ตามคติจักรวาลวิทยาในพระพุทธศาสนา (เช่นที่ปรากฏใน จูฬนีสูตร พระไตรปิฎก และคัมภีร์ไตรภูมิกถา) พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าใน 1 จักรวาลจะมี “มหาทวีปทั้ง 4” ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ลอยอยู่ในมหาสมุทรทั้ง 4 ทิศรอบ เขาพระสุเมรุ (เขาสิเนรุ) ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล
มหาทวีปทั้ง 4 มีลักษณะและวิถีชีวิตของผู้คนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้ครับ
1. ชมพูทวีป (ทิศใต้) — โลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่
ลักษณะใบหน้า: เป็นรูปไข่หรือสัณฐานคล้ายรอยเท้า
อายุขัย: ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับระดับศีลธรรมของมนุษย์ในแต่ละยุค (ตั้งแต่ 10 ปีไปจนถึงอสงไขยปี)
ความโดดเด่น: เป็นทวีปเดียวที่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระเจ้าจักรพรรดิจะมาอุบัติขึ้น มนุษย์ในทวีปนี้มีลักษณะเด่น 3 ประการที่เหนือกว่าทวีปอื่นและเทวดา คือ เป็นผู้กล้า, มีสติมั่นคง และประพฤติพรหมจรรย์ (ปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้น) ได้ดีที่สุด เนื่องจากเห็นทั้งความทุกข์และความสุขสลับกันไป
2. อุตตรกุรุทวีป (ทิศเหนือ) — ดินแดนยูโทเปีย
ลักษณะใบหน้า: รูปสี่เหลี่ยม
อายุขัย: แน่นอนที่ 1,000 ปี
ความโดดเด่น: เป็นดินแดนที่สุขสบายที่สุด มนุษย์ที่นี่มีรูปร่างสวยงาม ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ต้องทำมาหากิน เพราะมี "ต้นกัลปพฤกษ์" ที่นึกอยากได้อาหาร เสื้อผ้า หรือของใช้อะไรก็จะได้จากต้นไม้นี้ ผู้คนมีศีล 5 เป็นนิจ ไม่หวงแหนทรัพย์สินหรือบุตรภรรยา เมื่อตายแล้วจะไปเกิดในเทวภูมิ (สวรรค์) แน่นอน แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถบรรลุธรรมหรือบวชได้ เพราะไม่เห็นความทุกข์
3. ปุพพวิเทหทวีป (ทิศตะวันออก)
ลักษณะใบหน้า: กลมเหมือนพระจันทร์เต็มดวง หรือตอนบนโค้งตัดลงมาเหมือนบาตร
อายุขัย: แน่นอนที่ 700 ปี
ความโดดเด่น: ผู้คนมีความเป็นอยู่ที่สงบสุขตามอัตภาพ ร่างกายใหญ่โต (ตามคัมภีร์ว่าสูงถึง 9 ศอก) แต่ไม่มีพระพุทธศาสนาไปตั้งมั่นและไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้เช่นกัน
4. อปรโคยานทวีป หรือ อมรโคยานทวีป (ทิศตะวันตะวันตก)
ลักษณะใบหน้า: วงกลมรีคล้ายพระจันทร์ครึ่งซีก (หน้าผากแคบ คางแหลม)
อายุขัย: แน่นอนที่ 500 ปี
ความโดดเด่น: ผู้คนรักความสงบ มีความสูงประมาณ 6 ศอก ใช้ชีวิตเรียบง่ายตามอายุขัย ไม่มีการยึดมั่นถือมั่น
พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า แม้มนุษย์ในอีก 3 ทวีป (อุตตรกุรุทวีป, ปุพพวิเทหทวีป, อปรโคยานทวีป) จะมีอายุขัยที่ยืนยาวและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายกว่าเรา แต่เมื่อสิ้นบุญหรือสิ้นกรรมแล้ว ก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ และมีโอกาสตกนรกหรือไปอบายภูมิได้เหมือนกัน
ดังนั้น การที่เราได้เกิดมาใน ชมพูทวีป แม้จะเต็มไปด้วยความทุกข์และความแปรปรวน แต่ก็นับเป็นโชคอันประเสริฐที่สุด เพราะเป็นดินแดนเดียวที่เราสามารถ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพื่อความหลุดพ้นล่วงเข้าสู่พระนิพพานได้ ครับ
Aiบอกจักรวาลแบ่งเป็น4ทวีป
มหาทวีปทั้ง 4 มีลักษณะและวิถีชีวิตของผู้คนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้ครับ
1. ชมพูทวีป (ทิศใต้) — โลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่
ลักษณะใบหน้า: เป็นรูปไข่หรือสัณฐานคล้ายรอยเท้า
อายุขัย: ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับระดับศีลธรรมของมนุษย์ในแต่ละยุค (ตั้งแต่ 10 ปีไปจนถึงอสงไขยปี)
ความโดดเด่น: เป็นทวีปเดียวที่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระเจ้าจักรพรรดิจะมาอุบัติขึ้น มนุษย์ในทวีปนี้มีลักษณะเด่น 3 ประการที่เหนือกว่าทวีปอื่นและเทวดา คือ เป็นผู้กล้า, มีสติมั่นคง และประพฤติพรหมจรรย์ (ปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้น) ได้ดีที่สุด เนื่องจากเห็นทั้งความทุกข์และความสุขสลับกันไป
2. อุตตรกุรุทวีป (ทิศเหนือ) — ดินแดนยูโทเปีย
ลักษณะใบหน้า: รูปสี่เหลี่ยม
อายุขัย: แน่นอนที่ 1,000 ปี
ความโดดเด่น: เป็นดินแดนที่สุขสบายที่สุด มนุษย์ที่นี่มีรูปร่างสวยงาม ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ต้องทำมาหากิน เพราะมี "ต้นกัลปพฤกษ์" ที่นึกอยากได้อาหาร เสื้อผ้า หรือของใช้อะไรก็จะได้จากต้นไม้นี้ ผู้คนมีศีล 5 เป็นนิจ ไม่หวงแหนทรัพย์สินหรือบุตรภรรยา เมื่อตายแล้วจะไปเกิดในเทวภูมิ (สวรรค์) แน่นอน แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถบรรลุธรรมหรือบวชได้ เพราะไม่เห็นความทุกข์
3. ปุพพวิเทหทวีป (ทิศตะวันออก)
ลักษณะใบหน้า: กลมเหมือนพระจันทร์เต็มดวง หรือตอนบนโค้งตัดลงมาเหมือนบาตร
อายุขัย: แน่นอนที่ 700 ปี
ความโดดเด่น: ผู้คนมีความเป็นอยู่ที่สงบสุขตามอัตภาพ ร่างกายใหญ่โต (ตามคัมภีร์ว่าสูงถึง 9 ศอก) แต่ไม่มีพระพุทธศาสนาไปตั้งมั่นและไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้เช่นกัน
4. อปรโคยานทวีป หรือ อมรโคยานทวีป (ทิศตะวันตะวันตก)
ลักษณะใบหน้า: วงกลมรีคล้ายพระจันทร์ครึ่งซีก (หน้าผากแคบ คางแหลม)
อายุขัย: แน่นอนที่ 500 ปี
ความโดดเด่น: ผู้คนรักความสงบ มีความสูงประมาณ 6 ศอก ใช้ชีวิตเรียบง่ายตามอายุขัย ไม่มีการยึดมั่นถือมั่น
พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า แม้มนุษย์ในอีก 3 ทวีป (อุตตรกุรุทวีป, ปุพพวิเทหทวีป, อปรโคยานทวีป) จะมีอายุขัยที่ยืนยาวและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายกว่าเรา แต่เมื่อสิ้นบุญหรือสิ้นกรรมแล้ว ก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ และมีโอกาสตกนรกหรือไปอบายภูมิได้เหมือนกัน
ดังนั้น การที่เราได้เกิดมาใน ชมพูทวีป แม้จะเต็มไปด้วยความทุกข์และความแปรปรวน แต่ก็นับเป็นโชคอันประเสริฐที่สุด เพราะเป็นดินแดนเดียวที่เราสามารถ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพื่อความหลุดพ้นล่วงเข้าสู่พระนิพพานได้ ครับ