"โลกอันนี้เป็นเอกนาโถ หาทุกข์ก็ได้ หาสุขก็ได้ หาประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ หานรก หาสวรรค์
หามรรค หาผล หานิพพาน หาอะไรก็ได้หมด โลกนี้โลกหาได้" คือวาทะธรรมและคำสอนอันลึกซึ้งของ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ
แห่งสำนักชีบ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
ซึ่งท่านเป็นศิษย์สายพระป่ากรรมฐานองค์สำคัญของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ความหมายของคำสอน
คำว่า "เอกนาโถ" มาจากคำว่า เอก (หนึ่ง/ผู้เดียว) + นาโถ (ที่พึ่ง) ในบริบทนี้อธิบายได้ว่า โลกใบนี้คือสถานที่อันยอดเยี่ยมในการสร้างที่พึ่งให้แก่ตนเอง หรือเป็นโลกแห่ง "การเลือกและค้นหา" ของจิตวิญญาณ โดยมีความหมายขยายความดังนี้:
โลกคือที่สร้างเหตุและผล: มนุษย์เราเกิดมาในโลกที่มีทุกสิ่งพร้อมสรรพ เปรียบเสมือนตลาดใหญ่หรือพื้นที่จัดสรรที่เราจะเลือก "หา" สิ่งใดใส่ตัวก็ได้
เลือกกรรมได้ด้วยตนเอง: หากเราต้องการความทุกข์หรือนรก เราก็เพียงทำกรรมชั่ว หากต้องการความสุขหรือสวรรค์ ก็ทำความดี และหากต้องการความหลุดพ้น มรรค ผล นิพพาน โลกนี้ก็มีหนทางปฏิบัติให้ศึกษา
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว: ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการน้อมนำและการกระทำของตัวเราเอง ไม่มีใครมาบังคับให้เราสุขหรือทุกข์ได้นอกจากตัวเราที่เลือกจะ "หา" มันมาเอง โลกนี้จึงเป็นสถานที่ที่ให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในการฝึกฝนตนเอง
โดยปกติแล้ว คำสอนของคุณแม่ชีแก้วมักจะสื่อสารออกมาเป็น ภาษาภูไท ที่มีลักษณะเป็นคำคล้องจอง หรือ "คำผญา" ซึ่งแฝงสัจธรรมความจริงของโลกและชีวิตไว้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อเตือนสติไม่ให้พุทธศาสนิกชนตกอยู่ในความประมาทในการดำเนินชีวิต
เราสามารถ จะเป็นอะไรก็ได้ ในโลกนี้จริงไหม???
หามรรค หาผล หานิพพาน หาอะไรก็ได้หมด โลกนี้โลกหาได้" คือวาทะธรรมและคำสอนอันลึกซึ้งของ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ
แห่งสำนักชีบ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
ซึ่งท่านเป็นศิษย์สายพระป่ากรรมฐานองค์สำคัญของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ความหมายของคำสอน
คำว่า "เอกนาโถ" มาจากคำว่า เอก (หนึ่ง/ผู้เดียว) + นาโถ (ที่พึ่ง) ในบริบทนี้อธิบายได้ว่า โลกใบนี้คือสถานที่อันยอดเยี่ยมในการสร้างที่พึ่งให้แก่ตนเอง หรือเป็นโลกแห่ง "การเลือกและค้นหา" ของจิตวิญญาณ โดยมีความหมายขยายความดังนี้:
โลกคือที่สร้างเหตุและผล: มนุษย์เราเกิดมาในโลกที่มีทุกสิ่งพร้อมสรรพ เปรียบเสมือนตลาดใหญ่หรือพื้นที่จัดสรรที่เราจะเลือก "หา" สิ่งใดใส่ตัวก็ได้
เลือกกรรมได้ด้วยตนเอง: หากเราต้องการความทุกข์หรือนรก เราก็เพียงทำกรรมชั่ว หากต้องการความสุขหรือสวรรค์ ก็ทำความดี และหากต้องการความหลุดพ้น มรรค ผล นิพพาน โลกนี้ก็มีหนทางปฏิบัติให้ศึกษา
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว: ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการน้อมนำและการกระทำของตัวเราเอง ไม่มีใครมาบังคับให้เราสุขหรือทุกข์ได้นอกจากตัวเราที่เลือกจะ "หา" มันมาเอง โลกนี้จึงเป็นสถานที่ที่ให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในการฝึกฝนตนเอง
โดยปกติแล้ว คำสอนของคุณแม่ชีแก้วมักจะสื่อสารออกมาเป็น ภาษาภูไท ที่มีลักษณะเป็นคำคล้องจอง หรือ "คำผญา" ซึ่งแฝงสัจธรรมความจริงของโลกและชีวิตไว้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อเตือนสติไม่ให้พุทธศาสนิกชนตกอยู่ในความประมาทในการดำเนินชีวิต