กาง 77 นโยบาย “ประกันสังคมก้าวหน้า” หลังชนะเลือกตั้ง เปิดโรดแมป 3 ระยะ 7 วัน-1 ปี-2 ปี

เปิดรายละเอียด 77 นโยบาย ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ครอบคลุมบำนาญ สิทธิว่างงาน ค่ารักษาพยาบาล เงินสงเคราะห์บุตร และการปฏิรูปโครงสร้างกองทุน วางโรดแมปชัดเจนขับเคลื่อนภายใน 7 วัน 1 ปี และ 2 ปี

ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วมขังที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในหลายพื้นที่ ชัยชนะอย่างเป็นทางการในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเดินหน้าปฏิรูปสวัสดิการของแรงงานทั่วประเทศ โดยในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้นำเสนอนโยบายของผู้ประกันตนและนายจ้าง ซึ่งประกาศนโยบายหลักถึง 77 นโยบาย

ระยะที่ 1  นโยบายด่วนที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 7 วัน 13 นโยบาย
เน้นการปรับปรุงธรรมาภิบาล สร้างความโปร่งใส และควบคุมงบประมาณบริหารจัดการทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง

ตั้งกรอบบริหารสำนักงานปีละไม่เกิน 3% ของรายรับ จากเดิมไม่เกิน 10%
วางเงื่อนไขหนี้รัฐบาล ให้รายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบทุกการประชุมบอร์ด
หากมีการศึกษาดูงานหรือตั้งงบอุดหนุนโครงการ ต้องเปิดประชาพิจารณ์และเปิดรายงานสู่สาธารณะ
วางกรอบงบประมาณไอที ลดจาก 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท
ไม่ลงทุนระบบเอง แต่ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นและใช้ระบบส่วนกลางภาครัฐ
แก้ไขระบบธรรมาภิบาลภาพรวม ให้สำนักงานประกันสังคมยึดโยงกับประชาชน
กำหนดให้ประชุมร่วมกับบอร์ดแพทย์ในทุกวาระการปรับนโยบาย
ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดด้านการลงทุน ถอดบทเรียนและส่งข้อมูลดำเนินคดีทันที
ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดและอนุกรรมการ เพื่อเปิดเผยความโปร่งใสและป้องกันวาระใบสั่ง
เปิดเผยมติและบันทึกการประชุมของบอร์ดประกันสังคมและคณะอนุกรรมการทุกชุด
เพิ่มหน้าที่ให้สำนักงานประกันสังคมพื้นที่สำรวจความเห็น สรุปปัญหา และนำข้อเสนอนโยบายเข้าสู่บอร์ด
ประชาสัมพันธ์สิทธิสุขภาพ ทั้งการตรวจสุขภาพเชิงรุก วัคซีน การทำแท้งปลอดภัย และการป้องกันโรค
ผลักดันสูตรบำนาญ CARE เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทันที


ระยะที่ 2  นโยบายที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 ปี 43 นโยบาย
มุ่งเน้นการยกระดับสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล สิทธิการลา สิทธิว่างงาน เงินสงเคราะห์บุตร บำนาญ และการปรับโครงสร้างการลงทุน:

สร้างช่องทางให้ผู้ประกันตนร่วมแสดงความคิดเห็นในโครงการระหว่างจัดทำงบประมาณ
ผลักดันเงินเกษียณพนักงานสำนักงานประกันสังคมตามกฎหมายแรงงาน เพื่อพัฒนาคนและให้สวัสดิการเป็นธรรม
จัดทำงบประมาณฐานศูนย์ ตั้งงบตามแผนและความจำเป็นจริง ไม่อ้างอิงจากงบปีก่อน
เปิดข้อมูลคำของบโครงการตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปและงบอุดหนุน เพื่อรับฟังความเห็นสาธารณะ
เปิด Open Data และ API ให้สาธารณะเข้าถึงข้อมูลประกันสังคมได้
กำหนดให้โครงการระบบใหม่ที่จัดจ้างทั้งหมดใช้ Open-Source เป็นมาตรฐาน
ดำเนินนโยบาย Cloud-first ลดการนำเงินสมทบมาลงทุนสร้างและดูแลระบบเอง
กำหนด TOR ตามหลัก Universal Design รองรับการใช้งานหลายภาษาและคนพิการ
ย้ายสาขาไปเช่าใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมยกเลิกการซื้อที่ดินสร้างสำนักงาน
ยกเลิกการยกเว้นอาชีพต่าง ๆ ทั้งหมดภายใต้กฎหมายประกันสังคม
แก้ระเบียบการหาประโยชน์กองทุน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและผลตอบแทนการลงทุน
ปรับปรุงแนวทางลงโทษสถานพยาบาลที่เก็บเงินผู้ประกันตนเพิ่มหรือทำผิดสัญญาการบริการ
จัดทำแผนที่สถานพยาบาลและร้านยา เพื่อให้ผู้ประกันตนค้นหาบริการใกล้ตัวได้สะดวก
ยกเลิกการสำรองจ่ายค่ารักษา เช่น ค่าคลอดบุตร การบำบัดทดแทนไต และโรคร้ายแรงอื่น ๆ
ปรับสัดส่วนการลงทุนเป็น 60:40 เพิ่มการลงทุนต่างประเทศ และลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก 15%
เปิดเผยข้อมูลการลงทุนบนเว็บไซต์ในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้
ปรับโครงสร้างและธรรมาภิบาลการลงทุนให้โปร่งใส เป็นมืออาชีพ และเป็นอิสระจากระบบราชการ
เปิดข้อมูลประกันสังคมสู่สาธารณะ ทั้งข้อมูลประชากร GIS การจ่ายสิทธิ เงินเดือน และการจ้างงาน
เปิดระบบยืนยันตัวตน เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนร่วมทำประชาพิจารณ์รายประเด็น
เปิดให้ลงทะเบียนร่วมสังเกตการณ์การประชุมบอร์ดและอนุกรรมการ โดยเริ่มจากบอร์ดใหญ่และงบประมาณ
อุดหนุนเงินบุตรอายุ 7–12 ปี ปีละ 12,000 บาท และเพิ่มเป็น 13,400 บาท เมื่อมีบุตรพร้อมกัน 2 คน
อุดหนุนค่าเล่าเรียนบุตรปีละ 5,000 บาท ระดับมัธยมศึกษา สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 15 ปี
จ่ายค่าคลอดบุตร 17,500 บาท และค่าฝากครรภ์ 4,300 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
เพิ่มเงินทดแทนว่างงานกรณีลาออกเป็น 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย นานไม่เกิน 90 วันต่อปี
ปรับเกณฑ์สิทธิว่างงานให้สอดคล้องกับชีวิตจริง มีเวลาพอสำหรับหางานใหม่
เพิ่มเงินว่างงาน 1,000 บาทต่อเดือน เมื่อมีบุตร คนพิการ หรือผู้สูงอายุในความดูแล
เพิ่มเงินว่างงานกรณีสุดวิสัยจาก 50% เป็น 70% เพื่อรับมือความผันผวนของโลกยุคใหม่
ผู้ว่างงานที่เข้าสู่การศึกษา รับเงินชดเชย 60% ของค่าจ้าง และเพิ่มระยะเวลาอีก 3 เดือน
ผู้ว่างงานที่เรียนคอร์สระยะสั้นไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ รับเวลาชดเชยเพิ่มอีก 1 เดือน
ให้สิทธิลาพัฒนาทักษะ 30 วันแก่ผู้ทำงานครบ 24 เดือน ชดเชย 60% และกลับสู่ตำแหน่งเดิม
ชดเชยการลาดูแลคนในครอบครัว 100% ของฐานเงินเดือน สูงสุด 15 วันต่อปี เมื่อสมาชิกป่วยหนักหรืออยู่ในภาวะพึ่งพิง
เพิ่มสิทธิการดูแลระยะยาวและการบริบาลฟื้นสภาพระยะกลาง โดยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บริหาร
ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการ สามารถรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านได้
ยกระดับสิทธิทำฟัน ให้ขูดหินปูนฟรี ไม่เสียส่วนต่าง ไม่ต้องสำรองจ่าย ปีละ 2 ครั้ง
เพิ่มสิทธิบรรเทาออฟฟิศซินโดรมด้วยแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก 300 บาทต่อคน
เพิ่มโบนัสเมื่อรับบำนาญหลังอายุ 60 ปี โดยรับเพิ่ม 3% หลังอายุ 65 ปี รับเพิ่ม 10% และหลังอายุ 70 ปี รับเพิ่ม 15%
ปรับเพิ่มบำนาญที่ได้รับทุกปีตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมแล้วไม่เกิน 1% ต่อครั้ง
การันตีบำนาญขั้นต่ำแก่ผู้ส่งเงินสมทบครบที่ได้รับต่ำกว่า 30% ของค่าจ้าง ผ่านการปรับ Pension Point
ให้รับบำนาญก่อนอายุ 55 ปีได้ เมื่อส่งเงินสมทบเกิน 20 ปี และมีคำวินิจฉัยว่ามีข้อจำกัดด้านสุขภาพจากงานเดิม
จัดสินเชื่อเกษียณตั้งตัว วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกันตนที่เริ่มอาชีพใหม่
ให้รับบำนาญล่วงหน้าเป็นเงินก้อนได้สูงสุด 60 เดือน คิดจาก 40% ของบำนาญรายเดือน
ผู้รับบำนาญมาตรา 33 และมาตรา 39 สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้โดยไม่จำกัดอายุ
ลดเงินสมทบ 50% สำหรับผู้สมัครมาตรา 40 ที่ชำระเงินล่วงหน้า 1 ปีในปีแรก

ระยะที่ 3 นโยบายระยะยาวตั้งเป้าผลักดันภายใน 2 ปี  21 นโยบาย
มุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมสู่ระบบถ้วนหน้า ปรับเพดานค่าจ้าง การบริการดิจิทัล

ผลักดันการสมทบแบบก้าวหน้า ให้รัฐและนายจ้างร่วมสมทบตามสัดส่วนฐานเงินเดือน
ผลักดันระบบเลือกตั้งออนไลน์ E-Vote ดูแลโดย DGA เพื่อลดงบเลือกตั้งกว่า 300 ล้านบาท
ปรับลดค่าบริหารจัดการสำนักงานปีละ 1,000 ล้านบาท ให้เหลืองบ 3,000 ล้านบาท
ยกระดับบริการประกันสังคมให้ทำออนไลน์ได้ 99% ของบริการทั้งหมด
พัฒนาระบบรับเรื่องและติดตามข้อมูลออนไลน์ ทั้งการร้องเรียนด้านการรักษาพยาบาลและบริการของสาขา
สร้างระบบแรงงานจุดเดียว เชื่อมข้อมูลทุกกระทรวง ทำธุรกรรมครบในที่เดียว ทั้งการส่งเงินสมทบ การว่างงาน และการขึ้นทะเบียน
ผลักดันการปฏิรูปประกันสังคมสู่ระบบประกันสังคมถ้วนหน้า บริหารโดยตัวแทนประชาชน
เปิดเผยสรุปรายงานข้อร้องเรียนด้านบริการรักษาพยาบาลรายไตรมาสต่อบอร์ดและสาธารณะ
เพิ่มผลตอบแทนการลงทุนภาพรวมของกองทุนประกันสังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ให้ทุนอุดหนุนการศึกษาต่อ การอบรม และงานวิจัยด้านประกันสังคมกับรัฐสวัสดิการ
สนับสนุนการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วมของคนทำงานในทุกรูปแบบการจ้างงาน
ผลักดันศูนย์เลี้ยงดูเด็กร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในย่านที่มีสถานที่ทำงานหนาแน่น
ใช้ฐานข้อมูลประกันสังคมเพื่อ Upskill, Reskill, Job Center และจับคู่หางานอย่างมีคุณภาพ
ทยอยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รับผิดชอบจ่ายงบสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานตามช่วงอายุ
กำหนดให้การปรับแก้สิทธิบำนาญต้องผ่านประชามติโดยผู้ประกันตน
ปรับเพดานเงินสมทบที่เปอร์เซ็นไทล์ 90 ของฐานข้อมูลค่าจ้าง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 35,000 บาท
ทำให้ผู้รับบำนาญใหม่ 70% ได้รับบำนาญไม่น้อยกว่า 40% ของเพดานค่าจ้างสูงสุดในปีนั้น
สร้าง Hiw × เมือง ศูนย์อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ประกันตนทุกคน
อุดหนุนค่าเช่าช่วงเริ่มต้น ให้ผู้ค้าขายฟรีหรือจ่ายเฉพาะค่าส่วนกลางในปีแรก
ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ค้า มาตรา 39 และมาตรา 40 เพื่อซื้ออุปกรณ์และปรับปรุงร้านให้ได้มาตรฐานสุขาภิบาล
จัดบูธมาตรฐานพร้อมใช้ มีน้ำ ไฟ ท่อแก๊ส ระบบระบายควัน และระบบรับชำระเงินรวมศูนย์ เพื่อให้ผู้ค้าพร้อมเปิดร้านได้ทันที


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่