วิธีรักษาน้ำกัดเท้า โรคที่พบบ่อยในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม เราสามารถใช้ยาบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ด้วย

น้ำกัดเท้า สาเหตุเกิดจากอะไร

          น้ำกัดเท้า ภาษาอังกฤษ คือ Athlete's foot หรือบางคนเรียกว่า ฮ่องกงฟุต คือภาวะที่ผิวหนังบริเวณเท้าเปื่อยลอก เพราะมีความอับชื้น ทำให้เชื้อราเจริญเติบโต ส่วนใหญ่มักขึ้นตามซอกนิ้วเท้า ซึ่งเป็นจุดที่สะสมสิ่งสกปรกไว้มากที่สุด โดยมีปัจจัยดังนี้
   สภาพแวดล้อมที่ชื้น เช่น การใส่รองเท้าที่อับชื้น ใส่ถุงเท้าที่เปียกชื้น เท้าสัมผัสน้ำเป็นประจำ รวมทั้งการเดินลุยน้ำท่วมขัง
   ติดเชื้อราจากที่สาธารณะ เช่น ห้องอาบน้ำ สระว่ายน้ำ หรือพื้นที่ที่เปียกชื้น
   การเสียดสีของเท้ากับรองเท้า หรือการเดินบ่อย ๆ อาจทำให้ผิวหนังบริเวณเท้าเกิดรอยร้าว ซึ่งเป็นทางเข้าของเชื้อรา
   ภาวะเหงื่อออกง่ายบริเวณฝ่าเท้า ทำให้เท้าอับชื้นอยู่ตลอดเวลา
 
อาการของน้ำกัดเท้าแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
อาการระยะแรก
           เป็นระยะที่เพิ่งเป็นมาไม่นาน 1-3 วัน จะมีอาการเท้าเปื่อย คันเท้า ระคายเคือง แสบ ผิวแดงและลอก โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า แต่ยังไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกซ้อน สาเหตุเกิดจากผิวหนังสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานาน
อาการระยะติดเชื้อ
          ในกรณีที่เป็นมานานเกิน 3 วัน อาจมีอาการติดเชื้อร่วมด้วย โดยอาการจะแตกต่างกันตามชนิดของเชื้อที่เข้าสู่บาดแผล
เชื้อแบคทีเรีย : มีรอยแผลเปื่อยที่ผิวหนัง ผื่นที่เท้าจะบวมแดง ร้อน มีหนอง ปวด กดเจ็บ อาจมีไข้ร่วมด้วย 
เชื้อรา : มักเกิดกับคนที่แช่น้ำมาเป็นเวลานาน ผิวหนังจะมีขุยขาวเปียก ลอกเป็นวง ๆ มีกลิ่นเหม็น และมีอาการคัน อาจมีตุ่มน้ำเล็ก ๆ ขึ้นด้วย ร่วมกับมีประวัติเป็นมานานเกิน 2 สัปดาห์

วิธีรักษาน้ำกัดเท้า ใช้ยาอะไร
           วิธีรักษาน้ำกัดเท้าขึ้นอยู่กับระยะของอาการที่เป็น คือ
วิธีรักษาน้ำกัดเท้าระยะแรก
          ในช่วง 1-3 วันแรกเป็นระยะที่ยังไม่ติดเชื้อ ยังเป็นไม่นาน สามารถรักษาได้ด้วยวิธีนี้
ล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่ แล้วเช็ดเท้าให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณซอกเท้า
ใช้ยาทาสเตียรอยด์อ่อน ๆ เช่น ไตรแอมซิโนโลน ชนิดครีม, เบตาเมทาโซน ชนิดครีม ทาบาง ๆ บริเวณที่เป็น วันละ 2-3 ครั้ง ใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์
หากต้องออกไปนอกบ้านให้เลือกสวมรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี
 
วิธีรักษาน้ำกัดเท้าที่ติดเชื้อแบคทีเรีย
กรณีที่ยังเป็นไม่มาก
ล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ โดยผสมเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น 1 ลิตร แช่เท้าประมาณ 15-20 นาที วันละ 2 ครั้ง 
หลังจากแช่น้ำเกลือควรเช็ดเท้าให้แห้งสนิท แล้วทาแผลด้วยยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน, โพวิโดน, ไอโอดีน หรือขี้ผึ้งวิทฟิลด์ วันละ 2-3 ครั้ง
ห้ามใช้ยาสเตียรอยด์ทาบริเวณที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย เพราะจะยิ่งทําให้เชื้อลุกลาม 
กรณีที่เป็นมาก
 โรคน้ำกัดเท้าที่ติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง จนมีอาการบวมและปวดมาก มีไข้ ควรไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อคลอกซาซิลลิน หรือไดคลอกซาซิลลิน มารับประทาน และอาจฉีดยาปฏิชีวนะให้เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
 
วิธีรักษาน้ำกัดเท้าที่ติดเชื้อรา
กรณีที่ยังเป็นไม่มาก
ล้างเท้าด้วยสบู่ เช็ดเท้าให้แห้งสนิท
ทายาต้านเชื้อรา เช่น ขี้ผึ้งวิทฟิลด์, คีโตโคนาโซล ชนิดครีม, โคลไตรมาโซล ชนิดครีม ในบริเวณที่เป็น วันละ 2-3 ครั้ง ทาติดต่อกันประมาณ 1-2 เดือน  
ห้ามใช้ยาสเตียรอยด์ทาบริเวณที่มีการติดเชื้อรา เพราะจะยิ่งทําให้เชื้อลุกลาม 
กรณีที่เป็นมาก
          ในคนที่ทายาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีการติดเชื้อที่เล็บร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์จ่ายยารักษาที่เหมาะสมต่อไปโดยแพทย์อาจพิจารณาให้ยารักษาเชื้อราชนิดรับประทานร่วมด้วย ได้แก่ กริซีโอฟูลวิน, ไอทราโคนาโซล และฟลูโคนาโซล
 
ที่มา
 
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่