ทองสูง ตำนานเปรต

กระทู้สนทนา
.

.
เริ่มขบวนที่บ้านช่างฝีมือ บูรณะก่อนวันงาน
.
.


ทองสูง ตำนานหุ่นแห่งลุ่มน้ำสงขลา
ทองสูง เป็นตัวแทนของทวดตา ทวดยาย
ณ วัดม่วงค่อม หมู่ 5 ตำบลควนลัง
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ชื่อบ้านนามเมือง  วัดม่วงค่อม
มาจากคำว่า ม่วง (มะม่วง)
และ ค่อม (เตี้ย/แคระ)
มะม่วงต้นเตี้ยหรือแคระผิดปกติ
ที่เห็นได้ชัดแต่ไกล

ทองสูงชาย ชื่อ ท่อม
ทองสูงหญิง ชื่อ ทองแจ่ม
ปู่เนี่ยม นวลจันทร์
ท่านแกะขึ้นมาเกินกว่า 50 ปีแล้ว
ท่านเป็นปู่นายหนังตะลุง
แนบ นวลจันทร์ (หนังแนบ ศ.นครินทร์)

ทวดท่อม กับ ทวดทองแจ่ม
เป็นทองสูงที่ชาวม่วงค่อมให้ความเคารพนับถือ
จะต้องเก็บ หัวทองสูงทั้งสองไว้ในห้องที่มิดชิด
ห้ามมิให้ใครเดินข้ามโดยเด็ดขาด

ทวด คือ อายุยืน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยู่ยงคงกระพัน ชาตรี
หนังเหนียว ยิงแทงฟันไม่เข้า เช่น ทวดช้าง ทวดเสือ
ทวดฟาน(เก้ง) ทวดงูบ้องหลา(จงอาง) ทวดหมูป่า
หลวงปู่ทวด หรือ หลวงพ่อทวดวัดช้างไห้

ทวดท่อม ชาวบ้านบางคนเรียก ไอ้ท่อม
แบบติดปาก แต่มีนัยเรียกอย่างเคารพและศรัทธา
กึ่งล้อเลียนแบบสนุกปาก/ติดปาก สนิทสนมเป็นกันเอง

ปีหนึ่ง ๆ ไอ้ท่อมกับทองแจ่มจะมีโอกาส
ออกมากระโดดโลดเต้น ระบำรำฟ้อน
สนุกสนานกับลูกหลานได้เพียงสองครั้ง
โดยเฉพาะงานเดือนสิบ(รับเปรต-ส่งเปรต)
และงานทอดกฐินประจำปี เท่านั้น
.
.

ไอ้เท่ง ไอ้นุ้ย ไอ้สะหม้อ ไอ้ยอดทอง(บ้านาย) ไอ้โถ

เท่ง มีนิสัยตลกโปกฮา พูดคำคมคารมเชือดเฉือน
มีตัวตนจริง รุนเคย(กุ้งเคย ทำกะปิ น้ำบูดู)
ปีนต้นตาล ชอบดื่มหวาก น้ำตาลเมา หาปลาชายฝั่ง
อยู่บ้านคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

ตัวรับ ไอ้นุ้ย ที่ชอบติดตามไอ้เท่ง
ชอบพูดจาทำอะไรโม่โม่(โง่โง่)
แบบสร้างมารองรับมุขตลกโขกสับของไอ้เท่ง

สะหม้อ มีนิสัยตลกโปกฮา พูดสำเนียงคนแขก
วาจา/คารมคมคาย ไม่รองใครเวลาโต้เถียง
ชอบกินหมู ดื่มหวาก(น้ำตาลเมา)
ทำตนผิดศีลผิดหลักศาสนาอิสลามเป็นประจำ
อาชีพรับจ้าง กรีดยาง ทำประมงพื้นบ้าน
อยู่บ้านสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

ตัวตลกสองท่านนี้ มีตำนานที่มา มีตัวตนจริง
นายหนังตะลุงคนแรกที่จะนำมาทำหนังตะลุง
โดยเอาฉายา ตำนานเล่าขานตัวหนังดังกล่าว
นายหนังตะลุงต้องไปกราบขอขมาลาโทษก่อน
ขออนุญาตเจ้าตัวก่อนมาทำตัวหนังตะลุง
เวลาการแสดงล้อเลียน หรือพาดพิงถึง
บอกกล่าวกันว่า ห้ามหวิบ(โกรธเคือง) ห้ามฟ้องร้อง
ให้คำขอนี้เกี่ยวโยงตลอดไปถึง
สืบทอดถึงญาติพี่น้องลูกหลานสืบไป
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงตัดเป็นตัวหนัง
และให้นายหนังตะลุงคนอื่น ๆ เอาไปใช้ได้

ตัวตลกจะได้รับการเคารพกราบไหว้เป็นพิเศษ
ในโรงหนัง/ที่วางตัวหนัง/ที่เก็บตัวหนัง
เพราะได้แรงบันดาลใจ ในการสร้างความสนุกสนาน
บรรดาลูกศิษย์นายหนังตะลุงก็เซ่นไหว้เช่นกัน
.
.

ความเชื่อและรากเหง้าทางคติชน

คนใต้มีความเชื่อว่าบรรพบุรุษบางคน
เมื่อล่วงลับไปแล้วอาจไปเกิดเป็นเปรต
หรือบางตนเป็น เวมานิกเปรต
กึ่งเปรต กึ่งเทวดา
ซึ่งมีพฤติกรรมสลับกัน
โดยบางตนกลางวันเป็นเปรต
กลางคืนเป็นเทวดา
หรือสลับเวลากันตามวิบากกรรม
ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องราวที่มีระบุในพระไตรปิฎก
และในจังหวัดสงขลา
ยังมีสถานที่ที่สะท้อนความเชื่อนี้
เช่น เขาเทียมดา ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา
คือ  เทวดา หรือของเทียมเทวดา
มีลานเทวดา กับ ลานโนราห์ บ่อน้ำผุด

ทองสูงมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับ
ประเพณีบุญเดือนสิบ (วันชิงเปรต) ของชาวใต้
โดยชาวบ้านเชื่อว่าทองสูงเป็นตัวแทนของ
เปรตตายายหรือดวงวิญญาณบรรพบุรุษ
ที่เดินทางมาร่วมงานบุญและรับส่วนบุญส่วนกุศล
ที่ลูกหลานอุทิศให้ที่วัดประจำสกุล/ใกล้บ้าน
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรื่องการดลบันดาล
ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ
และนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล

โครงสร้างและงานช่างพื้นบ้าน

ลักษณะโครงสร้าง ด้านในใช้โครงไม้ไผ่
และมีช่างผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่บูรณะตกแต่ง

ส่วนหัว หัวหุ่นทำด้วยไม้
ซึ่งน่าจะเป็น ไม้ฉำชา (ก้ามปู)
เพราะมีน้ำหนักเบาและหาได้ง่ายในท้องถิ่น
ภาคกลาง นิยมไม้ทองหลาง ตระกูลถั่ว
น้ำหนักเบา พืชพี่เลี้ยง/ร่มเงา ไม้ผลราคาแพง

น้ำหนักและความยากลำบากในการแบก
แม้ตัวหัวไม้จะเบา แต่เมื่อรวมโครงสร้างไม้ไผ่
เสื้อผ้าอาภรณ์ และเครื่องแต่งกายทั้งหมดแล้ว
น้ำหนักจะรวมราว 40 กิโลกรัม
ผู้ยกที่อยู่ด้านในต้องแบกน้ำหนักนี้ไว้บนบ่า
ต้องมีความแข็งแรงและอึดถึกทนพอสมควร
เนื่องจากระยะทางจากบ้านช่างฝีมือ
ที่นำมาตกแต่งไปยังวัดม่วงค่อมนั้น
มีระยะทางไกลกว่า 1 กิโลเมตรเศษ

ความหลากหลายในพื้นที่อื่น

ในวันชิงเปรตของอำเภอสทิงพระ
เช่นที่ วัดบ่อดาล และ วัดจะทิ้งพระ
ก็มีการจัดสร้าง ทองสูง เช่นกัน
แต่สันนิษฐานว่าน่าจะใช้วิธีการทำจาก
กระดาษปะขึ้นรูปหลายๆ แผ่น
หรือที่เรียกว่า เปเปอร์มาเช่ (Papier-mâché)
จากการสัมผัสและลูบคลำของจริง
ซึ่งมีกรรมวิธีที่แตกต่างกันไปตาม
ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น

เขียนจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนลืมเลือนหายไปเหมือนหมอกควันชวา
.
.
.

.

.

.
คานไม้แบก กลางลำตัวไอ้ทีอม
.

.
คานไม้แบก กลางลำตัวทองแจ่ม
.

.
ภาพเก่า ปี 2552
.
.

เรื่องเดิม
.
ทองสูง
.

.
วัดบ่อดาล-ตก (ธรรมยุติ อยู่ฝั่งตะวันตก)
ฝั่งตรงกันข้ามคือ วัดบ่อดาล-ออก (มหานิกาย
อยู่ฝั่งตะวันออก ใกล้ชายทะเล)
.

.
วัดจะทิ้งพระ
.

.
วัดจะทิ้งพระ
.
.

บุณย์เดือนสิบ(วันชิงเปรต)คนปักษ์ใต้
.

.

.

.

.

.

.




.
.

สทิงพระ หรือ จะทิ้งพระ ในปัจจุบัน
ตามข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์
และภาษาศาสตร์
รวมถึงข้อเสนอของ จิตร ภูมิศักดิ์)
มาจากภาษาเขมรโบราณว่า
สะตึงเปรียะฮ์ (ស្ទឹងព្រះ)

สะตึง(สตึง) แปลว่า แม่น้ำ หรือ คลอง
เปรียะฮ์ แปลว่า พระ รวมกันจึงแปลว่า
คลองพระ หรือ แม่น้ำที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์

​สิ่งนี้สะท้อนว่าดินแดนแถบสทิงพระ–สงขลาในอดีต
ยุคทราวดี-ศรีวิชัยต่อเนื่องถึงยุคเมืองโบราณพันปี
มีระบบสายน้ำ คลองธรรมชาติ และชุมชนโบราณ
ที่ได้รับอิทธิพลอารยธรรมขอม–เขมรโบราณ

ชื่อบ้านนามเมืองจึงมีรากภาษาเขมรหลงเหลืออยู่ชัดเจน
เช่นเดียวกับคำอื่นๆ ในภาคใต้ที่มีรากเขมรปะปนอยู่
เช่น กระบี่ ที่มาจากคำว่า กฺรบี แปลว่าควาย
กะเปอร์=จระเข้ สะเดา=ร้อน ตะเครียะ=ร่มเย็น
ระโนดู/ระโนฎ=ตโนด

สงขลา=กรงขังเสือ สง=กรง/ขัง ขาล
เลี่ยงเป็น ขลา เลี่ยงคำดุ ขาล
แบบแก้เคล็ด แก้จนเพี้ยนคำเดิม
อิงคติเดิมเข้าป่าอย่าพูดเรื่อง เสือ
ลงเรืออย่าพูดถึงเรื่อง พายุ

อนึ่ง ภาษาเขมร คำสามัญที่แปลว่าเสือคือ ខ្លា (khla)
อยู่แล้ว และภาษาไทยก็ยืมคำนี้มาใช้ในวรรณคดี


ที่หัวเขาแดงมี หลาหยบเสือ(ศาลาหลบเสือ)
สร้างไว้ใหคนเดินทางหลับนอนกลางคืน กันเสือกัดกิน
เครื่องราชบรรณาการในอดีต มี หนังเสือ กระดูกเสือ
มีทั้งเสือปลา เสือโคร่ง Ontour จากนายู(มลายู)
เพราะผืนป่าในอดีต สัตว์ป่าเดินทางไปมาได้สะดวก

สันนิษฐานว่า สงขลา เดิมคือหนึ่งในเมือง 12 นักษัตร
สมัยโบราณยุคศรีวิชัย มีในตำนานหลายฉบับ

ในบันทึกปูมเรือฝรั่งที่ปรากฏ
ใช้คำว่า Singola ซิงโกลา
มาจากทางเข้าท่าเรือสงขลา
ยุคสุลต่านสุไลมาน เจ้านครรัฐสงขลา
จะเห็นเกาะหนู เกาะแมว
เหมือนสิงห์หมอบสองตัว
สอดคล้องกับคำว่า สงขลา

อ้างอิง

คำยืมภาษาเขมรในภาษาถิ่นใต้ 1,320 คำ
ดุษฏีนิพนธ์ เปรมินทร์ คาระวี
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่