ปชป. กาง 5 ข้อหาลุยซักฟอก 18 รัฐมนตรี ชำแหละ ‘ระบอบ น.หนู’ กินรวบอำนาจ-แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

UPDATE :​ ปชป. กาง 5 ข้อหาลุยซักฟอก 18 รัฐมนตรี ชำแหละ ‘ระบอบ น.หนู’ กินรวบอำนาจ-แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม




วันนี้ (11 ตุลาคม) สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงความคืบหน้าการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยพาดพิงถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีท่าทีดูแคลนญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ว่าเป็นเพียงเพราะฝ่ายค้านไม่มีผลงานหรือมองเป็นเพียงความบันเทิงทางการเมือง

สาทิตย์ระบุว่า คำกล่าวอ้างดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย ไม่ให้เกียรติกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สะท้อนถึงความไม่น่าไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดิน

สำหรับสาระสำคัญในญัตติ พรรคประชาธิปัตย์ได้บัญญัติคำว่า ‘ระบอบ น.หนู’ และ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ขึ้นเป็นแกนหลักของการอภิปราย โดยนิยามถึงพฤติการณ์การใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ ผ่านการลงทุนมหาศาลและการรวบรวมกลุ่มการเมือง ‘บ้านใหญ่’ ทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ตลอดจนความพยายามในการครอบงำที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้เป็นเนื้อเดียวกันกับระบอบ น.หนู

นอกจากนี้ ยังมีการใช้อำนาจ สว. เครือข่ายสีน้ำเงิน แต่งตั้งคณะกรรมการองค์กรอิสระ เพื่อสร้างกลไกเอื้อประโยชน์และปกป้องนักการเมืองในเครือข่ายของตนเอง ทำให้ปัจจุบันระบอบ น.หนู สามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรตรวจสอบ

สาทิตย์ชี้แจงถึงเหตุผลที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายรัฐมนตรีมากถึง 18 คน ว่าเกิดจากการพบพฤติการณ์ที่เชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมข้อกล่าวหาหลัก 5 ประการ ได้แก่

1. พฤติการณ์ส่อทุจริตต่อหน้าที่

2. กระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

3. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะความล้มเหลวในการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม

4. ปล่อยปละละเลยให้พวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

5. แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานราชการ ไปจนถึงขั้นจัดทำเอกสารเท็จเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำทิ้งท้ายว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองหรือการทำลายเครดิตรัฐบาล แต่เป็นการเปิดโปงความจริงให้สังคมได้เห็นถึงความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของคนรักชาติ การกระทำผิดกฎหมายและการเบียดบังสมบัติชาติไม่ใช่เรื่องบันเทิง เช่นเดียวกับความสูญเสียของประชาชนจากวิกฤตน้ำท่วม

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านคาดการณ์ว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอภิปรายคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยยืนยันขอใช้กรอบเวลา 5 วัน ซึ่งเฉลี่ยอภิปรายรัฐมนตรีวันละ 4 คน ถือเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม พร้อมเตือนรัฐบาลอย่าใช้กระบวนการในสภาเพื่อถ่วงรั้งหรือกีดกันการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เพราะนั่นเท่ากับการเหยียดหยามประชาชนเช่นเดียวกัน

https://www.facebook.com/share/p/17k9MUSzSB/

#TheStandardNews
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่