ผึ้งตอมอาหาร ก็เสี่ยงนำเชื้อโรคได้ครับ (แม้ว่าจะน้อยกว่าแมลงวันก็ตาม)

ผึ้งตอมอาหาร ก็เสี่ยงนำเชื้อโรคได้ครับ (แม้ว่าจะน้อยกว่าแมลงวันก็ตาม)

สัปดาห์ก่อน มีดราม่าบนโซเชียล จากที่มีชาวต่างชาติโพสต์คลิปวิดีโอร้านขายขนมไทย คือ ขนมฝอยทอง ที่มีแมลงจำนวนมากบินตอมอยู่ โดยที่เขาคงเข้าใจว่ามันเป็นพวก "แมลงวัน" มาตอมขนม เลยมีหลายความเห็นที่แสดงความรู้สึกรังเกียจ และกังวลเรื่องความสะอาด ทำไมถึงกล้ากินอาหารที่มีแมลงตอมเต็มจานแบบนี้
.
ซึ่งในเวลาไม่นาน ก็มีคนไทยเข้าไปช่วยกันคอมเม้นต์บอกว่า มันไม่ใช่แมลงวัน แต่เป็น "ผึ้ง" ที่ชอบตอมขนม อาหาร เครื่องดื่มที่มีรสหวาน เหมือนที่พวกมันเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ และบางคนก็บอกด้วยว่า การที่มีผึ้งมาตอมนั้น แสดงว่าขนมนั้นหวานอร่อย ไม่ได้มีสารเคมีอันตราย . และก็ไม่ได้จะทำให้อาหารสกปรกเหมือนอย่างที่มี แมลงวัน มาตอมด้วย
.
แต่ๆๆ ถึงผึ้งจะมีพฤติกรรมและลักษณะทางชีววิทยาที่ "ดูจะ" สะอาดกว่าแมลงวัน แต่ไม่ได้แปลว่า การที่พวกมันไปตอมอาหารนั้น จะไม่นำเชื้อโรคมาสู่คนเลยนะครับ แม้ว่าความเสี่ยงจะต่ำกว่าแมลงวันอย่างมาก ก็ตาม
.
แมลงวันนั้น จะชอบตอมสิ่งปฏิกูล อุจจาระ ซากสัตว์ และของเน่าเสีย และเวลามาตอมอาหาร มันจะสำรอกน้ำลายและน้ำย่อยที่มีเชื้อโรค ลงไปบนอาหาร ทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นพาหะนำโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ได้โดยตรง
.
แม้พฤติกรรมหลักของผึ้ง จะชอบตอมน้ำหวานจากดอกไม้ เครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือขนมหวาน โดยใช้ปากดูดซับน้ำหวาน ทำให้มันมีความเสี่ยงในการนำโรคต่ำกว่าแมลงวัน
.
แต่ในความเป็นจริง ผึ้งก็มีพฤติกรรมบินไปเกาะ หรือดูดกินของเหลว จากแหล่งอื่นๆ เพื่อหาแร่ธาตุและน้ำด้วย เช่น ดินโคลน แหล่งน้ำขัง รวมไปถึงบริเวณที่ไม่สะอาดอย่าง ท่อน้ำทิ้ง ปัสสาวะ หรือแม้แต่โถสุขภัณฑ์
.
ด้วยเหตุนี้ เชื้อโรค แบคทีเรีย หรือฝุ่นละออง จึงมีโอกาสที่ติดมาตามขา ปาก และขนตามลำตัว ของผึ้ง และสามารถหลุดใส่อาหารได้ เมื่อมันมาตอมอาหาร
นอกจากนั้น การที่ปล่อยให้ผึ้งตอมขนมหรืออาหาร อาจมีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามมา เช่น ถ้าคนที่กินอาหารนั้น เป็นผู้ที่แพ้เกสรดอกไม้ ฝุ่น หรือสารคัดหลั่งจากแมลง การรับประทานอาหารที่ผึ้งตอม ก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้
.
แถมถ้าโชคร้ายจริงๆ เกิดมีผึ้งยังเข้าไปติดอยู่ในขนมหรือเครื่องดื่ม แล้วเราตักเข้าปากโดยไม่ทันสังเกต ก็อาจโดนผึ้งต่อยในช่องปาก หรือลำคอ เป็นอันตรายได้
.
ด้วยเหตุนี้ ถ้าเป็นไปได้ ทางร้านจึงไม่ควรเปิดขนมหรืออาหารนั้น ทิ้งโล่งไว้ จนมีผึ้งรุมตอมเป็นจำนวนมากและเป็นเวลานานครับ .. แต่มีการครอบฝา หรือปิดอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้น ให้มิดชิด ไม่มีทั้งแมลงวัน และแม้แต่ผึ้งมาตอมครับ
.
ที่ผ่านมา ก็เคยมีงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้น ที่ยืนยันว่า ผึ้งที่มาตอมอาหาร สามารถเป็นพาหะนำพาเชื้อโรคมาสู่มนุษย์ได้ โดยระบุว่า ผึ้งที่บินไปลงตอมตามแหล่งขยะ มูลสัตว์ น้ำทิ้ง หรือซากสิ่งมีชีวิต สามารถเก็บสะสมเชื้อโรคไว้ตามบริเวณลำตัว ขา และปาก (Proboscis)
.
เมื่อผึ้งเหล่านี้บินมาตอมอาหารหรือน้ำดื่มของมนุษย์ เชื้อโรคจะถูกถ่ายทอดลงสู่อาหารได้โดยตรง ซึ่งมีเชื้อแบคทีเรียก่อโรคทางระบบทางเดินอาหารหลายชนิด ถูกตรวจพบในตัวผึ้งที่มาตอมอาหาร เช่น Escherichia coli (E. coli) , Salmonella spp. , Staphylococcus aureus , Bacillus cereus
.
ยิ่งกว่านั้น มีการศึกษาพบว่า ผึ้งไร้เหล็กไน (Stingless Bees) หรือ ชันโรง (ในสกุล Trigona) บางชนิดมีพฤติกรรมชอบตอม อาหารมนุษย์ อาหารปรุงสุก เนื้อสัตว์ หรือขยะ เป็นพิเศษ เพื่อหาแหล่งโปรตีนและแร่ธาตุ ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคจากสิ่งแวดล้อม มาปนเปื้อนในอาหาร สูงกว่าผึ้งงาน ที่มุ่งเก็บเฉพาะน้ำหวานและเกสรดอกไม้เป็นหลัก
.
ที่มา : อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่