นิยายเรื่อง พรานหลงมิติ - ป่าอาถรรพ์ 13 ศพ ภาค1 : ประตูผี

### **นิยายเรื่อง พรานหลงมิติ - ป่าอาถรรพ์ 13 ศพ**
### **ภาค 1 : ประตูผี**

#### คำนำ

> ป่าไม่ได้ฆ่าคน... ป่าแค่จำคนไว้ไม่ให้ลืม
> ทุกปีมีทหารพรานหายไปในป่าชายแดน ปีละ 2-3 คน ไม่มีศพ ไม่มีรอยเลือด ไม่มีแม้แต่รอยเท้า ชาวบ้านบอกว่าเขาไม่ได้หายไปไหน เขาแค่เดินเลยเส้นที่มนุษย์ไม่ควรข้ามไปเท่านั้นเอง

#### รายชื่อ ชุดลาดตระเวน เสือดำ 13

สิบคนที่ต้องรอดกลับมาให้ได้ พร้อมหนึ่งดวงวิญญาณของหมาทหาร

---


### บทที่ 1 : ภารกิจเก็บกู้ - เส้นที่ไม่มีในแผนที่

เสียงนาฬิกาปลุกแบบไขลานเก่าๆ ของจ่าเข้ม ดังแซ่กๆ ตอนตีห้าครึ่ง

"ตื่นโว้ย เสือดำ 13 ตื่น!"

เต็นท์ผ้าใบชื้นๆ สั่นไหว ไอ้บอย เด็กใหม่วัยสิบเก้าที่เพิ่งมาจากสุราษฎร์ ตื่นมาแล้วพุ่งออกไปอ้วกนอกเต็นท์ทันที เพราะเมื่อคืนพรานดมแกงหน่อไม้ดองให้กิน

"ไอ้บอย ไหวไหมเนี่ย" หมอทอม เสนารักษ์ประจำชุด เอายาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบินยื่นให้ "แดกซะ ก่อนจะขี้แตกตายในป่า กูขี้เกียจแบกกลับ"

"ไหวครับพี่หมอ" ไอ้บอยหน้าเหลือง "ผมอยากกลับบ้านแล้วครับ"

จ่าเข้มตบหัวมันเบาๆ "ทนอีกวันเดียว พรุ่งนี้กลับไป พี่จะพาไปกินลาบขมที่ร้านเจ๊น้อย"

หมวดต้น ร้อยโทหนุ่มวัย 27 จบจากโรงเรียนนายร้อยมาใหม่ๆ ยังเนี๊ยบอยู่เสมอแม้ในป่า กำลังกางแผนที่ทหาร 1:50,000 ทับกับแท็บเล็ตทางทหาร

"จ่าครับ พิกัด XT 458 901 ที่กองร้อยให้มา มันเลยแนวลวดหนามเราไปประมาณ 500 เมตรนะครับ มันอยู่ในร่องหุบที่ในแผนที่เขียนว่า เขตอันตราย ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด"

พรานดม ชายชราปกาเกอะญอวัย 60 ที่เป็นลูกหาบและผู้นำทางให้ทหารพรานมาทั้งชีวิต เงยหน้าจากกองไฟที่กำลังก่อ

"นายทหารอย่าเรียกมันว่าป่าห้ามเข้า" เสียงแหบๆ ของแกพูดช้าๆ "ให้เรียกมันว่า ป่าที่เขาไม่อยากให้เรากลับออกมา ดอยผีปันนี่ คนเฒ่าเขาบอกว่า เป็นที่ทิ้งศพของคนสมัยก่อนรบกัน วิญญาณมันเยอะจนดินมันอิ่มแล้ว"

ทุกคนหัวเราะแห้งๆ ยกเว้นจ่าเข้ม จ่าเข้มมองไปที่ยอดดอยที่หมอกปกคลุมอยู่ แล้วลูบรอยแผลเป็นที่หลังโดยไม่รู้ตัว รอยแผลเป็นรูปกงเล็บ 5 รอย ที่ได้มาจากป่าผืนนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเพื่อนรักของเขา 2 คนหายไปต่อหน้าต่อตา หายไปแบบไม่มีเสียงร้อง

"เอาล่ะ ฟังนะ" จ่าเข้มพูดเสียงเข้ม "ภารกิจวันนี้ มีโดรนสอดแนมลำหนึ่งตก ไม่รู้ของใคร ให้เราไปเก็บกู้กล่องดำมันมา ห้ามให้ฝั่งตรงข้ามได้ไปเด็ดขาด ใครเจออะไรแปลกๆ ห้ามทัก ห้ามเรียกชื่อกันเล่น ได้ยินไหม โดยเฉพาะ ไอ้จ๊อด ไอ้จิ๋ว"

ไอ้จ๊อดกับไอ้จิ๋ว คู่หูพลปืนกลที่ทะเลาะกันทุก 5 นาที ชูนิ้วโป้งให้

09.30 น. พวกเขาเริ่มเดิน

ยิ่งเดินลึกเข้าไป ป่ายิ่งผิดปกติ ต้นไม้สูงจนแสงส่องไม่ถึงพื้น เถาวัลย์ขนาดเท่าขาคนห้อยลงมาเหมือนงูหลามยักษ์ที่กำลังหลับไหลอยู่ ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงจั๊กจั่น เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง

ไอ้ดำกับเจ้าลาย หมาลาบราดอร์สีดำ เดินนำหน้าไป อยู่ๆ เจ้าลายก็หยุดกึก ขนหลังชัน หางตก แล้วเห่าใส่ความว่างเปล่าข้างหน้า โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!

"เป็นอะไรวะลาย" ไอ้ดำกระตุกสายจูง

แล้วเจ้าลายก็ทำสิ่งที่หมาทหารไม่เคยทำ มันหันหลังแล้ววิ่งหนีกลับทางที่เดินมา วิ่งสุดชีวิต

"ลาย! กลับมา!" ไอ้ดำจะวิ่งตาม

แต่จ่าเข้มคว้าแขนไว้ "อย่า!"

เพราะทางที่เจ้าลายวิ่งกลับไป ตอนนี้ไม่มีทางแล้ว จากทางเดินโล่งๆ กลายเป็นดงหนามหนาทึบที่เต็มไปด้วยดอกสีแดงสด ที่เพิ่งงอกขึ้นมาปิดทางในเวลาไม่ถึง 10 วินาที

ไอ้เบิร์ดยกวิทยุ PRC-152 ขึ้นมาเพื่อแจ้งกองร้อย

"เสือดำ 13 ถึงกองร้อย เราพบสิ่งผิดปกติ..."

ซ่าาาาาาาาาาาาาาา

ไม่มีเสียงตอบ มีแต่เสียงซ่า แล้วเสียงผู้หญิงร้องไห้สะอื้นก็แทรกเข้ามาในช่องความถี่ทหารที่เข้ารหัสไว้อย่างดี

"พี่จ๋า... หนาวจังเลยพี่... มารับหนูหน่อย..."

ไอ้เบิร์ดมือสั่นจนทำวิทยุตก ไอ้ยอดที่ปกติเงียบที่สุด พูดขึ้นมาคำเดียว

"เราถูกล้อมแล้วครับจ่า"

เขายกปืนซุ่มยิงขึ้นส่องกล้อง ในกล้องเล็งกลางคืน เขาเห็นชัดเลยว่าหลังต้นไม้ทุกต้น มีเงาคนยืนอยู่ เงาดำๆ ยืนนิ่งๆ มองมาที่พวกเขา


### บทที่ 2 : ตุ๊กตา 13 ตัวกับหมอกประตูผี

พวกเขาไม่มีทางถอย ต้องเดินหน้าต่อตามลำห้วยเล็กๆ ที่น้ำเป็นสีชาเข้ม จนมาถึงลานกว้างกลางป่า กลางลานมีต้นไทรต้นหนึ่ง

ต้นไทรที่ใหญ่จนน่ากลัว ลำต้นของมันใหญ่ต้องใช้คน 15 คนโอบ รากของมันโผล่พ้นดินขึ้นมาเหมือนนิ้วมือคนยักษ์ที่พยายามจะคว้าอะไรบางอย่าง

ที่โคนต้น มีผ้าสามสีเก่าๆ ขาดๆ พันอยู่ และมีตุ๊กตาไม้แกะสลักหยาบๆ วางเรียงกันเป็นวงกลม 13 ตัว

ไอ้ครู อดีตครูประถมที่ชอบจดบันทึกทุกอย่าง หยิบขึ้นมาตัวหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แล้วเขาก็หน้าซีดเผือด มือสั่นจนตุ๊กตาตก

"ไอ้... ไอ้บอย..."

ตุ๊กตาตัวนั้นแกะเป็นรูปคนใส่ชุดทหารพราน มีรอยบากที่คิ้วซ้ายเหมือนไอ้บอยเป๊ะๆ อีกตัวที่ไอ้จ๊อดหยิบขึ้นมา หน้าเหมือนจ่าเข้ม มีรอยแผลเป็นที่หลังตามตุ๊กตาด้วย

มี 13 ตัว หน้าเหมือนพวกเขาทั้ง 13 คนรวมเจ้าลายด้วย ตุ๊กตาตัวที่เป็นหมา ก็มีขนสีดำ

"ใครมาแกล้งวะ! เล่นอะไรปัญญาอ่อน!" ไอ้จ๊อดตะโกนสุดเสียง แต่เสียงของเขากลับสั่น

พรานดมทรุดลงนั่งกับพื้น ยกมือไหว้ต้นไทร น้ำตาไหล

"ขอขมาเด้อเจ้าป่าเจ้าเขา... พวกผมไม่ได้ตั้งใจล่วงเกิน... นี่มันประตูผี... เราข้ามเส้นแบ่งโลกมาแล้วจ่าเข้ม..."

"ประตูผีคืออะไรวะลุงดม!" หมวดต้นตะโกนถาม

"คนโบราณบอกว่า ในป่าลึกๆ บางที่มันจะมีประตู ประตูที่อยู่ระหว่างโลกคนกับโลกของคนที่ตายไปแล้วไม่ยอมไปเกิด ถ้าเราเผลอเข้าไปตอนที่ประตูกำลังเปิด เราก็จะหลุดเข้าไปอีกฝั่ง..."

ยังไม่ทันพูดจบ ลมเย็นยะเยือกก็พัดมาจากในโพรงของต้นไทร พร้อมกับหมอกสีขาวขุ่นหนาทึบที่พัดม้วนเข้ามาอย่างรวดเร็ว กลิ่นธูปเก่าๆ กับกลิ่นสาบศพโชยมา

"จับมือกัน! ทุกคนจับมือกัน! เกาะเชือกไว้ อย่าปล่อยมือใครเด็ดขาด!" จ่าเข้มตะโกนสุดเสียง

หมอทอมคว้ามือไอ้บอยไว้แน่น ไอ้ดำกอดเจ้าลายไว้ ไอ้จ๊อดกับไอ้จิ๋วจับมือกัน

ทุกคนหลับตาเพราะหมอกมันแสบตาเหมือนควัน

หนึ่ง... สอง... สาม... สี่... ห้า...

หมอกจางลง

ความเงียบที่แท้จริงก็มาถึง

ไอ้บอยค่อยๆ ลืมตา แล้วพูดว่า "พี่หมอ... ถึงแล้วเหรอครับ..."

ทุกคนลืมตาพร้อมกัน แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง

ป่าที่เคยเขียวชอุ่มหายไปหมดแล้ว

ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้คือป่าที่ตายแล้ว ต้นไม้ทุกต้นเป็นสีดำสนิท ไม่มีใบเลยสักใบ มีแต่กิ่งไม้แห้งๆ ที่ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนมือของคนตายที่พยายามขอความช่วยเหลือ พื้นดินเป็นสีแดงเข้มเหมือนเลือดแห้ง ท้องฟ้าข้างบนเป็นสีแดงเลือดหมูตลอดเวลา ไม่มีดวงอาทิตย์ ไม่มีดวงจันทร์ ไม่มีกลางวัน ไม่มีกลางคืน

และที่สำคัญที่สุด เสียงนก เสียงแมลง เสียงลม ทุกอย่างหายไปหมด ได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองเต้น ตึก... ตึก... ตึก...

ไอ้เบิร์ดลองเปิดวิทยุอีกครั้ง เงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงซ่า เหมือนโลกนี้ไม่มีคลื่นวิทยุอยู่เลย

ดาบศักดิ์ที่นั่งสวดมนต์มาตลอดทาง พึมพำออกมาว่า

"ยิ้มแล้ว... เราไม่ได้อยู่ในโลกเดิมแล้ว..."


### บทที่ 3 : น้ำดำกับดอกไม้หน้าคน

พวกเขาเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย หมวดต้นพยายามดูเข็มทิศ เข็มทิศหมุนติ้วๆ เป็นวงกลมไม่หยุด GPS ดับไปแล้วตั้งแต่เจอหมอก

ความหิว ความกระหายเริ่มมาเยือน โดยเฉพาะไอ้บอยที่ยังเด็ก

"พี่หมอครับ... ผมหิวน้ำ... จะตายแล้วครับ" ไอ้บอยเสียงแหบ

"อดทนก่อนไอ้น้อง อย่ากินอะไรในนี้เด็ดขาดนะ ลุงดมบอกแล้ว" หมอทอมเตือน

แต่ข้างทางมีลำห้วยเล็กๆ สายหนึ่ง น้ำในลำห้วยใสมาก ใสจนเห็นก้อนหินสีดำที่ก้นห้วย

ไอ้บอยทนไม่ไหวแล้ว เขาสะบัดมือออกจากหมอทอมแล้ววิ่งไปที่ลำห้วย วักน้ำขึ้นมาด้วยสองมือแล้วซดเข้าไปอึกใหญ่

"ไอ้บอยอย่าาาา!" พรานดมตะโกนสุดเสียง

ช้าไปแล้ว

ไอ้บอยชะงักไป น้ำที่อยู่ในปากไหลย้อยออกมาเป็นสีดำ

เขาค่อยๆ หันมา ทุกคนเห็นชัดเลยว่า ตาขาวของเขาค่อยๆ ถูกย้อมเป็นสีดำสนิท ไม่มีตาขาวเหลือเลย แล้วเขาก็ยิ้ม ยิ้มกว้างจนมุมปากฉีกไปถึงใบหู เห็นฟันแหลมๆ เต็มปาก

"อร่อยจังเลย... น้ำที่นี่อร่อยจัง... มีเพื่อนมาเพิ่มอีกคนแล้วสิ..." เสียงที่ออกมาจากปากไอ้บอยไม่ใช่เสียงของไอ้บอยอีกต่อไป เป็นเสียงแหบแห้งของคนแก่

"ไอ้บอย!" หมอทอมจะเข้าไปช่วย

ปัง!

จ่าเข้มยิง กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผากไอ้บอยอย่างแม่นยำ

ร่างของไอ้บอยล้มตึงลงไป แต่ไม่มีเลือด มีแต่โคลนสีดำข้นๆ ไหลทะลักออกมาจากแผล แล้วพื้นดินสีแดงก็ค่อยๆ นิ่มลงเหมือนโคลนดูด ค่อยๆ ดูดร่างของไอ้บอยลงไปช้าๆ

ทุกคนได้แต่มองด้วยความสยดสยอง ไม่มีใครกล้าเข้าไปดึง

จนร่างนั้นจมหายไปหมด

แล้วตรงจุดที่ร่างจมหายไป ก็มีต้นอ่อนสีดำต้นหนึ่งงอกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โตขึ้น โตขึ้น แล้วออกดอกตูมสีดำ

ดอกนั้นค่อยๆ บานออก

ตรงกลางเกสรดอกไม้ ไม่ใช่เกสร แต่เป็นใบหน้าขนาดเล็กๆ ของไอ้บอย ใบหน้าที่กำลังร้องไห้และกรีดร้องตลอดเวลาว่า "ช่วยผมด้วยครับพี่! ผมหนาว! ผมเจ็บ!"

ไอ้ครูหันไปอ้วกแตก หมอทอมทรุดลงร้องไห้

"กูฆ่ามัน... กูฆ่าไอ้บอย..."

จ่าเข้มเดินไปตบไหล่หมอทอมแน่นๆ น้ำตาของจ่าเข้มก็ไหลเหมือนกัน

"ไม่ได้ฆ่ามัน ไอ้บอยตายไปตั้งแต่ตอนมันกินน้ำแล้ว สิ่งที่เรายิงเมื่อกี้ไม่ใช่ไอ้บอย"

พรานดมพูดเสริมด้วยเสียงสั่นๆ ว่า "ป่านี้มันหิว... มันกินวิญญาณคน แล้วเอาร่างมาปลูกเป็นต้นไม้... จำกฎของผมไว้นะทุกคน..."

1. ห้ามเรียกชื่อกันเสียงดัง ผีมันจะจำชื่อเราได้
2. ห้ามกินอะไรในป่านี้เด็ดขาด
3. ถ้าได้ยินเสียงคนรู้จักเรียกจากข้างหลัง ห้ามหันเด็ดขาด

ทันทีที่พูดจบ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากข้างหลังพวกเขาทุกคนพร้อมกัน

"เข้ม... ไอ้เข้ม... ทิ้งกูไว้ที่นี่เหรอ..."

จ่าเข้มตัวแข็งทื่อ เสียงนั้นคือเสียงของหมู่เชิด เพื่อนรักที่หายไปในป่านี้เมื่อ 20 ปีก่อน

จ่าเข้มกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ ไม่หันกลับไปมอง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่