไหม เขาจะเเคร์เราบ้างไหม
ด้วยความที่โกรธมากเลยตั้งโน้ตว่าเลิกคบกันไปเลยถ้าเป็นแบบนี้ มารู้สึกที่หลังว่าไม่ควรโน้ตด้วยความโกรธ มันกลายเป็นว่าเหตุการณ์นั้นทำให้ทุกวันนี้ก็ยังไม่คุยกัน ที่คิดว่าเขาจะง้อเราเพราะแคร์ก็ไม่มี มีแต่เราที่กังวลตลอด จนผ่านไปเดือนสองเดือนได้เราตัดสินใจเข้าหาเขาก่อนแต่เขาไม่ยอมคุยกับเราเลย เราเลยทักไปขอโทษเขาในแชทและเขาก็ขอโทษเราคืนจับใจความหลักๆได้ว่า ไม่อยากให้คนรอบตัวอึดอัดเวลาเราเจอกัน ซึ่งเรารู้สึกว่าไม่ใช่อ่ะแบบนี้ คือเขาไม่ได้อะไรกับเรา แต่กับคนรอบข้างมากกว่า เขาบอกเราว่าถ้าเจอกันจะพยายามทำตัวปกติ เราเลยลองไปเจอเขาครั้งหนึ่งก็แน่เหมือนเดิมเขาไม่ให้เราเข้าหาเลยต่อให้เราพยายามแค่ไหนแล้ววันนั้นเราเลยหนีกลับห้อง แบบว่าพอแล้วเหนื่อย
มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว แรกๆเราตั้งหลักไม่ได้เลยเพราะที่ผ่านมาเพื่อนคนนี้อยู่กับเราแทบจะตลอด เราต้องหาเพื่อนใหม่ พยายามโฟกัาแต่วิจัย ดีที่มีเพื่อนกลุ่มสัมมนาเราเลยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ เพื่อนในสาขาตัวเองเราก็กลับไปเข้ากลุ่มเพื่อน ปรับตัว หาจุดลงตัว ที่ตัวเองจะสบายใจและไม่ฟุ่งซ่านว่าสิ่งที่เกิดขึ้นผิกที่ตัวเราหรือเปล่า
เราตั้งคำถามมาตลอดว่าจริงๆแล้วเราผิดหรือเปล่า เราโอเว่อร์เกินไป งี่เง่าไปจนเหตุการณ์เป็นแบบนี้ หรือจริงๆแล้วความสัมพันเรากับเพื่อนคนนี้มันท้อคซิคและควรตัดตั้งนานแล้วหรือเปล่า
เราออกมาก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ดีแย่บ้างก็ทำความเข้าใจเพื่อนรอบตัวก็โอเคกับเราและเราก็รู้สึกว่าคนมีหลายรูปแบบให้เรียนรู้ ส่วนเพื่อนคนนั้นเราได้ยินอะไรมาจากเขาบางก็ยินดีและอยากปล่อยวาง ไม่อยากรู้สึกว่าเสียดาย หรืออยากคืนดีอีกแล้ว ตอนนี้ก็ยังตั้งคำถามว่าเราผิด ใครผิด มันถูกแล้วไหมอยู่ แต่ก็ไม่ได้ขนาดเท่าช่วงเเรกๆแค่อยากมาบ่นไให้ทุกคนฟังค่ะ5555
จริงๆแล้วหรือเรารู้สึกสนิทกับเขาแค่ฝ่ายเดียว
เขามักเรียกหาเราเสมอเวลาเขาเหงาเราก็ไปด้วยตลอดเพราะเราก็เหงาชอบไปเที่ยวกับเพื่อน ต่อให้พรุ่งนี้เช้าเรามีสอบเราก็ไปกับเขา หรือต่อให้อีกไม่กี่ชั่วโมงอาจารย์จะนัดประชุมเราก็ยอมออกไปกับเขาเพราะเขาขอ เราก็ไป ไม่เคยปฏิเสธเขา เราซัพพอร์ตเขาในฐานะเพื่อนคนหนึ่งมี่พอจะทำได้ และเรื่องหนึ่งที่ยอมรับคือเราสองคนสนิทกันและมักจะด่าหรือบูลลี่กันเเรงๆเสมอ ต่างฝ่ายต่างตลก แต่จริงๆก็อาจจะไม่โอเคทั้งคู่ ทำไปทำมาก็กบายเป็นปกติ แต่หบายครั้งมันก็แรงไปจนไม่โอเค แต่พูดอะไรไม่ได้
เราเป็นคนขี้น้อยใจอยู่แล้ว ส่วนเขาก็เป็นคนไม่แคร์ใคร ถ้าเราไม่อยู่ตรงนี้ เขาก็หาเพื่อนคนอื่น เราเลยคิดตลอดว่าเราสนิทกันจริงไหมหรือมีแค่เราที่รู้สึกคนเดียว
เรากับเพื่อนคนนี้ก็ทะเลาะจุบจิบมาเรื่อยๆ เขาไม่ค่อยขอโทษเรา ส่วนเราก็ทำได้แค่ปล่อยเบลอ เวลาเราโกรธเขารู้นะแต่เขาไม่ทำอะไรเลยจนเราต้องเริ่มเข้าหาเขาคุยกันแบบปกติโดยไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก เป็นซ้ำๆบ่อยๆจนวันหนึ่ง
เราไปเที่ยวกับเขา เหมือนพวกเราเหนื่อยกันมากเราถามเพื่อนทุกคนว่าเสร็จแล้วจะไปกินอะไรตอนแรกทุกคนก็ตกลงกันว่าจะไปกินหมูกระทะ เราก็หาร้านโทรอะไรเรียบร้อย แล้วถามเพื่อนอีกทีว่ากินอีกไหม ทุกคนก็ไม่ตอบ เราเลยถามว่าหรือจะกินร้านอื่นก็ไม่มีใครตอบ ด้วยความเหนื่อยบวกหิวพอถามไรไม่มีใครตอบก็เลยหงุดหงิดค่ะ แบบเซ้ง เหนื่อย เลยบอกเพื่อนว่าขอไปรอที่รถนะ เท่านั้นละค่ะ เพื่อนคนนั้เข้าใจว่าเราโกรธเขาและย้ายไปนั่งรถอีกคันเฉย เรางงว่าเป็นไร พอถามก็หัวเราะแล้วบอกไม่มีอะไร
ตอนนั้นเราปรี้ดแตก ก่อนที่จะมานี้ก็ทะเลาะกันเรื่องหนึ่งแต่เราก็ปล่อยเบลอ บวกกับความเหนื่อยหิวเจออะไรแบบนี้อีกเรากลับรถมานั่งร้องไห้แล้วนึกถึงเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นระหว่างเรากับเพื่อนคนนี้ และพบว่าเราเหนื่อยกับความสัมพันธ์นี้ มันดีแต่ดีไม่สุด เราพยายามในส่วนเรา และเรารู้สึกว่าจริงๆเขาก็ปรับตัวดีในหลายเรื่องแต่เรื่องความเป็นตัวเอง เอาแต่ใจ ไม่แคร์ใครก็มากพอที่จะทำให้เราตั้งคำถามว่า เราสนิทกันไหม มากพอที่เขาจะง้อเราไหม เขาจะเเคร์เราบ้างไหม
ด้วยความที่โกรธมากเลยตั้งโน้ตว่าเลิกคบกันไปเลยถ้าเป็นแบบนี้ มารู้สึกที่หลังว่าไม่ควรโน้ตด้วยความโกรธ มันกลายเป็นว่าเหตุการณ์นั้นทำให้ทุกวันนี้ก็ยังไม่คุยกัน ที่คิดว่าเขาจะง้อเราเพราะแคร์ก็ไม่มี มีแต่เราที่กังวลตลอด จนผ่านไปเดือนสองเดือนได้เราตัดสินใจเข้าหาเขาก่อนแต่เขาไม่ยอมคุยกับเราเลย เราเลยทักไปขอโทษเขาในแชทและเขาก็ขอโทษเราคืนจับใจความหลักๆได้ว่า ไม่อยากให้คนรอบตัวอึดอัดเวลาเราเจอกัน ซึ่งเรารู้สึกว่าไม่ใช่อ่ะแบบนี้ คือเขาไม่ได้อะไรกับเรา แต่กับคนรอบข้างมากกว่า เขาบอกเราว่าถ้าเจอกันจะพยายามทำตัวปกติ เราเลยลองไปเจอเขาครั้งหนึ่งก็แน่เหมือนเดิมเขาไม่ให้เราเข้าหาเลยต่อให้เราพยายามแค่ไหนแล้ววันนั้นเราเลยหนีกลับห้อง แบบว่าพอแล้วเหนื่อย
มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว แรกๆเราตั้งหลักไม่ได้เลยเพราะที่ผ่านมาเพื่อนคนนี้อยู่กับเราแทบจะตลอด เราต้องหาเพื่อนใหม่ พยายามโฟกัาแต่วิจัย ดีที่มีเพื่อนกลุ่มสัมมนาเราเลยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ เพื่อนในสาขาตัวเองเราก็กลับไปเข้ากลุ่มเพื่อน ปรับตัว หาจุดลงตัว ที่ตัวเองจะสบายใจและไม่ฟุ่งซ่านว่าสิ่งที่เกิดขึ้นผิกที่ตัวเราหรือเปล่า
เราตั้งคำถามมาตลอดว่าจริงๆแล้วเราผิดหรือเปล่า เราโอเว่อร์เกินไป งี่เง่าไปจนเหตุการณ์เป็นแบบนี้ หรือจริงๆแล้วความสัมพันเรากับเพื่อนคนนี้มันท้อคซิคและควรตัดตั้งนานแล้วหรือเปล่า
เราออกมาก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ดีแย่บ้างก็ทำความเข้าใจเพื่อนรอบตัวก็โอเคกับเราและเราก็รู้สึกว่าคนมีหลายรูปแบบให้เรียนรู้ ส่วนเพื่อนคนนั้นเราได้ยินอะไรมาจากเขาบางก็ยินดีและอยากปล่อยวาง ไม่อยากรู้สึกว่าเสียดาย หรืออยากคืนดีอีกแล้ว ตอนนี้ก็ยังตั้งคำถามว่าเราผิด ใครผิด มันถูกแล้วไหมอยู่ แต่ก็ไม่ได้ขนาดเท่าช่วงเเรกๆแค่อยากมาบ่นไให้ทุกคนฟังค่ะ5555