รูร้อยรองเท้า (Eyelet) รูบนสุดที่แยกออกไปเดี่ยวๆ มักพบได้บ่อยในรองเท้าวิ่งหรือรองเท้าผ้าใบ (เช่น Salomon, Nike หรือรองเท้าออกกำลังกายทั่วไป) มีไว้สำหรับทำ "Heel Lock" (หรือ Runner’s Loop / Marathon Lacing)
เป้าหมายหลักคือ ล็อกส้นเท้าไม่ให้หลุด เลื่อน หรือขยับขึ้น-ลง เวลาเดิน วิ่ง หรือทำกิจกรรม ซึ่งช่วยลดการเสียดสีที่ทำให้เกิดอาการรองเท้ากัดหรือพองได้เป็นอย่างดี
วิธีการร้อยเชือกแบบ Heel Lock เพื่อใช้ประโยชน์จากรูบนสุด:
1. ร้อยปกติ: ร้อยเชือกขึ้นมาตามรูร้อยปกติจนถึงรูรองสุดท้าย (ยังไม่ต้องร้อยรูบนสุด)
2. ทำห่วง: นำปลายเชือกฝั่งซ้ายและขวา มาร้อยย้อนลงไปใน รูบนสุดของฝั่งตัวเอง (ร้อยจากด้านนอกเข้าด้านใน) เพื่อสร้างเป็น "ห่วง" เล็กๆ ทั้งสองข้าง
3. ไขว้และดึง: นำปลายเชือกฝั่งซ้ายสอดไขว้เข้าไปในห่วงฝั่งขวา และทำสลับกันในฝั่งตรงข้าม
4. ดึงให้กระชับ: ดึงปลายเชือกเฉียงลงด้านล่าง (ตามแนวข้อเท้า) ห่วงจะทำหน้าที่ล็อกกระชับข้อเท้าและส้นเท้าไว้ จากนั้นจึงผูกโบว์ตามปกติ
เทคนิคนี้มีประโยชน์มากเวลาใส่รองเท้าวิ่ง เดินทางไกล หรือเวลาที่รองเท้าหลวมเกินไปครึ่งไซส์ ช่วยให้กระชับเท้ามากขึ้นโดยไม่ต้องผูกเชือกให้แน่นจนเจ็บหลังเท้า
😉🙂↔️ร้อยผิดมาตั้งนาน
CR IG Roopaiphuer
เคล็ดลับผูกเชือกรองเท้า "รูสุดท้าย" 👟👟ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม
เป้าหมายหลักคือ ล็อกส้นเท้าไม่ให้หลุด เลื่อน หรือขยับขึ้น-ลง เวลาเดิน วิ่ง หรือทำกิจกรรม ซึ่งช่วยลดการเสียดสีที่ทำให้เกิดอาการรองเท้ากัดหรือพองได้เป็นอย่างดี
วิธีการร้อยเชือกแบบ Heel Lock เพื่อใช้ประโยชน์จากรูบนสุด:
1. ร้อยปกติ: ร้อยเชือกขึ้นมาตามรูร้อยปกติจนถึงรูรองสุดท้าย (ยังไม่ต้องร้อยรูบนสุด)
2. ทำห่วง: นำปลายเชือกฝั่งซ้ายและขวา มาร้อยย้อนลงไปใน รูบนสุดของฝั่งตัวเอง (ร้อยจากด้านนอกเข้าด้านใน) เพื่อสร้างเป็น "ห่วง" เล็กๆ ทั้งสองข้าง
3. ไขว้และดึง: นำปลายเชือกฝั่งซ้ายสอดไขว้เข้าไปในห่วงฝั่งขวา และทำสลับกันในฝั่งตรงข้าม
4. ดึงให้กระชับ: ดึงปลายเชือกเฉียงลงด้านล่าง (ตามแนวข้อเท้า) ห่วงจะทำหน้าที่ล็อกกระชับข้อเท้าและส้นเท้าไว้ จากนั้นจึงผูกโบว์ตามปกติ
เทคนิคนี้มีประโยชน์มากเวลาใส่รองเท้าวิ่ง เดินทางไกล หรือเวลาที่รองเท้าหลวมเกินไปครึ่งไซส์ ช่วยให้กระชับเท้ามากขึ้นโดยไม่ต้องผูกเชือกให้แน่นจนเจ็บหลังเท้า
😉🙂↔️ร้อยผิดมาตั้งนาน
CR IG Roopaiphuer