เงาอโศกแห่งป่ามหาวัน: ว่าด้วยเรื่องสรรเสริญและนินทา

เงาอโศกแห่งป่ามหาวัน: ว่าด้วยเรื่องสรรเสริญและนินทา
พร้อมพระบาลีประกอบ จากพรหมชาลสูตร สีลขันธวรรค ทีฆนิกาย

     บนทางเดียวสองคนเดินปะปน
แต่ใจตนกลับเห็นเป็นคนละทาง
หนึ่งกล่าวร้ายหมายก่อถ้อยคำพราง
หนึ่งเอ่ยอ้างคุณพระด้วยศรัทธา

     คนหนึ่งด่าพระธรรมตามความคิด
อีกคนชี้ความถูกต้องด้วยศรัทธา
เสียงสรรเสริญเสียงติเตียนเวียนเข้ามา
ดุจคลื่นซัดพฤกษาอยู่กลางไพร

     พระศาสดามิทรงหวั่นคำสรรเสริญ
มิทรงเมินคำจริงที่กล่าวไข
หากคำเท็จจงชี้แจงตามเหตุไป
หากจริงไซร้จงรับไว้ตามเป็นจริง

     คำเยินยออย่าหลงจนลืมตน
คำติฉินอย่าหมองหม่นจนทุกสิ่ง
เสียงของโลกแปรเปลี่ยนไม่หยุดนิ่ง
อย่าปล่อยจิตทอดทิ้งซึ่งปัญญา

     หากเขาชมอย่าเพิ่งหลงว่าทรงค่า
หากเขาด่าอย่าเพิ่งชังจนกังขา
จงตรวจสอบเหตุผลค้นมรรคา
แล้วรักษาจิตมั่นด้วยปัญญา

     แผ่นดินกว้างรองรับทั้งของดี
และสิ่งที่ผู้คนทิ้งลงตรงหน้า
มิยินดีมิขุ่นแค้นด้วยวาจา
เป็นปริศนาสอนใจให้ไตร่ตรอง

     สรรเสริญนั้นผ่านไปดั่งสายลม
นินทาข่มเพียงใดไม่อยู่คง
ผู้ฝึกจิตรู้จริงย่อยมันลง
ไม่หลงตรงคำใครจนไหวเอน

     บนทางธรรมมิใช่ใครชนะ
ด้วยวาทะคมคายหมายข่มเข็ญ
แต่ผู้ใดรู้เท่าทันทุกประเด็น
ย่อมมองเห็นความจริงยิ่งกว่าเดิม

--------------------

๑. เส้นทางระหว่างราชคฤห์และนาลันทา

     กาลครั้งนั้น... บนหนทางอันยาวไกลที่ทอดคั่นกลางระหว่างเมืองราชคฤห์และเมืองนาลันทา
ฝุ่นละอองจากผืนดินถูกย่ำด้วยฝ่าเท้าของหมู่สงฆ์อันมีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นประมุข

     เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ
นาฬนฺทํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน โหติ มหตา ภิกฺขุสํเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ ฯ

--------------------

๒. สองชีวิตผู้เดินตามหลัง



     เบื้องพระปฤษฎางค์ (เบื้องหลัง) นั้น ปรากฏเงาร่างของสองชีวิตผู้เดินทางร่วมทางมาปะปนกับคลื่นมหาชน
สุปปิยปริพพาชกผู้เป็นอาจารย์ ก้าวเดินไปพร้อมกับพรหมทัตมาณพผู้เป็นศิษย์รัก บนเส้นทางสายเดียวกัน
แต่อัธยาศัยและดวงจิตของทั้งสองกลับสวนทางกันดุจเหวนรกกับยอดเขา

     สุปฺปิโยปิ โข ปริพฺพาชโก อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ
นาฬนฺทํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน โหติ สทฺธึ อนฺเตวาสินา พฺรหฺมทตฺเตน มาณเวน ฯ

     สุปปิยปริพพาชก ผู้ถูกความมืดแห่งอคติครอบงำจิตใจ วาจาของเขาพรั่งพรูออกไปด้วยความขุ่นมัว
ทุกย่างก้าวที่ติดตามพระศาสดาและหมู่สงฆ์ เขาหยิบยกเอาถ้อยคำอันเป็นอวัณณะ คือคำติเตียน นินทา
และกล่าวโทษพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยจิตที่เร่าร้อน

     ตตฺร สุทํ สุปฺปิโย ปริพฺพาชโก อเนกปริยาเยน
พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ ธมฺมสฺส อวณฺณํ ภาสติ สํฆสฺส อวณฺณํ ภาสติ ฯ

     ผิดกับพรหมทัตมาณพ ผู้เป็นศิษย์หนุ่มผู้มีดวงตาเห็นธรรมและหัวใจที่น้อมไปในกุศล
ทุกถ้อยคำที่อาจารย์กล่าวลบหลู่ ย่อมถูกคัดค้านและหักล้างด้วยวัณณะ คือถ้อยคำอันบริสุทธิ์
สรรเสริญพระคุณของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ทั้งสองอาจารย์ศิษย์จึงเดินตามเสด็จพระพุทธองค์ไปดุจเงาตามตัว
ฝ่ายหนึ่งฉุดรั้งลงต่ำด้วยแรงแห่งโทสะ อีกฝ่ายหนึ่งยกขึ้นสูงด้วยแรงแห่งศรัทธา

     สุปฺปิยสฺส ปน ปริพฺพาชกสฺส อนฺเตวาสี พฺรหฺมทตฺโต มาณโว อเนกปริยาเยน
พุทฺธสฺส วณฺณํ ภาสติ ธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสติ สํฆสฺส วณฺณํ ภาสติ ฯ

     อิติห เต อุโภ อาจริยนฺเตวาสี อญฺญมญฺญสฺส อุชุวิปจฺจนิกวาทา
ภควนฺตํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธา โหนฺติ ภิกฺขุสํฆญฺจ ฯ

--------------------

๓. ถ้อยสนทนาของเหล่าภิกษุ

     ครั้นเมื่อราตรีผ่านพ้น ขบวนเดินทางได้เข้าพักแรม ณ พระราชนิเวศน์อัมพลัฏฐิกา ณ ที่นั้น
การสนทนาของเหล่าภิกษุผู้ตื่นแต่เช้าตรู่ในมณฑลมาฬ จึงบังเกิดขึ้นด้วยความอัศจรรย์ใจ
ว่าช่างน่าแปลกประหลาดเสียจริงที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระปัญญาญาณอันยิ่งใหญ่ ทรงหยั่งรู้ถึง "นานาธิมุตติกตา"
ความน้อมไปแห่งอัธยาศัยของสัตว์โลกที่แตกต่างกันได้อย่างถ่องแท้ คนหนึ่งมุ่งมั่นแต่จะติเตียน อีกคนหนึ่งกลับมุ่งมั่นแต่จะสรรเสริญ
เดินตามติดพระบาทไม่ห่างเหิน

     อถโข ภควา อมฺพลฏฺฐิกายํ ราชาคารเก เอกรตฺติวาสํ อุปคญฺฉิ สทฺธึ ภิกฺขุสํเฆน ฯ
สุปฺปิโยปิ โข ปริพฺพาชโก อมฺพลฏฺฐิกายํ ราชาคารเก เอกรตฺติวาสํ อุปคญฺฉิ สทฺธึ อนฺเตวาสินา พฺรหฺมทตฺเตน มาณเวน ฯ

     อถโข สมฺพหุลานํ ภิกฺขูนํ รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐิตานํ
มณฺฑลมาเฬ สนฺนิสินฺนานํ สนฺนิปติตานํ อยํ สํขิยธมฺโม อุทปาทิ
อจฺฉริยํ อาวุโส อพฺภูตํ อาวุโส ยาวญฺจิทํ เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา
อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตา สุปฏิวิทิตา ฯ

--------------------

๔. พระดำรัสเตือนสติ

     เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาถึง ทรงสดับถ้อยคำสนทนานั้นแล้ว
จึงตรัสเตือนสติภิกษุทั้งหลายด้วยพระสุรเสียงอันเยือกเย็น ดุจสายน้ำที่หลั่งรดกองไฟแห่งความหวั่นไหวว่า...

     อถโข ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ อิมํ สํขิยธมฺมํ วิทิตฺวา เยน มณฺฑลมาโฬ
เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ

เมื่อมีผู้กล่าวติเตียน

     "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หากมีผู้ใดมากล่าวติเตียนตัวเราก็ดี พระธรรมก็ดี หรือพระสงฆ์ก็ดี
เธอทั้งหลายไม่ควรทำความอาฆาต ความขัดเคือง หรือความไม่พอใจให้เกิดขึ้นในใจเลย

     หากพวกเธอโกรธเคืองหรือขัดเคือง ภัยนั้นย่อมจะเกิดแก่ตัวพวกเธอเอง...
สิ่งใดที่ไม่ใช่ความจริง ไม่เคยมีอยู่ ไม่ปรากฏอยู่ในเราและหมู่สงฆ์
เธอทั้งหลายพึงแก้ไขสิ่งนั้นให้ปรากฏว่าเป็นของไม่จริง
ด้วยการบอกความจริงว่า 'สิ่งนี้ไม่จริง สิ่งนี้ไม่มี ไม่ปรากฏในเราทั้งหลาย'"

     มมํ วา ภิกฺขเว ปเร อวณฺณํ ภาเสยฺยํ ธมฺมสฺส วา อวณฺณํ ภาเสยฺยํ สํฆสฺส วา
อวณฺณํ ภาเสยฺยํ ตตฺร ตุเมฺหหิ น อาฆาโต น อปจฺจโย น เจตโส อนภิรทฺธิ กรณียา ฯ

     ตตฺร เจ ตุเมฺห อสฺสถ กุปิตา วา อนตฺตมนา วา ตุมฺหญฺเญวสฺส
เตน อนฺตราโย ฯ ตตฺร ตุเมฺหหิ อภูตํ อภูตโต นิพฺเพเฐตพฺพํ อิติเปตํ
อภูตํ อิติเปตํ อตจฺฉํ นตฺถิเปตํ อเมฺหสุ น จ ปเนตํ อเมฺหสุ สํวิชฺชตีติ ฯ

เมื่อมีผู้กล่าวสรรเสริญ

     "และในทางตรงกันข้าม หากมีผู้มากล่าวสรรเสริญตัวเรา พระธรรม หรือพระสงฆ์
เธอทั้งหลายก็ไม่ควรลิงโลดใจ ยินดี หรือฟูเฟื่องด้วยความดีใจจนเกินส่วน...
สิ่งใดที่เป็นความจริง มีอยู่ ปรากฏอยู่จริงในเราทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงยอมรับสิ่งนั้นตามความเป็นจริง"

     มมํ วา ภิกฺขเว ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยํ ธมฺมสฺส วา วณฺณํ ภาเสยฺยํ สํฆสฺส วา
วณฺณํ ภาเสยฺยํ ตตฺร ตุเมฺหหิ น อานนฺโท น โสมนสฺสํ น เจตโส อุพฺพิลาวิตตฺตํ กรณียํ ฯ

     ตตฺร เจ ตุเมฺห ภิกฺขเว อสฺสถ อานนฺทิโน สุมนา อุพฺพิลาวิตตฺตา ตุมฺหญฺเญวสฺส เตน อนฺตราโย ฯ
ตตฺร ตุเมฺหหิ ภูตํ ภูตโต ปฏิชานิตพฺพํ อิติเปตํ ภูตํ อิติเปตํ ตจฺฉํ อตฺถิเปตํ อเมฺหสุ สํวิชฺชติ จ ปเนตํ อเมฺหสูติ ฯ

--------------------

๕. จิตที่ตั้งมั่นดุจแผ่นดิน

     พระดำรัสนี้ เปรียบประดุจประกายประทีปที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดแห่งโลกธรรม แผ่นดินใหญ่นั้น
ใครจะเอาของสะอาดหรือของโสโครกมาทิ้งลงไป แผ่นดินก็หาได้มีความยินดีหรือยินร้ายไม่ ฉันใด
จิตใจของนักบวชผู้ฝึกฝนตนดีแล้ว ย่อมตั้งมั่นอยู่เหนือกระแสแห่งสรรเสริญและนินทาฉันนั้น


ที่มาของพระบาลี: พรหมฺชาลสุตฺตํ สีลกฺขนฺธวคฺโค ปฐโม ข้อ [๑] และ {๑.๑}–{๑.๕} (ตัดข้อความซ้ำออกบางส่วน และเลือกอ่านตามบาลีสยามรัฐ)

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=09&siri=1
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่